Section 420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิด
Related Supreme Court judgments
2,537 cases
ในคดีส่วนอาญาศาลได้สืบพยานโจทก์จำเลยและได้มีการวินิจฉัยข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นของคดีนั้นว่า โจทก์ไม่มีพยานมาสืบให้ศาลเห็นว่าจำเลยได้ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้เสียหาย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีถึงที่สุด ดังนี้ ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 โดยต้องฟังว่า โจทก์ไม่มีพยานสืบให้ศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิดหรือกระทำละเมิดด้วย แม้ผู้เสียหายจะไม่ได้…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 425
ป.พ.พ. มาตรา 226
ป.พ.พ. มาตรา 227
ป.วิ.อ. มาตรา 46
ในคดีส่วนอาญาศาลได้สืบพยานโจทก์จำเลยและได้มีการวินิจฉัยข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นของคดีนั้นว่า โจทก์ไม่มีพยานมาสืบให้ศาลเห็นว่าจำเลยได้ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้เสียหาย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีถึงที่สุด ดังนี้ ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 โดยต้องฟังว่า โจทก์ไม่มีพยานสืบให้ศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิดหรือกระทำละเมิดด้วย แม้ผู้เสียหายจะไม่ได้…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 425
ป.พ.พ. มาตรา 226
ป.พ.พ. มาตรา 227
ป.วิ.อ. มาตรา 46
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันทำละเมิด โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ร่วมทุจริตกับจำเลยที่ 1 ทำให้โจทก์เสียหาย ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมทุจริตกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ก็ไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเกินเลยไปว่า จำเลยที่ 2 ประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหาย จึงเป็นการพิพากาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.วิ.พ. มาตรา 142
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันทำละเมิด โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ร่วมทุจริตกับจำเลยที่ 1 ทำให้โจทก์เสียหาย ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมทุจริตกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ก็ไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเกินเลยไปว่า จำเลยที่ 2 ประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหาย จึงเป็นการพิพากาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.วิ.พ. มาตรา 142
การที่จำเลยอาศัยอยู่ในบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์นั้นเท่ากับจำเลยเข้าอยู่ในที่ดินของโจทก์ด้วย เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ต่อไป จำเลยยังคงอยู่ต่อมาจึงเป็นละเมิด โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยกับบริวารออกจากที่ดินได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.วิ.พ. มาตรา 55
จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย -จำเลยที่ 3 มีหน้าที่ปิดกั้นแผงกั้นถนนเมื่อมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านตรงที่ทางรถไฟตัดผ่านถนน ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ละทิ้งหน้าที่ไป ตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พระพุทธศักราช 2464 มาตรา 72 บัญญัติว่า เมื่อทางรถไฟผ่านข้ามถนนสำคัญเสมอระดับ ให้ทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่โดยตรงของจำเลยที่ 3 ต้องป้องกันภัยในการที่จะเดินรถไฟตัดผ่านถนน การที่จำเลยที่ 2 ไม่นำแผ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 422
ป.พ.พ. มาตรา 437
ป.พ.พ. มาตรา 438
ป.พ.พ. มาตรา 444
ป.พ.พ. มาตรา 446
พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ.2464 มาตรา 72
จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย -จำเลยที่ 3 มีหน้าที่ปิดกั้นแผงกั้นถนนเมื่อมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านตรงที่ทางรถไฟตัดผ่านถนน ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ละทิ้งหน้าที่ไป ตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พระพุทธศักราช 2464 มาตรา 72 บัญญัติว่า เมื่อทางรถไฟผ่านข้ามถนนสำคัญเสมอระดับ ให้ทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่โดยตรงของจำเลยที่ 3 ต้องป้องกันภัยในการที่จะเดินรถไฟตัดผ่านถนน การที่จำเลยที่ 2 ไม่นำแผ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 422
ป.พ.พ. มาตรา 437
ป.พ.พ. มาตรา 438
ป.พ.พ. มาตรา 444
ป.พ.พ. มาตรา 446
พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ.2464 มาตรา 72
จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย -จำเลยที่ 3 มีหน้าที่ปิดกั้นแผงกั้นถนนเมื่อมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านตรงที่ทางรถไฟตัดผ่านถนน ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ละทิ้งหน้าที่ไป ตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พระพุทธศักราช 2464 มาตรา 72 บัญญัติว่า เมื่อทางรถไฟผ่านข้ามถนนสำคัญเสมอระดับ ให้ทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่โดยตรงของจำเลยที่ 3 ต้องป้องกันภัยในการที่จะเดินรถไฟตัดผ่านถนน การที่จำเลยที่ 2 ไม่นำแผ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 422
ป.พ.พ. มาตรา 437
ป.พ.พ. มาตรา 438
ป.พ.พ. มาตรา 444
ป.พ.พ. มาตรา 446
พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ.2464 มาตรา 72
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำผิดพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับโจทก์เข้าเป็นข้าราชการตามเดิม และสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ให้ปลดโจทก์ออกจากราชการนั้นเสีย ดังนี้ เป็นเรื่องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่สั่งลงโทษทางวินัย ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของราชการฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ ศาลไม่มีอำนาจเข้าไปวินิจฉัยชี้ขาดในกรณีเช่นนี้ได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
การที่ ย.ยักยอกเงินของโจทก์ไปได้ ก็เพราะฝ่ายการเงินของโจทก์ละเลยไม่มีปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนที่โจทก์วางไว้ ปล่อยให้ ย.พนักงานประจำเคาน์เตอร์ทำหน้าที่เป็นพนักงานรับเงิน รับเงินเสียเอง แล้วยักยอกเงินนั้นไป แล้วทำช่องทางเอาใบเสร็จรับเงินท่อนที่สองคืนมาจากจำเลยซึ่งเป็นพนักงานบัญชีฝ่ายการบัญชี เพื่อมิให้มีการลงบัญชีสดต่อไป การยักยอกเงินของ ย. จึงมิได้เกิดความประมาทเลินเล่อของจำเลย เพราะแม้จำเลยจะปล่อยให้ ย. เอาใบเสร็จท่อนที่สองคืนไปจากจำเลย ก็มิใช่เหต…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
การที่ ย.ยักยอกเงินของโจทก์ไปได้ ก็เพราะฝ่ายการเงินของโจทก์ละเลยไม่มีปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนที่โจทก์วางไว้ ปล่อยให้ ย.พนักงานประจำเคาน์เตอร์ทำหน้าที่เป็นพนักงานรับเงิน รับเงินเสียเอง แล้วยักยอกเงินนั้นไป แล้วทำช่องทางเอาใบเสร็จรับเงินท่อนที่สองคืนมาจากจำเลยซึ่งเป็นพนักงานบัญชีฝ่ายการบัญชี เพื่อมิให้มีการลงบัญชีสดต่อไป การยักยอกเงินของ ย. จึงมิได้เกิดความประมาทเลินเล่อของจำเลย เพราะแม้จำเลยจะปล่อยให้ ย. เอาใบเสร็จท่อนที่สองคืนไปจากจำเลย ก็มิใช่เหต…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
จำเลยขุดคูรับน้ำที่ล้างรถจักร์ มีคราบน้ำมันเครื่องปนไหลออกมาเป็นฝาเต็มคู มีคนจุดไฟไหม้กองขยะที่คนเอาไปทิ้งริมคู ความร้อนของไฟทำให้คราบน้ำมันลุกไหม้รถยนต์แล้วไหม้บ้านโจทก์ที่อยู่คนละฝั่งคู จำเลยต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินเป็นของโจทก์ แต่บ้านเป็นของจำเลย แม้คำขอท้ายฟ้องโจทก์มิได้ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรื้อบ้านออกไปจากที่พิพาท แต่การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยรื้อบ้านของจำเลยออกไปจากที่พิพาทนั้นก็ไม่เกินไปกว่าคำขอท้ายฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 เพราะเมื่อโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อไปแล้วจำเลยจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกไม่ได้ทรัพย์สินใด ๆ ของจำเลยซึ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.พ.พ. มาตรา 420
รถยนต์เป็นของโจทก์ จำเลยอ้างว่าเป็นของจำเลย และยืนยันให้พนักงานสอบสวนยึดรถไว้จนกว่าคดีถึงที่สุด พนักงานสอบสวนยึดรถไว้ได้ตามที่เห็นสมควรระหว่างคดีอยู่ระหว่างศาลพิจารณา ไม่เป็นละเมิด จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
โจทก์ขับรถยนต์ทางตรงผ่านทางแยกทางร่วมเร็วกว่ากำหนด ชนกับรถของจำเลยที่ขับเลี้ยวยื่นล้ำเข้าไปในทางรถของโจทก์1 เมตร ศาลให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ลดลง 2 ใน 5 มารดาโจทก์เป็นโรคอยู่ก่อนแต่ตายเพราะรถชนกันโดยจำเลยละเมิด จำเลยต้องรับผิด ค่าส่งศพกลับคืนไปประเทศภูมิลำเนาเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการปลงศพ
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 442
ป.พ.พ. มาตรา 443
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา