Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2523 (ref. 100759)

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในคดีแพ่งที่จำเลยทั้งสองถูก ส. ฟ้องว่าผิดสัญญาขายที่ดินและเรียกค่าเสียหาย ซึ่งโจทก์ถูกเรียกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมด้วยนั้น ศาลได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า จำเลยที่ 1 ได้มอบอำนาจให้โจทก์ (ซึ่งเป็นจำเลยร่วม) ขายที่พิพาทหรือไม่ อันเป็นประเด็นสำคัญชี้ขาดการแพ้ชนะคดีนั้น การที่จำเลยทั้งสองเบิกความอันเป็นเท็จว่าไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ไปจำหน่ายหรือขายที่ดินให้คนอื่นจึงเป็นข้อความสำคัญในคดี เมื่อจำเลยเบิกความเท็จและข้อความนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี แม้คดีนั้นจะเสร็จเด็ดขาดลงด้วยการประนีประนอมยอมความ และศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความก็ตาม การกระทำที่เป็นการเบิกความเท็จของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จแล้ว จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนซึ่งต่อไปจะเรียกจำเลยสำนวนแรกว่า จำเลยที่ ๑ จำเลยสำนวนที่ ๒ ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นใจความว่าจำเลยทั้งสองได้สาบานตัวแล้วเบิกความต่อศาลจังหวัดภูเก็ตในการพิจารณาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๐/๒๕๑๘ ว่า จำเลยคดีนี้ซึ่งเป็นจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๐/๒๕๑๘ ทำหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ ให้โจทก์คดีนี้ ซึ่งเป็นจำเลยร่วมในคดีดังกล่าวไปขอออกโฉนดที่ดินอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีข้อความมอบอำนาจอื่น ๆ อีก และทั้งจำเลยทั้งสองไม่เคยมอบอำนาจให้โจทก์คดีนี้ไปจำหน่ายหรือขายที่ดินดังกล่าวให้กับคนอื่นเลย ซึ่งข้อความที่จำเลยทั้งสองเบิกความนี้เป็นความเท็จและจำเลยทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ

ความจริงจำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ ให้โจทก์ไปออกโฉนดที่ดินของจำเลยและมีข้อความอื่นอีกคือให้มีอำนาจจำหน่ายที่ดินจัดสรรที่ดินและแบ่งขายด้วยให้แก่บุคคลอื่นได้ ข้อความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๐/๒๕๑๘ เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ลงโทษจำคุกและลดโทษกับเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง-คนละ ๒ เดือน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยที่ ๑ ถูกนายสว่างฟ้องในข้อหาว่า ผิดสัญญาขายที่ดินเรียกค่าเสียหายตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๐/๒๕๑๘ ของศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลได้เรียกโจทก์เป็นจำเลยร่วมกับจำเลยที่ ๑ ผลที่สุดคดีดังกล่าว โจทก์ จำเลย และจำเลยร่วมได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และศาลได้พิพากษาตามยอม เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๑๗ เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองในฐานะพยานได้สาบานตัวเบิกความต่อศาลว่า หนังสือมอบอำนาจนอกจากจะมอบอำนาจให้จำเลยร่วม (โจทก์) ไปขอออกโฉนดแล้วไม่มีข้อความอื่นอีกตอนหนึ่งว่า ไม่เคยมอบอำนาจให้จำเลยร่วมไปจำหน่ายหรือขายที่ดินให้คนอื่นเลย คำเบิกความของจำเลยทั้งสองเป็นการเบิกความเท็จ ซึ่งความจริงจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาไว้และได้มอบอำนาจไว้เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ให้โจทก์ไปขอออกโฉนดจัดสรรแบ่งขาย โดยจำเลยที่ ๒ ลงชื่อเป็นพยาน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า คำเบิกความของจำเลยทั้งสองดังกล่าว ผลที่สุดคดีนั้น ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน จึงถือว่าข้อที่จำเลยเบิกความไม่เป็นข้อสำคัญในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ในชั้นชี้สองสถานในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๐/๒๕๑๘ ศาลได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่า จำเลยที่ ๑ ได้มอบอำนาจให้โจทก์ (ซึ่งเป็นจำเลยร่วมในคดีแพ่งดังกล่าว) ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์หรือไม่ อันเป็นประเด็นสำคัญชี้ขาดการแพ้ชนะในคดีนั้น เนื่องด้วยจำเลยให้การต่อสู้ว่าไม่ต้องรับผิดในการขายที่ดินพิพาท เพราะไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยร่วมเป็นผู้ดำเนินการขายที่ดินให้แก่โจทก์ ฉะนั้นที่จำเลยทั้งสองเบิกความในข้อที่ว่า ไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยร่วมไปจำหน่ายหรือขายที่ดินให้คนอื่นจึงเป็นข้อความสำคัญในคดี ส่วนที่ว่าผลที่สุดได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน เห็นว่า คดีดังกล่าวแม้ว่าจะเสร็จเด็ดขาดลงด้วยการประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความก็ตามแต่การกระทำที่เป็นการเบิกความของจำเลยนั้นเป็นความผิดสำเร็จแล้ว จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ขจร หะวานนท์ · จรัญ สำเร็จประสงค์ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
Lower court
ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิชัย วิสิทธิวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายยรรยง อิทธิพงษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1694/2567

คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยยกฟ้องโจทก์ โดยเห็นว่า การพิจารณาที่จำเลยเบิกความนั้นศาลได้เพิกถอนกระบวนพิจารณาคดีดังกล่าวไปแล้ว แต่ขณะที่จำเลยเบิกความตามที่เป็นคดีในคำฟ้องนี้ การพิจารณาคดียังมิได้ถูกเพ…

Supreme Court Judgment No. 4129/2566

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 177 เป็นเรื่องที่ผู้กระทำความผิดนำเอาความอันเป็นเท็จไปเบิกความต่อศาลในคดีใดคดีหนึ่งซึ่งความเท็จนั้นต้องเป็นข้อสำคัญแก่คดีที่เข้าเบิกความเป็นพยานต่อศาลนั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่…

Supreme Court Judgment No. 4111/2566

ความผิดฐานเบิกความเท็จตาม ป.อ. มาตรา 177 บัญญัติว่า "ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษ..." เห็นได้ว่า การที่จะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จนั้น น…

Supreme Court Judgment No. 3054/2566

การที่โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดข้อหาเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญาตาม ป.อ. มาตรา 175 โดยกล่าวถึงข้อความซึ่งอ้างว่าจำเลยเอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา และได…

Supreme Court Judgment No. 53/2566

ผู้เสียหายในความผิดฐานเบิกความอันเป็นเท็จ ตาม ป.อ. มาตรา 177 หาใช่จะมีแต่เฉพาะเจ้าพนักงานเท่านั้นไม่ ราษฎรที่ได้รับความเสียหายโดยตรงเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up