Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 109568)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่ธนาคารโจทก์ที่ 1 จัดให้มีการแข่งขันกีฬาภายในระหว่างหน่วยงาน ถือว่าเป็นการกระทำที่อยู่ในวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ 1 และเมื่อระเบียบของโจทก์ที่ 1 กำหนดว่าการแข่งขันกีฬาและการฝึกซ้อมกีฬาของพนักงานให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร เมื่อโจทก์ที่ 2 ลงแข่งขันกีฬาฟุตบอลเพื่อคัดเลือกหาทีม ตัวแทน สำนักงานใหม่ตามคำสั่งของโจทก์ที่ 1 และได้รับบาดเจ็บขณะทำการแข่งขัน จึงเป็นกรณีลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง จำเลยต้องจ่ายเงินทดแทนเป็นรายเดือนที่ถึงกำหนดแล้วทั้งหมดให้แก่โจทก์ที่ 2 ในคราวเดียวกัน

Provisions the court ruled on

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีการเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน Section 16 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ จัดให้มีการแข่งขันกีฬาภายในสำนักงานใหญ่ โจทก์ที่ ๑ มีคำสั่งให้โจทก์ที่ ๒ ไปเล่นกีฬาด้วย โจทก์ที่ ๒ ได้ร่วมแข่งขันกีฬาฟุตบอล และได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขณะทำการแข่งขันซึ่งเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่โจทก์ที่ ๑ นายจ้าง แต่สำนักงานกองทุนเงินทดแทนของจำเลยไม่ยอมจ่ายเงินทดแทน ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลย และให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า การที่โจทก์ที่ ๒ บาดเจ็บจากการแข่งขันกีฬาไม่ใช่เป็นการประสบอันตรายเนื่องจากทำงานให้แก่โจทก์ที่ ๑ จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินทดแทนให้แก่โจทก์ แต่หากต้องจ่าย ก็ไม่ต้องจ่ายทีเดียวทั้งหมด คงจ่ายเป็นรายเดือน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกล่าววินิจฉัยมาได้ความว่า โจทก์ที่ ๑ มีระเบียบว่าด้วยการแข่งขันกีฬาของธนาคาร โจทก์ที่ ๒ เป็นพนักงานของโจทก์ที่ ๑ ตำแหน่งพนักงานตรวจสอบ ฝ่ายตรวจสอบ สำนักงานใหญ่ โจทก์ที่ ๑ ได้มีคำสั่งให้โจทก์ที่ ๒ เป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมสำนักงานใหญ่ ๑ วันที่๑๖ กรกฎาคม ๒๕๓๑ โจทก์ที่ ๒ ลงเล่นฟุตบอล ขณะแข่งขันโจทก์ที่ ๒ ได้รับบาดเจ็บต้องออกจากการแข่งขันและถูกพาตัวไปส่งโรงพยาบาลปรากฏว่ากระดูกขาซ้ายหักและข้อเท้าซ้ายเคลื่อนต้องพักรักษาตัวไปทำงานไม่ได้จนถึงวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๓๑ จึงไปทำงานได้ตามปกติคดีคงมีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่า การที่โจทก์ที่ ๒ประสบอันตรายดังกล่าวนั้น

เนื่องมาจากการทำงานให้โจทก์ที่ ๑นายจ้างหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ที่ ๒มีระเบียบฉบับที่ ๒๑ ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาของธนาคารตามเอกสารหมาย จ.๔ ระบุไว้ในข้อ ๓ ว่า "ข้อ ๓ วัตถุประสงค์ในการแข่งขันกีฬาของธนาคารมีดังต่อไปนี้ (๑) เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่การกีฬาให้แพร่หลายไปในหมู่พนักงานของธนาคารให้สนใจการเล่นกีฬามากยิ่งขึ้น อันเป็นการเพิ่มพูนสุขภาพพลานามัย ฝึกความมีระเบียบวินัย รู้แพ้รู้ชนะสมานสามัคคี และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ (๒) .......... (๓) เพื่อเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดของพนักงานจากการปฏิบัติงานประจำวันอันจะส่งผลให้การปฏิบัติงานของพนักงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (๔) เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ภายในและภายนอกของธนาคาร"

จากวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในระเบียบดังกล่าวย่อมเป็นที่เข้าใจและเห็นได้โดยชัดแจ้งว่า กิจกรรมดังกล่าวนั้นเป็นกิจกรรมเพื่อการสร้างสรรค์ให้งานในหน้าที่หลักเพิ่มประสิทธิภาพและเพื่อผลในการประชาสัมพันธ์หน่วยงานของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ที่ ๒ จริงอยู่ที่พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ มาตรา ๙ ได้บัญญัติวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ ๑ ว่า "ธนาคารมีวัตถุประสงค์ให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อส่งเสริมอาชีพหรือการดำเนินงานของเกษตรกรกลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตร" แต่ก็ต้องยอมรับกันในหมู่ของผู้มีความรับผิดชอบว่ากิจกรรมตามระเบียบฉบับที่ ๒๑ ของโจทก์ที่ ๑นั้น เป็นหนทางที่จะทำให้วัตถุที่ประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๙บรรลุผลหรือทำให้วัตถุประสงค์นั้นบังเกิดผลในทางที่เพิ่มพูนมากขึ้น การกระทำหรือกิจกรรมที่เป็นวิถีทางซึ่งทำให้เป็นหมายที่กำหนดไว้บังเกิดผลนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าไม่เป็นการนอกวัตถุประสงค์แต่อย่างใด แต่เห็นว่าเป็นสิ่งที่สมควรปรับปรุงส่งเสริมให้สอดคล้องกับการพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศดังที่กล่าวไว้ในคำปรารภของประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๐๓โจทก์ที่ ๑ มีคำสั่งให้โจทก์ที่ ๒ เป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมสำนักงานใหญ่ ๑ ถูกต้องตามระเบียบฉบับที่ ๒๑ ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาของธนาคาร ของ ๑๑ และในระเบียบดังกล่าวก็ระบุไว้ชัดเจนตามข้อ ๒๐ ว่า "การแข่งขันกีฬาและการฝึกซ้อมกีฬาของพนักงานธนาคารตามข้อ ๑๑ ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานของธนาคาร..."ดังนั้น พนักงานของโจทก์ที่ ๑ ไม่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ประจำในตำแหน่งใด เมื่อได้รับคำสั่งให้เป็นนักกีฬาตามระเบียบดังกล่าวก็นับว่าพนักงานผู้นั้นต้องทำหน้าที่เป็นนักกีฬาของโจทก์ที่ ๑ ด้วยการที่โจทก์ที่ ๒ ลงแข่งขันกีฬาฟุตบอลเพื่อคัดเลือกหาทีมตัวแทนสำนักงานใหญ่ ตามคำสั่งของโจทก์ที่ ๑ และได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ทำการแข่งขัน จึงเป็นการที่ลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้นายจ้างตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน และการอุทธรณ์ ในข้อ ๑๕ แล้ว เหตุที่จำเลยอ้างในอุทธรณ์ว่าจำเลยเรียกเก็บเงินสมทบจากโจทก์ที่ ๑ ไม่ได้นำการแข่งขันกีฬามาพิจารณาเพราะนอกวัตถุประสงค์ การที่ศาลแรงงานกลางให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนแก่โจทก์ที่ ๒ จึงเป็นการสั่งจ่ายนอกวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนเงินทดแทนนั้น เห็นว่าวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนเงินทดแทนมีปรากฏให้เห็นชัดเจนในคำปรารภของประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ว่า "สมควรจัดให้มีกองทุนเงินทดแทนเพื่อเป็นหลักประกันแก่ลูกจ้างว่าจะต้องได้รับเงินทดแทนในเมื่อประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย หรือถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงาน" เป็นข้อแสดงให้เห็นหลักการอันสำคัญยิ่งว่าการจัดให้มีกองทุนเงินทดแทนขึ้นนั้น

ก็เพื่อเป็นหลักประกันแก่ลูกจ้าง และเมื่อพิจารณาถึงประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบ การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ จะเห็นได้ว่าประกาศดังกล่าวได้กำหนดหมวดในการบังคับตามข้อกำหนดไว้แยกส่วนออกจากกันให้เห็นได้ชัดเจน กล่าวคือระบุหมวด ๑ อัตราเงินสมทบ หมวด ๒ วิธีเรียกเก็บเงินสมทบหมวด ๓ การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ซึ่งในหมวด ๑ และหมวด ๒ นั้น กำหนดสิทธิและหน้าที่ที่มีต่อกันระหว่างนายจ้างกับสำนักงานกองทุนเงินทดแทน มิได้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการจ่ายเงินตามสิทธิของผู้ที่จะได้รับตามหลักการของเงินทดแทนแต่ประการใด สิทธิของลูกจ้างที่จะได้รับเงินทดแทนนั้น

มีกำหนดไว้ในหมวด ๓ ว่าด้วยการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนสิทธิของลูกจ้างที่จะได้รับเงินทดแทนหรือไม่เพียงใดจะต้องพิจารณาจากข้อกำหนดในหมวดนี้ จะนำหลักเกณฑ์ในหมวดอื่นที่มิได้เกี่ยวกับสิทธิของลูกจ้างที่จะได้รับเงินทดแทนมาเป็นข้อพิจารณาว่าสิทธิของลูกจ้างที่มีอยู่ตามข้อกำหนดในหมวดนี้ได้หมดไปนั้นหาต้องด้วยเจตนารมณ์ของการจัดให้มีกองทุนเงินทดแทนเพื่อเป็นหลักประกันแก่ลูกจ้างดังกล่าวข้างต้นตามที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๐๓ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๕ ข้อ ๓ ต้องการให้มีขึ้นไม่ จำเลยยกปัญหาเรื่อง อัตราการจ่ายเงินสมทบของนายจ้างมาเป็นเหตุอ้างเพื่อปฏิเสธการจ่ายเงินให้แก่โจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นลูกจ้าง จึงเป็นการไม่ถูกต้องอุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น

จำเลยอุทธรณ์ในประการต่อมาว่า ที่ศาลแรงงานกลางให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนทั้งหมดแก่โจทก์ที่ ๒ ในคราวเดียวกันเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ข้อ ๑๖ วรรคท้าย ให้นำข้อ ๕๔ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖เมษายน ๒๕๑๕ มาใช้บังคับแก่การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนโดยอนุโลม ซึ่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๕๔ กำหนดว่า "เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย...ให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนดังต่อไปนี้ (๑) ร้อยละหกสิบของค่าจ้างรายเดือน สำหรับกรณีที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานติดต่อกันได้เกินสามวัน...โดยจ่ายนับแต่วันแรกที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ไปจนตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้..." ตามข้อกำหนดดังกล่าวจะเห็นได้ว่าสำนักงานกองทุนเงินทดแทนที่จำเลยรับผิดชอบอยู่นั้นมีหน้าที่ที่จะต้องจ่ายเงินทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างที่ประสบอันตรายจนไม่สามารถทำงานติดต่อกันได้เกินสามวัน

ตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ไปจนตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้ กรณีของโจทก์ที่ ๒ นั้นได้ประสบอันตรายจนไม่สามารถทำงานได้ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๓๑ ถึงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๓๑ และโจทก์ที่ ๒ ได้เรียกร้องให้จำเลยจ่ายตั้งแต่วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๑จำเลยแจ้งปฏิเสธว่าโจทก์ที่ ๒ ไม่มีสิทธิได้รับตามหนังสือลงวันที่๘ มีนาคม ๒๕๓๒ โจทก์ที่ ๒ ยื่นฟ้องขอให้จำเลยจ่ายเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๒ อันเป็นที่เห็นได้ว่าหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องจ่ายเงินทดแทนให้โจทก์ที่ ๒ เป็นรายเดือนตามที่กฎหมายกำหนดนั้นได้ล่วงเลยมาแล้วเป็นเวลานาน เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าจำเลยมีหน้าที่ต้องจ่าย จำเลยจึงมีหน้าที่จะต้องจ่ายเงินทดแทนให้โจทก์ที่ ๒ ทั้งหมดที่ถึงกำหนดแล้วในคราวเดียวกันจำเลยจะนำข้อกำหนดในเรื่องการจ่ายเป็นรายเดือนมาเป็นเหตุอ้างอีกนั้น เป็นการกล่าวอ้างในสิ่งที่มิชอบด้วยเหตุผลและหลักการที่ควรจะเป็นไปในทางที่สำนักงานกองทุนเงินทดแทนจะต้องทำหน้าที่เพื่อเป็นหลักประกันแก่ลูกจ้างในอันที่จะได้รับการช่วยเหลือและคุ้มครองจากกองทุน อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ศักดา โมกขมรรคกุล · ตัน เวทไว
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกรศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7422/2537

การที่มือขวาของลูกจ้างสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วน ถือว่าเป็นการสูญเสียมือขวานั้นด้วย ที่โจทก์ต้องจ่ายค่าทดแทนตามข้อ 54 (2) และข้อ 54 วรรคสอง แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มค…

Supreme Court Judgment No. 5121/2537

ผู้ตายเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรแหล่งน้ำ 1 รับผิดชอบเป็นผู้จัดการโครงการวางท่อส่งน้ำ โดยทำงานร่วมกับบริษัทช.ผู้ตายต้องรับผิดชอบงานหลายด้าน เช่น การบริหารงานบุคคลดูแลงบประมาณและติดต่อกับหน่วยงานต…

Supreme Court Judgment No. 1154/2532

การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบ การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ ข้อ 22 ซึ่งกำหนดว่า "การจ่ายค่…

Supreme Court Judgment No. 2199/2532

วัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจที่ระบุไว้ในกฎหมายจัดตั้งเป็นเพียงการกำหนดประเภทของกิจการ ซึ่งรัฐวิสาหกิจจะดำเนินการเท่านั้น งานของรัฐวิสาหกิจหาได้จำกัดขอบเขตอยู่เฉพาะเท่าที่ระบุไว้ดังกล่าวไม่ ดังนั้น แม้พร…

Supreme Court Judgment No. 839/2531

อ.เป็นลูกจ้างการสื่อสารแห่งประเทศไทยโจทก์ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ อ.นำหลักฐานการอนุญาตให้ใช้สถานที่ตั้งไปรษณีย์รับอนุญาตเอกชนไปให้ผู้สมัครรับจัดตั้งไปรษณีย์รับอนุญาตเอกชนลงชื่อ อ.จึงเดินทางไปตามคำสั่งถือ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up