Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1115/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่พนักงานรถไฟได้รับการพิจารณาบำเหน็จความชอบประจำปีอีก 1 ขั้นในปีที่เกษียณอายุโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการนั้น โดยที่พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 มาตรา 31 ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วบัญญัติไว้ในวรรคสองว่า การเลื่อนเงินเดือนในวันสุดท้ายของปีงบประมาณนั้นไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับเงินเดือนที่ได้เลื่อน แต่เงินเดือนที่ได้เลื่อนให้ถือเสมือนว่าเป็นเงินเดือนเดิม อัตราเงินเดือนที่ได้เพิ่มขึ้นในวันสุดท้ายที่เกษียณอายุจึงเป็นแต่เพียงสิทธิ ไม่ได้จ่ายเป็นตัวเงิน ถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้างตามความในข้อ 2 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานและจะนำมาคำนวณค่าชดเชยไม่ได้เพราะคำว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย.ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วนั้นมุ่งหมายถึงค่าจ้างครั้งสุดท้ายที่ลูกจ้างได้รับตามความเป็นจริงการที่จำเลยปฏิบัติการชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมรับชำระโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้โจทก์จึงตกเป็นผู้ผิดนัด ไม่มีสิทธิที่จะเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยตั้งแต่วันที่จำเลยปฏิบัติการชำระหนี้

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 207 ป.พ.พ. Section 221 ป.พ.พ. Section 330 พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 Section 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสองเป็นพนักงานประจำ จำเลยทั้งสองให้โจทก์ออกจากงานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2522 และวันที่ 1 ตุลาคม 2521 ก่อนออกจากงานโจทก์ทั้งสองได้รับค่าจ้างเดือนละ 14,630 บาท และ 8,250 บาทตามลำดับกับได้พิจารณาบำเหน็จความชอบประจำปีที่ออกจากงานโดยได้เลื่อนเงินเดือนอีกคนละหนึ่งขั้นเป็นเดือนละ 15,690 บาท และ 8,715 บาทตามลำดับ โจทก์ทั้งสองมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามอัตราเงินเดือนที่ได้เลื่อนขั้นแล้วเป็นเกณฑ์คำนวณ ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 98,140 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน42,290 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างถึงวันชำระเสร็จจำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิจะได้รับค่าชดเชยโดยคำนวณจากอัตราเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น

คงมีสิทธิได้รับโดยคำนวณจากอัตราเงินเดือนที่โจทก์ที่ 1 ได้รับเดือนละ 14,630 บาท และโจทก์ที่ 2 ได้รับเดือนละ 8,250 บาท ที่จำเลยจ่ายตอบแทนให้โจทก์ก่อนเลิกจ้างเป็นเกณฑ์คำนวณค่าชดเชย ซึ่งจำเลยได้ตกลงจ่ายให้โจทก์แต่โจทก์ไม่ยอมรับ จึงถือว่าโจทก์เป็นผู้ผิดนัดจำเลยไม่ต้องชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องวันพิจารณาคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า โจทก์ที่ 1 ได้รับเงินเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อสิ้นเดือนกันยายน 2522 เดือนละ 14,630 บาท และได้รับการเลื่อนเงินเดือนอีก 1 ขั้น เป็นเดือนละ 15,690 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2522 โจทก์ที่ 2ได้รับเงินเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อสิ้นเดือนกันยายน 2521 เดือนละ 8,250 บาท และได้รับการเลื่อนเงินเดือนอีก 1 ขั้น เป็นเดือนละ 8,715 บาท

ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2521 ตามหลักเกณฑ์การเลื่อนขั้นเงินเดือนและค่าแรงประจำปีฯ และตามคำสั่งเรื่องให้สำรวจจำนวนพนักงานที่ต้องออกจากงานเพราะเกษียณอายุ โจทก์ทั้งสองได้รับเงินสงเคราะห์รายเดือน (บำนาญ) โดยถืออัตราค่าจ้างเมื่อเลื่อนเงินเดือนแล้วเป็นเกณฑ์คำนวณโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เกี่ยวกับค่าชดเชยจำเลยยอมจ่ายให้โจทก์ทั้งสองเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2524 โดยถืออัตราค่าจ้างเดือนละ14,630 บาท และ 8,250 บาทตามลำดับเป็นเกณฑ์คำนวณ แต่โจทก์ทั้งสองไม่ยอมรับในอัตรานี้ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยโดยคำนวณจากอัตราเงินเดือนที่ได้รับจริงก่อนเกษียณอายุ โจทก์เป็นผู้ผิดนัดไม่ยอมรับชำระหนี้ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2524 พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 87,780 บาท

โจทก์ที่ 2 จำนวน 49,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตั้งแต่วันที่โจทก์ทั้งสองออกจากงานเป็นต้นไปจนถึงวันที่ 4 มกราคม 2524โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามคำสั่งของจำเลยที่มีการเลื่อนขั้นเงินเดือนของพนักงานในปีที่เกษียณอายุก็โดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ พ.ศ. 2494 มาตรา 31 ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว วรรคสองบัญญัติว่า "การเลื่อนเงินเดือนในวันสุดท้ายของปีงบประมาณนั้นไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับเงินเดือนที่ได้เลื่อน แต่เงินเดือนที่ได้เลื่อนให้ถือเสมือนว่าเป็นเงินเดือนเดิม" และตามคำสั่งของจำเลยที่ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนในปีที่เกษียณอายุก็เห็นได้ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานของการรถไฟฯ ที่ต้องเกษียณอายุได้รับการพิจารณาความดีความชอบในการเลื่อนขั้นเงินเดือนเพียงเพื่อประโยชน์ในอันที่จะได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มขึ้นโดยให้นำเงินที่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นแล้วมาเป็นเกณฑ์คำนวณในการจ่ายเงินสงเคราะห์เท่านั้น

ขั้นเงินเดือนที่ได้เลื่อนจึงเป็นแต่เพียงสิทธิ ไม่ได้จ่ายเป็นตัวเงินจึงถือไม่ได้ว่าเป็นค่าจ้าง คำว่า "ค่าจ้าง"ตามความในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 "หมายความว่า เงินหรือเงินและสิ่งของที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานปกติของวันทำงาน" ส่วนพนักงานของจำเลยที่ต้องออกจากงานเพราะเกษียณอายุนั้นพ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างสำหรับปีงบประมาณถัดไปเงินที่ได้รับหลังจากเกษียณอายุแล้วเป็นเงินสงเคราะห์เป็นการจ่ายตอบแทนความชอบที่ได้ปฏิบัติงานมาจนครบเกษียณอายุ มิใช่จ่ายตอบแทนการทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และไม่ใช่ค่าจ้างอัตราสุดท้ายที่จะนำมาคำนวณค่าชดเชยคำว่า

ค่าจ้างอัตราสุดท้ายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯข้อ 46 ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วมุ่งหมายถึงค่าจ้างอัตราสุดท้ายที่ลูกจ้างได้รับตามความเป็นจริง กรณีของโจทก์ที่ถือเอาตัวเลขของอัตราเงินเดือนที่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนแล้วเพื่อคำนวณการจ่ายเงินสงเคราะห์ จึงไม่ใช่ค่าจ้างอัตราสุดท้ายที่จะนำมาคำนวณค่าชดเชย ค่าจ้างอัตราสุดท้ายต้องถือเอาอัตราเงินเดือนที่รับจริงเมื่อสิ้นปีงบประมาณสำหรับดอกเบี้ยของเงินค่าชดเชยนั้น จำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสองตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2524 แล้ว แต่โจทก์ทั้งสองไม่ยอมรับชำระ โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ โจทก์ทั้งสองจึงตกเป็นผู้ผิดนัด ไม่มีสิทธิที่จะเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2524 เป็นต้นไป โจทก์จะยกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 331 มาปรับคดีนี้หาได้ไม่ เพราะไม่มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องความระงับหนี้ แต่เป็นเรื่องโจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยเพียงใดหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องการผิดนัด คำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ขจร หะวานนท์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8055/2548

ผู้ให้เช่าซื้อยอมรับค่าเช่าซื้อที่โจทก์ชำระไม่ตรงตามกำหนดตลอดมาแสดงว่าผู้ให้เช่าซื้อไม่ถือเอากำหนดระยะเวลาการชำระค่าเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญ เมื่อจำเลยรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อจากผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่โต…

Supreme Court Judgment No. 3930/2541

คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่จำเลย ปฏิบัติผิดสัญญาเช่าว่า นับแต่โจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าตลอดจนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าแล้วจำเลยได้ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าให้แก่โจทก์ต…

Supreme Court Judgment No. 3308/2532

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 67 กำหนดเกี่ยวกับการชำระค่าทดแทนการเวนคืนที่ดินกรณีเจ้าของที่ดินไม่ยอมรับราคาที่เจ้าหน้าที่เวนคืนของจำเลยเสนอไว้ว่าให้นำเงินไปวางต่อศาล เมื่อปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เวนค…

Supreme Court Judgment No. 178/2524

บทบัญญัติมาตรา 321 วรรคท้ายมิได้จำกัดว่า ต้องเป็นกรณีผู้ทรงได้นำตั๋วเงินไปยื่นเพื่อให้ใช้เงินแล้ว แต่ผู้จ่ายปฏิเสธการจ่ายเงินหนี้เดิมจึงจะไม่ระงับ แม้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เป็นผู้ทำเช็คที่จำเลยโอนชำระห…

Supreme Court Judgment No. 2491/2522

ค้ำประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีตามสัญญา 30,000 บาทผู้ค้ำประกันรับผิดเพียง 30,000 บาท กับดอกเบี้ยในจำนวนนั้น แต่ไม่ต้องรับผิดในจำนวนต้นเงินที่เกิน 30,000 บาทผู้ค้ำประกันขอชำระหนี้ตามจำนวนที่ต้องรับผิด แ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up