คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเข้าไปไถนาโค่นต้นไม้ต่าง ๆ ของผู้เสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง วางโทษจำคุกจำเลย ๖ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา นางต๋อย นรากร มารดาของนายช่วย นรากร ผู้เสียหายยื่นคำร้องว่าผู้เสียหายถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นผู้ร้องได้ทำความตกลงกับจำเลยแล้ว ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลยอีก ขอถอนคำร้องทุกข์
ศาลฎีกาเห็นว่าการถอนคำร้องทุกข์เป็นสิทธิซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๖ วรรค ๑ บัญญัติให้ไว้แก่ผู้ร้องทุกข์ที่จะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ และสิทธิถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สิน เมื่อผู้ร้องทุกข์ตายย่อมตกทอดแก่ทายาท ฉะนั้นเมื่อนายช่วยผู้ร้องทุกข์ในคดีนี้ตาย สิทธิในการถอนคำร้องทุกข์จึงตกทอดแก่นางต๋อยมารดานายช่วยผู้เป็นทายาท นางต๋อยมีสิทธิถอนคำร้องทุกข์นั้นได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๖/๒๔๘๘ คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๘ ซึ่งมาตรา ๓๖๑ บัญญัติว่าเป็นความผิดอันยอมความได้เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๒) คำพิพากษาศาลล่างก็ย่อมระงับไปในตัวไม่มีผลบังคับต่อไป ให้จำหน่ายคดี