Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1036/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 34,000 บาทเศษ และดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในเงินต้น 30,000 บาท จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเลย เจ้าพนักงานจึงต้องยึดที่ทั้งแปลงราคาประมาณ 100,000 บาท แม้ต่อมาจำเลยจะได้ผ่อนชำระหนี้ไปถึง 35,000 บาท หากจำเลยเห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดียึดสวนยางของจำเลยทั้งแปลงมากเกินความจำเป็น ก็ชอบที่จะร้องขอให้เจ้าพนักงานแบ่งยึดแต่พอควร หากจำเลยเห็นควรแบ่งขายให้พอดีกับหนี้สินที่ค้าง จำเลยก็น่าจะได้แถลงให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ ในวันขาย จำเลยได้มองให้ทนายความมาระวังผลประโยชน์ของจำเลย ทนายความมิได้ทักท้วงในเรื่องนี้ แสดงว่าทนายจำเลยก็เห็นชอบด้วย จะยกเป็นเหตุคัดค้านเมื่อขายทอดตลาดสำเร็จแล้วย่อมไม่ได้.

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ เนื่องจากจำเลยไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาท้ายยอม เป็นเงินสามหมื่นสี่พันบาทเศษ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดสวนยางพารารับบอร์ของจำเลย ๑ แปลง เนื้อที่ประมาณ ๑๒๐ ไร่ ราคาประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายหลายครั้ง ครั้ที่ ๔ ประกาศวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๐๑ วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๐๑ จำเลยนำเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทมาวางศาล เงินที่เหลือจะนำมาชำระภายใน ๑๐ วัน ขอให้งดการขายทอดตลาด ศาลอนุญาตครบ ๑๐ วันจำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้ประกาศขายใหม่ พอเจ้าพนักงานประกาศขายครั้งที่ ๖ วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๐๑ แต่ในวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๐๑ จำเลยก็วางเงินต่อศาลอีก ๕,๐๐๐ บาท ขอให้งดการขาย

ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดครั้งที่ ๘ วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๐๖ มีผู้มาซื้อทอดตลาด ๕ คน จำเลยไม่มาแต่ได้แต่งทนายมาแทน นายสุธีผู้ซื้อให้ราคาสูงสุด ราคา ๕๕,๐๐๐ บาท ทนายจำเลยค้านว่ามีผู้มาซื้อน้อยและราคาที่ให้ยังน้อยกว่าราคาจริงมาก ยังไม่ควรขาย เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าสวนยางถูกวาตะภัยเสียหายมาก สมควรขาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ขาย จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านขอให้สั่งขายใหม่ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า

ที่จำเลยฎีกาว่าเป็นหนี้โจทก์เพียงสี่พันบาทเศษ ควรขายสวนยางของจำเลยเพียง ๒๐ ไร่ก็พอกับหนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาถึงสามหมื่นสี่พันบาทเศษ และดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเลย โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดสวนยางของจำเลย แม้จะมีเนื้อที่ถึง ๑๒๐ ไร่ แต่ก็เป็นที่สวนแปลงเดียวกัน เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงต้องยึดทั้งแปลงและตีราคาประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจะขายทอดตลาดได้ราคาตามที่ประมาณไว้นี้หรือไม่ก็ไม่เป็นการแน่นอน หากจำเลยเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดียึดสวนยางของจำเลยทั้งแปลงมากเกินความจำเป็น ก็ชอบที่จะร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแบ่งยึดแต่พอควร แต่จำเลยก็เพิกเฉย จึงแสดงว่าการที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดสวนยางของจำเลยทั้งแปลง

ไม่มากเกินความจำเป็น แม้ในเวลาต่อมาจำเลยจะได้ผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ไปถึง ๓๕,๐๐๐ บาท คงเหลือหนี้สินค้างชำระอีกประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทเศษก็ตาม แต่จำเลยก็มิได้ขวนขวายหาเงินมาชำระหนี้ให้หมดสิ้น ทั้ง ๆ ที่โจทก์ได้ผ่อนเวลาบังคับคดีให้จำเลยถึง ๕-๖ ปี ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่สามารถชำระหนี้ที่เหลือให้โจทก์ โจทก์จึงจำต้องขอให้ขายทอดตลาดสวนยางที่ยึดไว้ หากจำเลยเห็นควรแบ่งขายให้พอดีกับหนี้สินที่ค้าง จำเลยก็น่าจะได้แถลงให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ ในวันขาย แม้จำเลยจะมาไม่ได้ แต่ก็ได้มอบให้นายมงคล รัตนวิจิตร ทนายความมาระวังรักษาผลประโยชน์ของจำเลย นายมงคลก็มิได้ทักท้วงในเรื่องนี้ กลับยอมให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดไปทั้งแปลง แสดงว่านายมงคลก็เห็นชอบด้วย จะยกเป็นเหตุคัดค้านเมื่อการขายทอดตลาดได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วนั้นฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์
Lower court
ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม อัจฉะกาญจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up