Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1038/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หน้าที่ของจำเลยที่จะนำสืบตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ลอบลักหนีอากรขาเข้าขาออกหรือเป็นผู้สมรู้ ในการนั้นหรือหลีกเลี่ยงโดยเจตนาฉ้อด่านภาษี ถ้าหากว่าจำเลยซื้อของไว้จากพ่อค้าในตลาดโดยเปิดเผย แม้ของนั้นจะยังมิได้เสียภาษี จำเลยหาตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 100 ไม่ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องสืบให้สมฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

คดีโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ทวิ พระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๔๘๒ มาตรา ๑๖,๑๗ พระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ.๒๔๔๙ มาตรา ๔ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.๒๕๘๙ มาตร ๖,๗,๘,๙ ของกลางขอให้ริบ กับให้จำเลยจ่ายเงินสินบนกับเงินรางวัลแก่ผู้แจ้งความนำจับและเจ้าพนักงานผู้จับตามอัตราส่วนในกฎหมายและให้นับโทษติดต่อกับโทษของจำเลยในคดีดำที่ ๑๖๕/๒๕๐๖

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีรวมกับคดีหมายเลขดำที่ ๑๖๕/๒๕๐๖ ซึ่งจำเลยถูกฟ้องอีกคดีหนึ่ง หาว่าขนสินค้าเข้าไปในบริเวณพิเศษในเขตควบคุมศุลกากรโดยไม่รับอนุญาต โดยเฉพาะคดีนี้ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง ส่วนคดีหมายเลขดำที่ ๑๖๕/๒๕๐๖ เห็นว่าคดียังไม่พอฟังลงโทษจำเลย จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๕ ให้วางโทษปรับ ๑,๒๙๓ บาท และให้จำเลยจ่ายเงินสินบนกับเงินรางวัลแก่ผู้แจ้งความนำจับและเจ้าพนักงานผู้จับตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.๒๔๘๙ มาตรา ๖,๗,๘,๙ ข้อหาอย่างอื่นและคำขอให้นับโทษต่อให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้หากจะฟังว่าของกลางจะผลิตมาจากประเทศกัมพูชา โจทก์ก็ไม่มีพยานมาสืบถึงว่าจำเลยได้ซื้อของกลางไว้แต่เมื่อไร จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยมีของกลางเหล่านั้นไว้ ทางพิจารณาก็ไม่ปรากฎว่าจำเลยเป็นผู้ลอบลักนำของกลางเหล่านั้นเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรหรือจำเลยรับไว้โดยฝ่าฝืนกฎหมายแต่อย่างใด

ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยไม่มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์ว่าของกลางเป็นของที่เสียอากรโดยถูกต้อง หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๑๐๐ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาเห็นว่าหน้าที่นำสืบจะตกอยู่กับจำเลยตามกฎหมายดังกล่าว ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ลอบลักหนีอากรขาเข้าขาออกหรือเป็นผู้สมรู้ในการนั้นหรือหลีกเลี่ยงโดยเจตนาฉ้อด่านภาษี หาเกี่ยวกับผู้ซื้อของไว้จากพ่อค้าโดยเปิดเผยไม่ ข้อเท็จจริงจริงฟังได้ว่า จำเลยซื้อของกลางทั้งหมดมาจากตลาดอรัญประเทศ และเป็นของที่ขายอยู่โดยทั่วไปในตลาด แม้ขณะเกิดเหตุก็ยังมีขายอยู่แม้ของนั้นจะยังมิได้เสียภาษี ก็หาตกอยู่ในบังคับมาตรา ๑๐๐ ไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องสืบให้สมฟ้อง

Result

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาของโจทก์เสีย

Matter details

Panel of judges
ยง เหลืองรังษี · การุณย์นราทร · พร สุขารมณ์
Lower court
ศาลจังหวัดกบินทร์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา
ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม อัจฉะกาญจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up