คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๒ เวลากลางคืน จำเลยได้บังอาจข่มขืนกระทำชำเรานางเล็กผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๔ ข้อ ๗
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ ข้อ ๗ จำคุก ๒ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้จำเลย ๑ ใน ๔ คงจำคุกจำเลยไว้ ๑ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์ระบุว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๒๒ แต่ผู้เสียหายเบิกความว่าจำเลยกระทำผิดวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๒๒ ทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้อง ศาลต้องยกฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความแตกต่างทีจำเลยฎีกานั้น เป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับเวลากระทำความผิด ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๕ บัญญัติว่ามิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ เมื่อจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยได้
Result
พิพากษายืน