คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้เงินกองทุนสงเคราะห์พนักงานของโจทก์ไป ขอให้จำเลยใช้เงินโจทก์จำเลยให้การว่าเคยยืมเงินตามฟ้องจริง แต่ต่อสู้ว่าจำเลยถูกฟ้องล้มละลายและศาลได้สั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ซึ่งโจทก์ทราบดีอยู่แล้วโจทก์ได้เจตนาสละสิทธิเรียกร้องหนี้สินรายนี้แล้ว โดยไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในระยะเวลาที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนด โจทก์ไม่มีสิทธิมาฟ้องจำเลยอีกศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนี้รายนี้ต้องบังคับตามมาตรา 27, 91 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 คือ โจทก์จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามแบบพิมพ์โดยมีบัญชีรายละเอียดแห่งหนี้สิน
ฯลฯ ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลาสองเดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เมื่อโจทก์ไม่ได้ร้องขอรับชำระหนี้โดยปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว จนได้มีการประนอมหนี้ไปเสร็จเรียบร้อยและศาลได้มีคำสั่งปิดคดีแล้ว ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าตามมาตรา 56 หมายความว่า การประนอมหนี้ผูกมัดเจ้าหนี้ทั้งหมดที่ได้ขอรับชำระหนี้และไม่ได้ขอรับชำระหนี้ด้วย เมื่อหนี้ของโจทก์ไม่ใช่หนี้ดังที่ระบุไว้ในมาตรา 77 การประนอมหนี้รายนี้จึงผูกมัดโจทก์ด้วย โจทก์จะมาฟ้องจำเลย (ลูกหนี้) ให้ต้องรับผิดในหนี้นั้นในภายหลังไม่ได้พิพากษายืน