Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 10778/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ช. ที่โจทก์ได้รับมีราคาเสนอขายหน่วยละ 0 บาท มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ราคาการใช้สิทธิ 4.50 บาทต่อหน่วย ในเดือนที่ใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ราคาปิดเฉลี่ยของหุ้นสามัญของบริษัท ช. ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 16.63 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นทางให้ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญนี้ได้รับประโยชน์แล้ว ใบสำคัญแสดงสิทธินี้ยังมีอีกสถานะหนึ่งคือเป็นหลักทรัพย์ที่บุคคลนำมาซื้อขายได้โดยตรง และไม่มีข้อจำกัดการโอน ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นที่โจทก์ได้รับจึงอาจคำนวณได้เป็นเงิน ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตาม ป.รัษฎากร มาตรา 39

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 39

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยคืนเงินภาษีอากรแก่โจทก์ 244,092.67 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนตั้งแต่วันครบระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันสิ้นกำหนดระยะเวลายื่นแบบแสดงรายการตามที่กฎหมายกำหนด คือวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 จนถึงวันที่โจทก์ได้รับคืนภาษีให้แก่โจทก์ และเพิกถอนหนังสือที่ กค 0818.02/(กว) 21608 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2550 และหนังสือที่ กค 0717 (กม)/4904 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2551

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 7,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2547 บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ออกหนังสือชี้ชวนเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท 262,400,649 หน่วย โดยจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท 209,900,649 หน่วย และจัดสรรให้แก่พนักงานของบริษัทรวมถึงโจทก์ด้วย 52,500,000 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่าและไม่มีการจำหน่ายให้บุคคลทั่วไป ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญมีราคาเสนอขายหน่วยละ 0 บาท อัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วยมีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ราคาการใช้สิทธิ 4.50 บาท ต่อหน่วย มีอายุ 3 ปี ระยะเวลาการใช้สิทธิ

คือ ทุกไตรมาส ภายในเวลาทำการในวันสุดท้ายของเดือน โดยมีการใช้สิทธิครั้งแรกในวันทำการสุดท้ายของเดือนมิถุนายน 2547 ไม่มีข้อจำกัดการโอน ตามหนังสือชี้ชวน วันที่ 5 เมษายน 2547 โจทก์ได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ 76,600 หน่วย ตามใบจองซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) คำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และเรียกเก็บจากโจทก์ โดยใช้ราคาเฉลี่ยของหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเดือนที่โจทก์ได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิคือเดือนเมษายน 2547 ซึ่งมีมูลค่า 16.63 บาท ต่อหุ้น หักด้วยราคาการใช้สิทธิ 4.50 บาทต่อหุ้น เป็นเงิน 12.13 บาทต่อหน่วย คำนวณเป็นเงินได้ 929,158 บาท และภาษีเงินได้

ณ ที่จ่าย 288,668 บาท ตามสำเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต่อมามีการจดทะเบียนใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2547 โจทก์ขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2547 ต่อมาวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2548 โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ประจำปีภาษี 2547 โดยระบุว่ามีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (1) และ 40 (2) รวมเงินได้ 1,782,239.71 บาท เมื่อคำนวณหักค่าใช้จ่ายค่าลดหย่อนและเงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย แล้วโจทก์ขอคืนเงินภาษีที่ชำระไว้เกิน 46,526.79 บาท วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 โจทก์ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากรตามแบบ

ค.10 ขอคืนภาษีของปีภาษี 2547 จำนวน 244,092.67 บาท โดยอ้างว่าการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากใบสำคัญสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ 929,158 บาท ที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการไว้ไม่ถูกต้อง สำนักงานสรรพากรพื้นที่นครราชสีมาของจำเลยมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่คืนเงินภาษีอากรแก่โจทก์ โดยให้เหตุผลว่า ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญสามารถโอนเปลี่ยนมือได้ หากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญมีมูลค่าในขณะที่ได้รับ ถือว่าผู้ได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นซึ่งเป็นพนักงานบริษัทได้รับเงินได้พึงประเมินจะต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา วันที่ 25 ธันวาคม 2550 โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อมาจำเลยมีหนังสือแจ้งยืนยันไม่คืนเงินภาษีอากรให้แก่โจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า การที่โจทก์ได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญจากบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของโจทก์หรือไม่

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 บัญญัติถึงความหมายของคำว่า "เงินได้พึงประเมิน" หมายความว่า "เงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้ เงินได้ที่กล่าวนี้ให้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน..." คดีนี้โจทก์ได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) มีรายละเอียดเงื่อนไขว่า มีราคาเสนอขายหน่วยละ 0 บาท อัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วยมีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ราคาการใช้สิทธิ 4.50 บาท ต่อหน่วย มีอายุ 3 ปี ระยะเวลาการใช้สิทธิ คือ ทุกไตรมาส ภายในเวลาทำการในวันสุดท้ายของเดือน โดยมีการใช้สิทธิครั้งแรกในวันทำการสุดท้ายของเดือนมิถุนายน 2547 และไม่มีข้อจำกัดการโอน

ดังนี้ แม้ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นนี้จะมีสถานะเป็นหลักฐานแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทได้ในราคาหุ้นละ 4.50 บาท โดยไม่คำนึงว่าหุ้นสามัญนั้นจะมีราคาสูงกว่านี้หรือไม่ ซึ่งเป็นทางที่จะทำให้ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นนี้ได้รับประโยชน์ในภายหน้าตามที่โจทก์อ้างก็ตาม แต่ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญนี้ยังมีอีกสถานะหนึ่งคือเป็นหลักทรัพย์ดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 4 ในส่วนที่บัญญัติความหมายของคำว่า "หลักทรัพย์" ตาม (7) หมายความถึง "ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น" ด้วย ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญในสถานะที่เป็นหลักทรัพย์นั้นเป็นสิ่งที่บุคคลนำมาซื้อขายกันได้โดยตรงต่างหากจากการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ และเมื่อซื้อขายกันได้ก็ย่อมจะต้องคิดคำนวณได้เป็นเงินด้วย จึงมิใช่เป็นแต่เพียงสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับมาในอนาคต

กรณีจึงเห็นได้ว่าใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่โจทก์ได้รับจากบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เป็นทรัพย์สินที่อาจคิดคำนวณเป็นเงินได้แล้ว โดยไม่จำต้องรอให้มีการใช้สิทธิซื้อหุ้นของบริษัทเสียก่อนแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่จะคิดเป็นเงินได้จำนวนเท่าใดเป็นอีกปัญหาหนึ่งต่างหาก มิใช่ว่าเมื่อไม่ปรากฏราคาซื้อขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญกันในวันที่โจทก์ได้รับแล้วจะถือว่าคิดคำนวณเป็นเงินไม่ได้ดังที่โจทก์อ้าง ดังนั้น การที่โจทก์ได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญจากบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) จึงถือเป็นเงินได้พึงประเมินของโจทก์ โจทก์ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย เนื่องจากเงินได้พึงประเมินดังกล่าวเป็นเงินได้ที่ถือว่าโจทก์ได้รับไว้แล้วตั้งแต่ก่อนที่จะนำใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญดังกล่าวออกขายในตลาดหลักทรัพย์ ย่อมไม่ใช่เงินได้ที่เป็นผลประโยชน์จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมชาย สินเกษม · กรองเกียรติ คมสัน · นิพันธ์ ช่วยสกุล
Lower court
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสุธรรม จุลิรัชนีกร
Supreme Court black case no.
ภษ.70/2552
Trial court black case no.
พ197/2551
Trial court red case no.
พ37/2552
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4727/2561

โจทก์กู้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้า มีหนี้สินคงเหลืออยู่ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2553 ซึ่งเมื่อคำนวณเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 65 ทวิ (5) (ก) โจทก์มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,195,93…

Supreme Court Judgment No. 7843/2560

หลักการเสียภาษีอากรสำหรับบุคคลธรรมดานั้น เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับเป็นเงินได้อันจะนำมาคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต้องเป็นสิ่งที่ได้รับมาแล้วเท่านั้น มิใช่เป็นเพียงสิทธิเรียกร้อ…

Supreme Court Judgment No. 8943/2560

โจทก์ทำสัญญาโอนกิจการโจทก์ทั้งหมดให้แก่บริษัท บ. ตามราคาตลาด ณ วันโอนกิจการ เป็นเงิน 998,000,000 บาท โดยโจทก์ตีราคาสินทรัพย์ ณ วันโอนกิจการ 1,081,368,626.10 บาท เมื่อหักมูลค่าหนี้สินทั้งหมดแล้วคงเหลือ…

Supreme Court Judgment No. 12847/2557

จำเลยทั้งสองชำระภาษีให้แก่โจทก์แล้ว ต่อมาขอคืนภาษีโดยอ้างว่าชำระไว้เกิน เพราะใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นบริษัท ช. ไม่ถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมินที่จำเลยที่ 1 จะต้องเสียภาษี ซึ่งเป็นกรณีที่จำเลยทั้งส…

Supreme Court Judgment No. 10773/2557

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.73.1) ในเดือนภาษีสิงหาคม 2540 กันยายน 2540 ตุลาคม 2540 พฤศจิกายน 2540 มกราคม 2541 และมีนาคม 2541 ตามลำดับ มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินเดือนภาษีละ 50,000 บาท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up