Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 10449/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้เสียหายทั้งสามเป็นคนต่างด้าวเบิกความโดยไม่ปรากฏว่าล่ามได้สาบานหรือปฏิญาณตนแล้ว และไม่ปรากฏว่าผู้ที่ลงลายมือชื่อในคำให้การพยานในฐานะล่ามนั้นเป็นใคร การสืบพยานปากผู้เสียหายทั้งสามจึงเป็นการฝ่าฝืน ป.วิ.อ. มาตรา 13 ชอบที่จะต้องเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าว และย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ปากผู้เสียหายทั้งสามและพิพากษาใหม่ให้ถูกต้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 208 (2) ประกอบมาตรา 225

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9, 12

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 วรรคสี่, 12 วรรคหนึ่ง เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่หนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเพื่อข่มขืนใจให้กระทำการค้าประเวณี จำคุกคนละ 10 ปี

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยคู่ความมิได้โต้แย้งในชั้นฎีกาว่า นางสาวซัน ดารี ผู้เสียหายที่ 1 นางสาวซัน มม ผู้เสียหายที่ 2 และนางสาวซัน นา ผู้เสียหายที่ 3 เป็นคนต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาในวันเวลาที่เกิดเหตุตามฟ้องทหารเรือตรวจสอบบริเวณท่าเทียบเรือประมงสถานที่เกิดเหตุพบว่ามีคนต่างด้าวถูกบังคับให้ค้าประเวณี และนำตัวผู้เสียหายทั้งสามส่งมอบให้เจ้าพนักงานตำรวจ แล้วพนักงานสอบสวนกล่าวหาจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ปากผู้เสียหายทั้งสามของศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า

การเบิกความของผู้เสียหายทั้งสามเป็นการเบิกความผ่านล่าม แต่ล่ามมิได้สาบานตน จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 วรรคสอง (ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น) เห็นว่า ในคำให้การพยานของผู้เสียหายทั้งสามที่ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้เสียหายแต่ละคนลงไว้ตอนท้ายนั้น มีลายมือชื่อของบุคคลอื่นลงไว้พร้อมระบุฐานะว่าเป็นล่ามต่อท้ายลายมือชื่อดังกล่าวด้วย อันเป็นการแสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าผู้เสียหายทั้งสามซึ่งเป็นคนต่างด้าวไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทย เพราะหากผู้เสียหายทั้งสามพูดหรือเข้าใจภาษาไทยได้ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะต้องมีการจัดหาล่ามแปล ดังนั้น การดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์ปากผู้เสียหายทั้งสามจึงต้องตกอยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น แต่ไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้บันทึกไว้

ณ ที่ใดว่า บุคคลผู้ลงลายมือชื่อเป็นล่ามผู้แปลนี้เป็นใคร และได้สาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะแปลถ้อยคำของผู้เสียหายทั้งสามให้ถูกต้องและทำหน้าที่โดยสุจริตใจ ไม่เพิ่มเติมหรือตัดทอนสิ่งที่แปล ดังนั้นการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นในการสืบพยานปากผู้เสียหายทั้งสามนี้จึงเป็นการฝ่าฝืนบทกฎหมายดังกล่าว ย่อมไม่ชอบ เมื่อการดำเนินกระบวนพิจารณาในการสืบพยานโจทก์ปากผู้เสียหายทั้งสามไม่ชอบเช่นนี้ ชอบที่ศาลจะต้องเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสีย แม้ผู้เสียหายทั้งสามจะเป็นคนต่างด้าวและเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปแล้ว ก็มิได้หมายความว่าล่วงเลยระยะเวลาที่จะแก้ไขกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนี้ได้ เมื่อพยานปากผู้เสียหายทั้งสามเป็นพยานสำคัญในคดี

ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานโจทก์ปากผู้เสียหายทั้งสามและพิพากษาใหม่ให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบด้วยมาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้สั่งให้แก้ไขกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนี้โดยเห็นว่าผู้เสียหายทั้งสามเป็นคนต่างด้าวและเดินทางออกนอกราชอาณาจักรแล้วและวินิจฉัยว่าไม่อาจใช้คำเบิกความของผู้เสียหายทั้งสามมารับฟังเป็นพยานหลักฐานยันจำเลยทั้งสองได้แล้วพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานปากผู้เสียหายทั้งสามใหม่ โดยให้ล่ามปฏิบัติให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 13 แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
วรงค์พร จิระภาค · วิรุฬห์ แสงเทียน · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
Lower court
ศาลจังหวัดตราด - นางสาวจิรารส พร้อมปริศนา
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายจรัญ เนาวพนานนท์
Supreme Court black case no.
อ.5562/2553
Trial court black case no.
อ428/2548
Trial court red case no.
อ2065/2549
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7567/2544

ตามคำให้การจำเลย คำแถลงประกอบคำรับสารภาพของจำเลย ตลอดจนรายงานกระบวนพิจารณาของ ศาลชั้นต้น ไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้บันทึกไว้ ณ ที่ใดเลยว่า ร. ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นล่ามได้สาบานตนหรือปฏิญาณตนว่าจะแปลถ้อยคำ…

Supreme Court Judgment No. 4317/2567

คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญาว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ เนื่องจากขาดเจตนาทุจริต แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องวินิจฉัยคดีส่วนแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 47 ต่อไป โดยไม่ต้องคำนึงถึง…

Supreme Court Judgment, B.E. 2566 (ref. 690284)

การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจร้องทุกข์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงเพียงว่าโจทก์ร่วมมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาท ไม่ชอบที่จะนำรถออกให้จำนำได้ โดยมิได้รั…

Supreme Court Judgment No. 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

Supreme Court Judgment No. 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up