Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 102/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยมิได้ประกอบธุรกิจค้าขายทองคำ แต่หลอกลวงโจทก์ โดยการพูดจาชักชวนให้โจทก์ร่วมลงทุนเข้าหุ้นค้าทองคำกับจำเลยโจทก์หลงเชื่อมอบเงินให้แก่จำเลยไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 90, 91, 86, 84, 83 และ 59ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ลงโทษจำคุก 3 ปี ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีตัวโจทก์ นายสุชาติแก้วแดง และนายนพดล แก้วแดง เป็นพยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า

จำเลยที่ 1 มาที่บ้านโจทก์และพูดชักชวนให้โจทก์ร่วมลงทุนค้าทองคำโดยจำเลยที่ 1 จะนำเงินไปซื้อทองคำเพื่อขายแก่ลูกค้าลูกค้าจะส่งเงินค่าทองคำให้แก่จำเลยที่ 1 ทุกวัน จำเลยที่ 1จะนำเงินต้นทุนและกำไรมาส่งให้แก่โจทก์ ถ้าโจทก์ลงทุน 42,000 บาทในระยะเวลา 41 วัน จะได้กำไร 20,000 บาท จำเลยที่ 1 จะนำเงินต้นทุนและกำไรมาส่งให้แก่โจทก์ในวันแรก 2,000 บาท ต่อจากนั้นวันละ 1,500 บาท ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2529โจทก์มอบเงินให้จำเลยที่ 1 เพื่อลงทุน รวม 20 ครั้งเป็นเงิน890,900 บาท ตามเอกสารหมาย จ.1 และได้รับเงินตอบแทนจากจำเลยที่ 1รวม 447,500 บาท ต่อมาจำเลยที่ 1 ไม่ส่งเงินให้แก่โจทก์ โจทก์จึงไปทวงถามจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2528 จำเลยที่ 1รับว่าไม่ได้นำเงินไปลงทุนค้าทองคำ

โจทก์จึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เห็นว่า จำเลยที่ 1 เคยเป็นพี่สะใภ้ของนายสุชาติสามีโจทก์ มีความเกี่ยวข้องคุ้นเคยกับโจทก์ดีและไม่ปรากฏว่าโจทก์เคยมีสาเหตุโกรธเคืองจำเลยที่ 1 มาก่อน นายนพดลพยานโจทก์ก็เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 เองถือได้ว่าเป็นพยานคนกลาง จึงไม่มีข้อระแวงสงสัยว่าพยานโจทก์ดังกล่าวมานี้จะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 1 ข้อเท็จจริงยังได้ความจากคำเบิกความของนายนพดลต่อไปว่า จำเลยที่ 1 เคยชวนไปหาบุคคลที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าเป็นลูกค้า ไม่เคยเห็นจำเลยที่ 1 เก็บเงินจากลูกค้าและไม่มีลูกค้าฝากสิ่งของมาให้โจทก์ จำเลยที่ 1 ซื้อของในตลาดให้โจทก์โดยบอกว่าลูกค้าซื้อมาฝาก เมื่อจำเลยที่ 1 ถูกจับกุมคดีนี้พยานไปเยี่ยม

จำเลยที่ 1 รับว่าไม่ได้นำเงินไปลงทุนค้าทองคำ พยานบอกให้คืนเงินแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 บอกว่าไม่มีหลักฐานให้พยานอยู่เฉย ๆ จะดีเอง แสดงว่าจำเลยที่ 1 มิได้ประกอบธุรกิจค้าขายทองคำจริงดังที่บอกโจทก์ เพียงแต่ยกขึ้นเป็นข้ออ้างเพื่อหลอกลวงให้โจทก์หลงเชื่อและมอบเงินให้จำเลยที่ 1 เท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงดังฟ้อง ที่จำเลยที่ 1นำสืบต่อสู้คดีว่ามิได้หลอกลวงโจทก์จำเลยที่ 1 นำเงินไปลงทุนซื้อทองคำและนำทองคำไปขายให้แก่ลูกค้าจริงนั้น คงมีแต่ตัวจำเลยที่ 1 อ้างตนเองเป็นพยานเพียงปากเดียว ปราศจากพยานหลักฐานอื่นใดสนับสนุน พยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 จึงมีลักษณะเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ แต่ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี ซึ่งเป็นโทษขั้นสูงสุดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 นั้น

เห็นว่า หนักเกินไป เนื่องจากได้ความว่าจำเลยที่ 1 กับโจทก์มีความเกี่ยวพันกันเสมือนญาติ และโจทก์ได้รับเงินคืนจากจำเลยที่ 1 เป็นจำนวน 447,500 บาท แล้วจึงสมควรวางโทษต่ำกว่าอัตราโทษขั้นสูงสุดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์".

Matter details

Panel of judges
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

Supreme Court Judgment No. 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

Supreme Court Judgment No. 485/2567

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันฉ้อโกงโจทก์โดยการหลอกลวงแสดงข้อความอันเป็นเท็จให้โจทก์โอนเงิน 1,000,000 บาทให้จำเลยที่ 1 โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 341 อั…

Supreme Court Judgment No. 295/2567

เดิมโจทก์ใช้ชื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นชื่อคู่ความ ต่อมาแก้ฟ้องใช้ชื่อ ส. กับพวก ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจดำเนินการแทนกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นคู่ความแทน เมื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ ไม่เป็นบุคคลตาม ป.พ.พ. จึงไม่สามา…

Supreme Court Judgment No. 5793/2567

แม้ฟ้องโจทก์บรรยายครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว อันเป็นบทหนักที่บัญญัติให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษสูงขึ้น และ พ.ร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up