Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2529 (ref. 104106)

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเหมืองแร่ พ.ศ. 2520 การที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเหมืองแร่ พ.ศ.2520 พ.ศ. 2528 ใช้บังคับมีผลเพียงทำให้จำเลยต้องเลิกกิจการเพื่อสะสางกิจการของจำเลยให้สิ้นสภาพจากการเป็นนิติบุคคลต่อไปเท่านั้น หามีผลทำให้ลูกจ้างของจำเลยสิ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยไปในตัวไม่ การที่จำเลยจะเลิกจ้างลูกจ้างจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 582 โดยต้องบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์เป็นลูกจ้างชั่วคราวของจำเลยโดยจำเลยออกคำสั่งบรรจุโจทก์เป็นรายเดือน แต่โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยติดต่อกันเป็นเวลาหลายปีจึงไม่ถือว่าเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน เมื่อโจทก์ทำงานติดต่อกันมาเกิน 120 วัน ย่อมมีสิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างประจำ จำเลยถูกยุบเลิกอันเป็นเหตุให้จำเลยต้องเลิกจ้างโจทก์โดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำความผิดจำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 582 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 75

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยสามสำนวนฟ้องใจความทำนองเดียวกันว่า จำเลยได้จ้างโจทก์ทุกคนเป็นลูกจ้างรายวันชั่วคราว แต่ได้ทำงานติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ต่อมาจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์เนื่องจากจำเลยเลิกกิจการโดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิดและจำเลยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งหนึ่งร้อยสามสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่าจำเลยได้จ้างโจทก์ทุกคนเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายวัน มีกำหนดระยะเวลาการจ้างเป็นปี ๆ ไป โดยมีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดสัญญาจ้างตามปีงบประมาณเมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบเลิกองค์การเหมืองแร่ดังกล่าวเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๒๘ จึงถือว่าลูกจ้างชั่วคราวรายวันได้ทำงานในปีงบประมาณ ๒๕๒๙ ไม่ถึง ๑๒๐ วัน

โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๓๑ตุลาคม ๒๕๒๘ เป็นการแจ้งให้พนักงานและลูกจ้างหยุดปฏิบัติงานตามผลของกฎหมาย เนื่องจากจำเลยได้ถูกยุบเลิกโดยพระราชกฤษฎีกายกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งองค์การเหมืองแร่ พ.ศ.๒๕๒๐ พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๒๘ จำเลยจึงไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งหนึ่งร้อยสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ (ทุกคน) ก็เพราะจำเลยถูกยุบเลิกโดยผลของกฎหมายซึ่งจำเลยไม่อาจทราบล่วงหน้าได้ จึงไม่มีระยะเวลาที่จะบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าได้ จำเลยจึงไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าในการที่เลิกจ้างโจทก์นั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเหมืองแร่ พ.ศ. ๒๕๒๐ การที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเหมืองแร่ พ.ศ.๒๕๒๐ พ.ศ. ๒๕๒๘ ใช้บังคับ ก็มีผลเพียงทำให้จำเลยต้องเลิกกิจการเพื่อสะสางกิจการของจำเลยให้สิ้นสภาพจากการเป็นนิติบุคคลต่อไปเท่านั้น ดังจะเห็นได้จากมาตรา ๔ แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้พึงถือว่าจำเลยยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชีหามีผลทำให้ลูกจ้างของจำเลยสิ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยไปในตัวไม่การที่จำเลยจะเลิกจ้างลูกจ้างจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒ โดยต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเช่นเดียวกัน ข้อที่จำเลยอุทธรณ์อีกว่า

การที่จำเลยออกคำสั่งบรรจุโจทก์เป็นรายเดือนทุกเดือนโดยจะเลิกจ้างเมื่อใดก็ได้ และโจทก์ก็ทราบความข้อนี้ดีถือได้ว่าเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอนเป็นเดือนเป็นเดือนไปโจทก์จึงเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างเป็นการแน่นอนการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๒๘ (ความจริงเลิกจ้างวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๒๘) จึงเป็นการเลิกจ้างภายในกำหนดระยะเวลาของเดือนดังกล่าวข้างต้น จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้โจทก์จะเป็นลูกจ้างชั่วคราวของจำเลยโดยจำเลยออกคำสั่งบรรจุโจทก์เป็นรายเดือนก็ตาม แต่โจทก์ก็เป็นลูกจ้างจำเลยติดต่อกันมาเป็นเวลาคนละหลายปีจึงไม่ถือว่าเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน ส่วนที่จำเลยมีคำสั่งบรรจุโจทก์เป็นรายเดือนทุกเดือนนั้นเป็นเพียงระเบียบปฏิบัติภายในของจำเลยเท่านั้น เมื่อโจทก์ทำงานติดต่อกันมาเกิน ๑๒๐ วัน ก็ย่อมมีสิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างประจำตามข้อ ๗๕ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ เมื่อกรณีเป็นการเลิกจ้างเพราะจำเลยถูกยุบเลิกอันเป็นเหตุให้จำเลยต้องเลิกจ้างโดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำความผิด จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยตามข้อ ๔๖ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวข้างต้น

Result

พิพากษายืน แต่ให้จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่นายสายใจ หารชุมเศษ โจทก์ที่ ๖๖ รวมเป็นเงิน ๑๕,๖๐๙.๓๐ บาท

Matter details

Panel of judges
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · จำนง นิยมวิภาต
Lower court
ศาลแรงงานกลาง (ศาลจังหวัดเชียง - นายบุญศรี แก้วสารศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1274/2529

บรรยายฟ้องว่าให้จำเลยชำระหนี้ค่าซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อที่ค้างชำระตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ระบุจำนวนหนี้ที่ค้างอยู่อย่างชัดแจ้งเป็นคำฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม หนังสือรับสภาพหนี้กำหนดให้ชำร…

Supreme Court Judgment No. 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

Supreme Court Judgment No. 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

Supreme Court Judgment No. 842/2540

แม้นายจ้างหรือลูกจ้างมีสิทธิจะเลิกสัญญาจ้างได้ฝ่ายเดียว โดยอีกฝ่ายหนึ่งไม่จำต้องตกลงหรือยินยอมด้วยก็ตาม แต่การเลิกจ้างจะมีผลต่อเมื่อฝ่ายที่ใช้สิทธิเลิกจ้างได้แสดงเจตนาหรือบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ทรา…

Supreme Court Judgment No. 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up