Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 106/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ค่าชดเชยต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้าง เมื่อไม่จ่ายถือว่าผิดนัดนับแต่วันที่เลิกจ้าง โดยไม่ต้องทวงถาม ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันเลิกจ้าง

Provisions the court ruled on

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ 27,960 บาท กับดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะเรื่องดอกเบี้ย โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์2519 จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ทันทีโดยมิพักต้องเรียกร้องหรือทวงถามแต่อย่างใด เมื่อไม่จ่ายค่าชดเชยให้ก็ต้องฟังว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่วันเลิกจ้างแล้ว จำเลยจึงต้องชำระดอกเบี้ยตั้งแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันฟ้องด้วยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษาายน พุทธศักราช 2515 ได้กำหนดบทนิยามคำว่า "ค่าชดเชย" หมายความว่า เงินที่นายจ้างให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง ดังนั้นเมื่อจำเลยเลิกจ้าง จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์เมื่อเลิกจ้าง

เมื่อไม่จ่ายค่าชดเชยให้ย่อมต้องถือว่าผิดนัดนับแต่วันที่เลิกจ้างโดยมิพักต้องเรียกร้องหรือทวงถามแต่ประการใดอีก ค่าชดเชยเป็นหนี้เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง ฉะนั้น เมื่อผิดนัดก็ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ผู้เป็นลูกจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่เลิกจ้างเป็นต้นไป ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้นพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลแรงงานกลาง เป็นว่า ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย จ่ายดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงิน 27,960 บาทนับแต่วันเลิกจ้าง (วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2519) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้นี้แล้วให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง"

Matter details

Panel of judges
ขจร หะวานนท์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ · ไพศาล สว่างเนตร
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3881/2568

หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้…

Supreme Court Judgment No. 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

Supreme Court Judgment No. 7504/2567

แม้การยื่นคำให้การในคดีผู้บริโภคจะไม่เคร่งครัดเช่นการยื่นคำให้การในคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 ก็ตาม แต่การจะให้การรับหรือปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ส่วนไหนอย่างไรย่อมเป็นเจตนาอิสระของคู่ความ พ.ร.บ.วิธีพิจารณา…

Supreme Court Judgment No. 6781/2567

สิทธิในการฎีกาเป็นสิทธิเฉพาะตัวจำเลยแต่ละคน จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ได้ และในส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่อาจฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 4 และที่ 5 ได้เช…

Supreme Court Judgment No. 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up