Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1104/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความผิดเป็นคดีที่ตกอยู่ในกรณีใดกรณีหนึ่งใน 4 ประการดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498ต้องถือว่าเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร อันมีผลตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ให้ดำเนินคดีในศาลพลเรือนคำว่า 'ด้วยกัน' ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498มาตรา 14(1) ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่ทหารกับพลเรือนได้ร่วมกระทำความผิดตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญาเสมอไปการที่โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นทหารประจำการ โดยบรรยายคำฟ้องว่า จำเลยกับนายเดช (พลเรือน) ซึ่งยังหลบหนีอยู่ ต่างขับรถคนละคันด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังเฉี่ยวชนกัน เป็นเหตุให้มีคนตายและบาดเจ็บสาหัส เช่นนี้ เป็นเรื่องที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน เป็นคดีที่ตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 14(1) แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498เป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ต้องดำเนินคดีต่อศาลพลเรือนตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวข้างต้น ศาลพลเรือนประทับรับฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาได้(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 22/2513)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการเป็นทหารประจำการสังกัด ร.1 รอ.จังหวัดพระนครได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมายเกี่ยวพันกับพวกอีก 1 คน คือนายเดช ลอยดารา ซึ่งเป็นพลเรือนที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้องเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2510 เวลาประมาณ 19.00 นาฬิกาเศษ จำเลยได้ขับรถยนต์ตรากงจักรสีแดงหมายเลข 34898 แล่นไปตามถนนเพชรเกษมโฉมหน้าจากจังหวัดนครปฐมจะไปจังหวัดพระนคร ส่วนนายเดช ลอยดาราที่หลบหนีได้ขับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลข ก.ท.ด. 25620 แล่นไปตามถนนเพชรเกษมโฉมหน้าจากจังหวัดพระนครจะไปยังจังหวัดนครปฐม จำเลยกับนายเดช ลอยดารา ต่างขับรถด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังด้วยความเร็วสูง ไม่ลดความเร็วของรถเมื่อจะแซงสวนทางกัน เป็นเหตุให้รถของจำเลยเฉี่ยวชนกับรถของนายเดช

ลอยดารา เป็นเหตุให้ผู้โดยสารที่มาในรถของจำเลยถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้เนื่องมาจากความประมาทปราศจากความระมัดระวังของจำเลยและนายเดช เหตุเกิดที่ตำบลท่าตำหนัก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 391พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29, 66 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2481 มาตรา 4 พระราชบัญญัติจราจรทางบก(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508 มาตรา 7, 13 กับให้ถอนใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของจำเลยด้วยจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยประมาทพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า

โจทก์ฟ้องผิดศาล ศาลพลเรือน (ศาลจังหวัดนครปฐม)ไม่มีอำนาจรับฟ้องไว้พิจารณา เพราะคดีของโจทก์หาใช่เรื่องที่จำเลยทำผิดเกี่ยวพันกับนายเดชซึ่งเป็นพลเรือนคดีไม่เข้าข้อยกเว้นที่ศาลพลเรือนจะรับไว้พิจารณาได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำหน่ายคดีโจทก์ฎีกาว่าคดีโจทก์เข้าข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 14(2) ฟ้องยังศาลพลเรือนได้ตามมาตรา 15 วรรคแรกศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498มาตรา 14 บัญญัติว่า "คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร คือ(1) คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน(2) คดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน(3)

คดีที่ต้องดำเนินในศาลคดีเด็กและเยาวชน(4) คดีที่ศาลทหารเห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร"และมาตรา 15 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ให้ดำเนินคดีในศาลพลเรือน" ฉะนั้น ถ้าคดีนี้ตกอยู่ในกรณีใดกรณีหนึ่งใน 4 ประการของมาตรา 14 แล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารอันมีผลตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง คือต้องดำเนินคดีส่งฟ้องต่อศาลพลเรือนปัญหามีว่า การที่โจทก์บรรยายฟ้องมาจะเป็นกรณีที่โจทก์จะฟ้องต่อศาลจังหวัดนครปฐม หรืออีกนัยหนึ่ง เป็นคดีที่ตกอยู่ในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 หรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ก็บรรยายว่า จำเลยกระทำผิดโดยประมาทและความตายของพลทหารประดิษฐ์เกิดขึ้นเพราะความประมาทของพลเรือนที่หลบหนีไปซึ่งขับรถโดยประมาทกับจำเลยซึ่งขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้เกิดเฉี่ยวและชนกัน

กรณีจึงเห็นได้ว่าถ้าไม่เป็นเพราะจำเลยและพลเรือนกระทำผิดโดยประมาทด้วยกัน ความตายของผู้ตายก็เกิดขึ้นไม่ได้ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า กรณีเช่นนี้ตกอยู่ในบทบัญญัติมาตรา 14(1) ที่ว่า "คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน" คำว่า "ด้วยกัน" ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องที่ทหารกับพลเรือนได้ร่วมกันกระทำความผิดตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญาเสมอไป แม้ทหารจะกระทำผิดฐานประมาทและพลเรือนก็กระทำผิดฐานประมาทแล้วเป็นเหตุให้คนถึงแก่ความตายอย่างเช่นคดีนี้ ก็เป็นเรื่องที่ "กระทำผิดด้วยกัน" ด้วย เมื่อคดีนี้เป็นคดีตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 14(1) แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 จึงเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารต้องดำเนินคดีนี้ต่อศาลพลเรือนตามมาตรา 15 วรรคหนึ่งพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่

Matter details

Panel of judges
ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · เฉลิม ทัตภิรมย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up