Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 110320)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามคำให้การจำเลยสำนวนแรกกับคำฟ้องของจำเลยซึ่งเป็นโจทก์สำนวนหลัง ต่างก็อ้างเพียงว่าการที่อาคารสถานที่เช่าถูกเพลิงไหม้ ทำให้คนไม่ไปใช้บริการในอาคารดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้ไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นที่ติดตั้งป้ายโฆษณาอีกต่อไป สัญญาเช่าที่จำเลยผู้เช่าทำกับโจทก์ผู้ให้เช่าจึงสิ้นสุดลงทันทีตามข้อตกลงในสัญญาเช่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ยกข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การสำนวนแรก หรือบรรยายไว้ในคำฟ้องสำนวนหลังตอนใดเลยว่าการที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ทำให้ระบบฉีดน้ำดับเพลิงฉีดใส่ป้ายโฆษณาของจำเลยเสียหายจำนวน 54 ป้าย จากป้ายที่มีอยู่ทั้งหมด 82 ป้าย ดังนี้การที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวมาแล้วพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินแก่จำเลย จึงเป็นการนอกเหนือไปจากประเด็นข้อพิพาท เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 131(2), 141 และ 142 วรรคหนึ่ง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์สำนวนแรกฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าสถานที่บริเวณห้องน้ำชายและหญิงของอาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์กับโจทก์ เพื่อติดตั้งป้ายโฆษณาโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้วจำเลยค้างค่าเช่าขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง จำเลยให้การว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่เช่า สัญญาเช่าสิ้นสุดลงโดยทันทีตามสัญญาเช่า จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ชำระค่าเช่า ขอให้ยกฟ้อง โจทก์สำนวนหลังฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินมัดจำ จำเลยให้การว่า โจทก์บอกเลิกสัญญาไม่ถูกต้อง จำเลยจึงใช้สิทธิตามสัญญาเช่าหักเงินมัดจำชำระหนี้จาก การเช่าได้ ไม่มีข้อตกลงให้โจทก์เรียกดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกซึ่งเป็นจำเลยในสำนวนหลังว่าโจทก์และเรียกจำเลยในสำนวนแรกซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนหลังว่าจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชำระเงิน ๙๔,๐๒๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๔๑) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย

โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน ๖๖,๐๒๔.๙๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๕๗,๖๙๔.๒๑ บาท นับแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องคดีหมายเลขแดงที่ ๒๖๑๙๔/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่โจทก์และจำเลยไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าสถานที่บริเวณห้องน้ำชายและหญิง ชั้นที่ ๑ ถึงชั้นที่ ๓ ของอาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์กับโจทก์เป็นเวลา ๒ ปี ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๗ ถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๓๙ ค่าเช่าเดือนละ ๓๒,๘๐๐ บาท และค่าภาษีโรงเรือนอีกเดือนละ ๕,๐๘๔ บาท ชำระภายในวันที่ ๑๕ ของเดือน จำเลยได้วางเงินมัดจำเพื่อเป็นประกันค่าเช่า ค่าบริการ ค่าเสียหาย และหนี้อื่น ๆ แก่โจทก์อีกจำนวน ๙๘,๔๐๐ บาท ด้วย เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่อาคาร มาบุญครองเซ็นเตอร์ชั้นที่ ๓ และมีการปิดการใช้อาคารนับแต่นั้นถึงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๓๙ จำเลยได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าแก่โจทก์ โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันเกิดเหตุเพลิงไหม้และให้โจทก์คืนเงินมัดจำนวน ๙๘,๔๐๐ บาท

พร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า การเกิดเหตุเพลิงไหม้ชั้นที่ ๓ ของอาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์ใกล้บริเวณที่จำเลยเช่าเพื่อติดตั้งป้ายโฆษณา ห่างจาก จุดที่เช่าประมาณ ๕๐ เมตร แม้เพลิงไม่ได้ไหม้ป้ายโฆษณาแต่ผลจากการที่เกิดเพลิงไหม้ทำให้น้ำยาดับเพลิงฉีดทำลายป้ายโฆษณาของจำเลยได้รับความเสียหายมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของป้ายทั้งหมด ก็ถือได้ว่าภัยพิบัติได้ทำความเสียหายแก่ป้ายโฆษณาส่วนใดส่วนหนึ่งของจำเลยแล้วนั้น เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยนอกเหนือจากประเด็นที่จำเลยให้การในสำนวนแรกและคำฟ้องของจำเลยในสำนวนหลังเป็นการไม่ชอบหรือไม่นั้น

เห็นว่า จำเลยให้การสู้คดีในสำนวนแรกเพียงว่า จากการที่เกิดเหตุเพลิงไหม้พื้นที่ส่วนหนึ่งของอาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์เป็นเหตุให้โจทก์ปิดการใช้อาคารทั้งหมดจนถึงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ทำให้สถานที่เช่าภายในบริเวณห้องน้ำชายและหญิงตามชั้นต่าง ๆ ซึ่งมีพื้นที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ทั้งหมดในอาคาร กระทบกระเทือนถึงวัตถุประสงค์ในการโฆษณาสินค้าด้วยป้ายโฆษณาเพราะผู้คนไม่ไปใช้บริการภายในอาคารด้วยเกิดความตื่นตระหนกตกใจในเหตุที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน นับเดือน ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงทำความเสียหายให้แก่ป้ายโฆษณาของจำเลย การโฆษณาของจำเลยไม่เป็นผลตาม ที่ต้องการ เป็นเหตุให้ลูกค้าของจำเลยบอกเลิกสัญญาว่าจ้างโฆษณาอันเนื่องมาจากสถานที่เช่าอยู่ในสภาพที่เสียหายจนไม่เหมาะสมที่จะใช้ติดตั้งป้ายโฆษณาอีกต่อไป

ถือเป็นความเสียหายโดยตรงตามสัญญาเช่าข้อ ๑๑ สัญญาเช่านี้จึงเป็นอันสิ้นสุดลงโดยทันที ส่วนคำฟ้องของจำเลยซึ่งเป็นโจทก์สำนวนหลัง ก็บรรยายฟ้องไว้เพียงว่า เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์บริเวณชั้นที่ ๓ อันเป็นสถานที่เช่าจนเป็นเหตุให้จำเลยสำนวนหลังต้องปิดอาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์เป็นเวลา ๑๒ วัน ตั้งแต่วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ ทำให้ธุรกิจของโจทก์สำนวนหลังได้รับความเสียหาย โดยลูกค้าได้ขอยกเลิกการติดตั้งป้ายโฆษณาแก่โจทก์สำนวนหลังทั้งหมด เนื่องจากสถานที่เช่าไม่เหมาะสมที่จะใช้ติดตั้งป้ายโฆษณาสินค้าอีกต่อไป ทำให้จำเลยสำนวนหลังไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาเช่า ข้อ ๔ ได้ และเป็นเหตุให้สัญญาเช่าเป็นอันเลิกกันทันทีตามสัญญาเช่า ข้อ ๑๑ จะเห็นได้ว่า

ทั้งตามคำให้การจำเลยสำนวนแรกกับคำฟ้องของจำเลยซึ่งเป็นโจทก์สำนวนหลัง ต่างก็อ้างเพียงว่า การที่อาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์ถูกเพลิงไหม้ ทำให้คนไม่ไปใช้บริการในอาคารดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้ไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นที่ติดตั้งป้ายโฆษณาอีกต่อไป โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ยกข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การสำนวนแรก หรือบรรยายไว้ในคำฟ้องสำนวนหลังตอนใดเลยว่า การที่เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์ทำให้ระบบฉีดน้ำดับเพลิงฉีดใส่ป้ายโฆษณาของจำเลยเสียหายจำนววน ๕๔ ป้าย จากป้ายที่มีอยู่ทั้งหมด ๘๒ ป้าย ดังที่นางสาวปิยะรัตน์ พณรักษ์ พยานจำเลยเบิกความไว้ การที่ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวมา จึงเป็นการนอกเหนือไปจากประเด็นข้อพิพาทตามคำให้การจำเลยสำนวนแรก และคำฟ้องของจำเลยซึ่งเป็นโจทก์สำนวนหลัง เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๑ (๒), ๑๔๑ และ ๑๔๒ วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
วิบูลย์ มีอาสา · ศุภชัย ภู่งาม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายเลอเลิศ ชุณหโอภาส
ศาลอุทธรณ์ - นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

Supreme Court Judgment No. 4273/2568

แม้ ฮ. มีคำสั่งเสียก่อนถึงแก่ความตายยกทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของ ฮ. ให้แก่จำเลยที่ 1 แต่ ฮ.ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด ทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม…

Supreme Court Judgment No. 3881/2568

หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้…

Supreme Court Judgment No. 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

Supreme Court Judgment No. 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up