คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 300,000 บาท และให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินพร้อมทั้งจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 133133, 133134 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นชื่อโจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้โจทก์หรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ตามทางนำสืบและในชั้นนี้ว่า โจทก์กับจำเลยตกลงกันตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายว่า จำเลยตกลงขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้โจทก์โดยโจทก์จะต้องไปชำระเงินที่ยังค้างชำระตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน เพื่อไถ่ถอนจำนองแก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ก่อน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์เองว่า จำเลยเป็นผู้ชำระเงินที่ยังค้างชำระและไถ่ถอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ ดังนี้ กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในหนังสือสัญญาจะซื้อขายให้ถูกต้อง โจทก์จะขอบังคับจำเลยให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทแก่ตนมิได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า หนังสือสัญญาจะซื้อขายทำขึ้นโดยเจตนาลวงจึงตกเป็นโมฆะนั้น
โจทก์เพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา จึงไม่รับวินิจฉัย และที่ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังไม่ได้วินิจฉัยปัญหาว่าจำเลยถือกรรมสิทธิ์แทนโจทก์ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ข้างต้น ปัญหาดังกล่าวจึงไม่ต้องวินิจฉัย ฎีกาอื่นนอกจากนี้ไม่มีผลต่อคำวินิจฉัย ไม่เป็นสาระที่จะพิจารณา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ