Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1012/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ข้อตกลงตาม สัญญาประนีประนอมยอมความ ระหว่างโจทก์ จำเลยที่กำหนดว่า หากจำเลยผิดสัญญาโดย ทำงานไม่ครบตาม ระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา จำเลยจะต้อง ชดใช้เงินตาม จำนวนที่กำหนดไว้ในสัญญาให้โจทก์ ข้อตกลงดังนี้เป็นเรื่องเบี้ยปรับ หากมีจำนวนสูงเกินไป ศาลมีอำนาจใช้ ดุลยพินิจ กำหนดลดลงตาม สมควรได้.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์ ขณะที่จำเลยยังเป็นลูกจ้างของโจทก์อยู่ จำเลยได้รับทุนจากองค์การเอไอดี ผ่านทางกรมวิเทศสหการ ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและค่าพาหนะให้แก่จำเลย จำเลยได้ทำสัญญากับโจทก์ว่า จำเลยจะต้องกลับมาทำงานกับโจทก์เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองเท่าของระยะเวลาที่รับเงินเดือนระหว่างลาไปศึกษาถ้าทำงานให้ไม่ครบระยะเวลาดังกล่าวจำเลยยอมรับผิดชดใช้เงินให้แก่โจทก์ จำเลยศึกษาสำเร็จแล้วเดินทางกลับประเทศไทยได้รายงานตัวเข้าทำงานต่อโจทก์ แต่ต่อมาจำเลยได้ลาออก จึงคงเหลือระยะเวลาที่จำเลยจะต้องทำงานชดใช้ให้โจทก์อีก 2 ปี 5 เดือน 5 วัน จำเลยจึงต้องชดใช้เงินให้โจทก์ตามที่ตกลงกัน

ต่อมาจำเลยขอกลับเข้าทำงานกับโจทก์ใหม่เพื่อชดใช้ทุนดังกล่าว โจทก์ยอมรับจำเลยเข้าทำงานใหม่ โดยโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อกันมีใจความสำคัญว่าจำเลยตกลงกลับเข้าทำงานให้แก่โจทก์มีกำหนด 3 เท่าของเวลาที่ลาไปศึกษา โดยนับตั้งแต่วันกลับเข้าทำงานใหม่ มีกำหนดเวลา 4 ปี3 เดือน 15 วัน หากจำเลยผิดสัญญาทำงานไม่ครบตามกำหนดเวลาดังกล่าวเนื่องจากความผิดของจำเลย จำเลยจะชดใช้เงินจำนวน 285,750.19 บาทและ 52,559.89 เหรียญสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับแต่จำเลยผิดสัญญาให้แก่โจทก์ ภายหลังจากจำเลยกลับเข้าทำงานกับโจทก์ แล้วโจทก์สืบทราบว่าจำเลยเป็นลูกจ้างของบริษัทยูโนแคลไทยแลนด์ จำกัด

การที่จำเลยกลับเข้าทำงานกับโจทก์ จำเลยก็มิได้ลาออกจากบริษัทยูโนแคลไทยแลนด์ จำกัด จำเลยได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ปฏิบัติงานให้บริษัทยูโนแคลไทยแลนด์ จำกัด จะมาปฏิบัติงานให้โจทก์เพียงชั่วครู่ระหว่างเวลาพักกลางวันเท่านั้น เมื่อโจทก์ทราบการกระทำของจำเลยจึงได้มีคำสั่งปลดจำเลยออกจากงานฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ถือได้ว่าจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความเพราะทำงานให้โจทก์ไม่ครบเวลาตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 2 เป็นความผิดอันเนื่องมาจากความผิดของจำเลยเอง จำเลยจะต้องชดใช้เงินจำนวน285,750.19 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า การที่โจทก์มีคำสั่งปลดจำเลยออกจากงานนั้นเป็นไปด้วยความสมัครใจของโจทก์เองมิใช่ความผิดของจำเลย

จำเลยปฏิบัติงานให้เอกชนอื่นก็เป็นเพราะการรู้เห็นยินยอมของโจทก์ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาประนีประนอมยอมความตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 5 ได้กำหนดว่า ถ้ามีกรณีโต้แย้งเกิดขึ้นอันเกี่ยวกับข้อความในสัญญา หรือข้อปฏิบัติในสัญญาก็ดีโจทก์และจำเลยจะต้องทำข้อโต้แย้งนั้นเสนอต่อคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด แต่โจทก์ไม่เคยนำข้อพิพาทที่มีกับจำเลยเสนอคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยให้ชี้ขาดเลย กลับนำมาฟ้องเป็นคดีนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความมิใช่ตามสัญญาจ้างแรงงาน หรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หรือเข้าลักษณะเรื่องอื่น ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งใด ๆ ในคดีนี้ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 1,303,866.60 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หากจำเลยทำงานให้โจทก์ไม่ครบตามที่ตกลงกันจำเลยจะต้องชำระหนี้เงินจำนวน 285,750.19 บาท และ 52,559.89เหรียญสหรัฐอเมริกาให้แก่โจทก์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่กำหนดไว้แน่นอนตายตัวแล้วว่าจำเลยจะต้องรับผิดเท่าใด การที่ศาลแรงงานกลางชี้ขาดตัดสินให้นำเวลา 10 เดือน 3 วัน ที่จำเลยทำงานให้โจทก์มาคำนวณลดจากยอดจำนวนเงินที่ระบุไว้ชัดแจ้งตามสัญญาที่จำเลยจะต้องชดใช้แก่โจทก์จึงเป็นการไม่ถูกต้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.16 เป็นข้อตกลงระหว่างโจทก์และจำเลย ซึ่งตามข้อ 2 จำเลยตกลงกลับเข้าทำงานให้แก่โจทก์มีกำหนดเวลา 3 เท่าของเวลาที่ลาไปศึกษา โดยนับแต่วันกลับเข้าทำงานใหม่กล่าวคือมีกำหนด 4 ปี 3 เดือน 15 วัน และตามข้อ 3 หากจำเลยผิดสัญญาทำงานไม่ครบกำหนดเวลาตามข้อ 2 เนื่องจากความผิดของจำเลย จำเลยจะชดใช้เงินจำนวน 285,750.19 บาท และ 52,559.89 เหรียญสหรัฐอเมริกาพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่ผิดสัญญาให้แก่โจทก์ถือได้ว่าข้อตกลงตามข้อ 3 เป็นเบี้ยปรับเมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 เมื่อเบี้ยปรับนั้นมีจำนวนสูงเกินไป ศาลแรงงานกลางมีอำนาจใช้ดุลพินิจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · ตัน เวทไว
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 142/2549

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเช่าซื้อ โจทก์บอกเลิกสัญญาและยึดรถยนต์คืนออกประมูลขายได้เงินน้อยกว่…

Supreme Court Judgment No. 8282/2548

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดจากจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่สามารถก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จตามกำหนด ขอให้ใช้เงินที่ชำระไปแล้วคืนและเรียกค่าเสียหาย จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่…

Supreme Court Judgment No. 7290/2548

จำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมการขายอ้อยและน้ำตาลทรายจำนวน 972,303.26 บาท ซึ่งได้รับคืนจากกรมสรรพากรเพื่อไปชำระให้แก่กองทุนโจทก์ตามระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายฉบับที่ 4 และที่ 5 ว่าด้วยการเรียกเก็บค…

Supreme Court Judgment No. 5644/2546

โจทก์ฟ้องขอบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แม้หนี้เดิมจะมาจากมูลหนี้การกู้ยืมเงิน แต่โจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืม โจทก์จึงไม่จำต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้…

Supreme Court Judgment No. 1514/2546

แม้เบี้ยปรับจะเป็นค่าเสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแต่ก็มิใช่ถือเป็นการกำหนดค่าเสียหายที่เด็ดขาด เพราะหากเจ้าหนี้เห็นว่าเบี้ยปรับที่กำหนดไว้น้อยเกินไปก็ยังมีสิทธิเรียกร้องเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชำระ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up