Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1016/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทำหนังสือจดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้ ส. โดยมิได้ตั้งใจยกให้โดยเสน่หา แต่กระทำไปเพื่อ ส. จะได้นำไปจำนองไว้กับสหกรณ์ แล้วเอาเงินมาให้จำเลยใช้สอย นิติกรรมดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ เป็นผลให้ที่ดินพิพาทไม่เคยตกทอดเป็นของ ส. แต่ยังคงเป็นของจำเลยตลอดมา ฉะนั้น เมื่อ ส. ตายไปเสียก่อนที่จะนำที่ดินพิพาทไปจำนองสหกรณ์ ที่ดินดังกล่าวจึงไม่ใช่มรดก ส. ทายาท ส. ไม่มีสิทธิฟ้องขอแบ่งได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า นายสีถึงแก่กรรมโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ มีทรัพย์มรดกอยู่ คือที่นา ๑ แปลง ที่สวน ๓ แปลง และยุ้งข้าว ๑ หลัง นายสีเป็นคนไม่มีบุตรภรรยา บิดามารดานายสีได้ถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว โจทก์เป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกับจำเลยที่ ๑ คือเป็นบุตรนางทาซึ่งเป็นพี่สาวนางทุมมามารดานายสี บิดามารดาของโจทก์และจำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรมไปหมด จำเลยที่ ๒ ไม่ใช่ทายาท จำเลยขัดขวางไม่ให้โจทก์ครอบครองทรัพย์มรดก ขอให้แบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับส่วนแบ่งที่ตกได้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า ทรัพย์พิพาททั้งหมดเป็นของนางทา เมื่อนางทาถึงแก่กรรม ทรัพย์พิพาทตกแก่จำเลยทั้งหมด ส่วนโจทก์นั้นได้ทรัพย์อื่นไปแล้ว ต่อมาจำเลยอยากได้เงิน จึงจะนำที่นา ๑ แปลงและที่สวน ๓ แปลงไปจำนองสหกรณ์ แต่เนื่องจากจำเลยเป็นหญิง จึงมอบให้นายสีไปติดต่อขอจำนองสหกรณ์ ด้วยเหตุนี้จำเลยจึงจำต้องจดทะเบียนยกทรัพย์ให้นายสี เพื่อนายสีจะได้ทำการจำนองได้ ซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่ประสงค์จะยกทรัพย์ให้นายสีจริง ๆ เมื่อจัดการยกให้แล้วนายสีก็ล้มป่วย ยังไม่ทันเอาไปจำนองสหกรณ์ นายสีก็ถึงแก่กรรม จำเลยไปติดต่อกับที่ดินอำเภอเพื่อขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืน ที่ดินอำเภอแนะนำให้จำเลยยื่นเรื่องราวขอรับมรดกของนายสี โจทก์ร้องคัดค้าน จึงขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าทรัพย์พิพาทเป็นมรดกของนายสี พิพากษาให้แบ่งทรัพย์แก่ทายาทซึ่งตกได้แก่โจทก์ ๑ ส่วน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าทรัพย์พิพาทเป็นมรดกของนายสีเช่นกัน แต่เห็นว่ายังคงมีทายาทอื่นที่มีสิทธิได้รับส่วนแบ่ง จึงพิพากษาแก้เป็นว่า ให้แบ่งทรัพย์มรดกออกเป็น ๑๒ ส่วน ให้โจทก์และจำเลยที่ ๑ ได้รับคนละ ๓ ส่วน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่นาที่สวนพิพาททั้ง ๔ แปลง เดิมเป็นของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือจดทะเบียนยกที่ดินดังกล่าวให้แก่นายสีผู้ตาย แต่ศาลฎีกาเชื่อว่า การที่จำเลยที่ ๑ ทำนิติกรรมยกที่พิพาททั้ง ๔ แปลงให้แก่นายสีนั้น จำเลยที่ ๑ มิได้ตั้งใจยกให้โดยเสน่หา แต่ทำไปเพื่อให้นายสีสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ เอาที่ดินจำนองสหกรณ์ได้เท่านั้น นิติกรรมดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๘ ผลก็คือว่า ที่ดินพิพาททั้ง ๔ แปลงไม่เคยตกทอดไปเป็นของนายสี ยังคงเป็นของจำเลยที่ ๑ อยู่ตลอดมาและไม่ใช่มรดกของนายสี โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอแบ่งจากจำเลย ส่วนยุ้งข้าวนั้น ปรากฏว่าปลูกอยู่ในที่นาพิพาท เมื่อฟังว่านาเป็นของจำเลยที่ ๑ มาก่อน จึงเชื่อว่ายุ้งข้าวเป็นของจำเลยที่ ๑ ด้วย

Result

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์เสีย

Matter details

Panel of judges
ทองคำ จารุเหติ · เฉลิม ทัตภิรมย์ · ประพนธ์ ศาตะมาน
Lower court
ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สก
ศาลอุทธรณ์ - นายแปลก ศิงฆมานันท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up