Section 237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ส่วนที่ ๔ เพิกถอนการฉ้อฉล
บทบัญญัติดังกล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ท่านมิให้ใช้บังคับแก่นิติกรรมใดอันมิได้มีวัตถุเป็นสิทธิในทรัพย์สิน
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
347 cases
โจทก์ซึ่งเป็นทายาท พ. และ ห. ซึ่งเป็นเจ้าของรวมในที่ดินแปลงที่ปลูกตึกแถวพิพาทได้แบ่งทรัพย์สินกันเองในระหว่างเจ้าของรวม โดยโจทก์ได้ที่ดิน 53 ตารางวา ส่วนที่เหลือซึ่งเป็นของ ห. โจทก์และ ห. ยอมให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ซึ่งเป็นหลานของ ห. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ สำหรับตึกพิพาทนอกจากจะปลูกอยู่บนที่ดินส่วนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 แล้ว โจทก์ให้จำเลยที่ 10 ดำเนินการโอนตึกแถวพิพาทให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 โดยโจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในเอกสารหมาย ล.1 โดยสมัครใจ ความว่า…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 1300
ป.พ.พ. มาตรา 1364
ป.พ.พ. มาตรา 1377
ป.พ.พ. มาตรา 1382
โจทก์ซึ่งเป็นทายาท พ. และ ห. ซึ่งเป็นเจ้าของรวมในที่ดินแปลงที่ปลูกตึกแถวพิพาทได้แบ่งทรัพย์สินกันเองในระหว่างเจ้าของรวม โดยโจทก์ได้ที่ดิน 53 ตารางวา ส่วนที่เหลือซึ่งเป็นของ ห. โจทก์และ ห. ยอมให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 ซึ่งเป็นหลานของ ห. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ สำหรับตึกพิพาทนอกจากจะปลูกอยู่บนที่ดินส่วนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 แล้ว โจทก์ให้จำเลยที่ 10 ดำเนินการโอนตึกแถวพิพาทให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 โดยโจทก์พิมพ์ลายนิ้วมือไว้ในเอกสารหมาย ล.1 โดยสมัครใจ ความว่า…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 1300
ป.พ.พ. มาตรา 1364
ป.พ.พ. มาตรา 1377
ป.พ.พ. มาตรา 1382
โจทก์เป็นผู้รับซื้อฝากที่ดินพิพาทจากป.ครบกำหนดป.ไม่ไถ่คืนที่ดินพิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทจำเลยอ้างว่าได้ปลูกบ้านในที่ดินพิพาทมาก่อนโจทก์รับซื้อฝากที่ดินจากป.แล้วแต่ต่อมาจำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทจากป.ผ่อนชำระเป็นงวดระหว่างผ่อนชำระป.ถึงแก่ความตายเสียก่อนจำเลยมิได้ฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนนิติกรรมขายฝากระหว่างโจทก์กับป.โจทก์มิได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยและไม่มีบทกฎหมายกำหนดไว้ว่าผู้รับซื้อฝากที่ดินจะต…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 1300
โจทก์เป็นผู้รับซื้อฝากที่ดินพิพาทจากป.ครบกำหนดป.ไม่ไถ่คืนที่ดินพิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทจำเลยอ้างว่าได้ปลูกบ้านในที่ดินพิพาทมาก่อนโจทก์รับซื้อฝากที่ดินจากป.แล้วแต่ต่อมาจำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทจากป.ผ่อนชำระเป็นงวดระหว่างผ่อนชำระป.ถึงแก่ความตายเสียก่อนจำเลยมิได้ฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนนิติกรรมขายฝากระหว่างโจทก์กับป.โจทก์มิได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยและไม่มีบทกฎหมายกำหนดไว้ว่าผู้รับซื้อฝากที่ดินจะต…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 1300
จำเลยที่1เพิ่งจดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่2ผู้เป็นบุตรทั้งๆที่เข้าอยู่ในที่ดินก่อนหน้านั้นนานแล้วและก่อนวันจดทะเบียน2วันจำเลยที่1คงเป็นหนี้โจทก์อยู่ถึงเก้าแสนบาทเมื่อจดทะเบียนโอนให้แล้วจำเลยที่1ก็หลบหนีไปพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าเป็นการกระทำไปทั้งที่รู้ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบเมื่อเป็นการยกให้โดยเสน่หาลำพังจำเลยที่1ลูกหนี้รู้ฝ่ายเดียวก็ขอให้เพิกถอนได้.
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 237
จำเลยได้นำรถยนต์ของจำเลยไปขายให้แก่โจทก์ โจทก์ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเท่ากับราคารถยนต์แก่จำเลยและโจทก์จำเลยได้ทำ สัญญาเช่าซื้อรถยนต์กันไว้ โดยโจทก์ยึดตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นไว้ และมีข้อตกลงกันว่า จำเลยไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อ เมื่อครบกำหนดตาม สัญญาเช่าซื้อโจทก์จะต้องโอนรถยนต์กลับคืนให้จำเลย และตั๋วสัญญาใช้เงิน เป็นอันถูกยกเลิกไปโดยถือว่าต่างฝ่ายไม่ต้องชำระหรือรับเงินส่วนที่ต่างกัน เป็นการป้องกันมิให้บุคคลภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับรถยนต์คันดังกล่าว ดังนี้ ก…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 112
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 572
ป.พ.พ. มาตรา 574
ป.พ.พ. มาตรา 900
ป.พ.พ. มาตรา 982
ป.วิ.พ. มาตรา 177
+1
จำเลยได้นำรถยนต์ของจำเลยไปขายให้แก่โจทก์ โจทก์ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเท่ากับราคารถยนต์แก่จำเลยและโจทก์จำเลยได้ทำ สัญญาเช่าซื้อรถยนต์กันไว้ โดยโจทก์ยึดตั๋วสัญญาใช้เงินนั้นไว้ และมีข้อตกลงกันว่า จำเลยไม่ต้องชำระค่าเช่าซื้อ เมื่อครบกำหนดตาม สัญญาเช่าซื้อโจทก์จะต้องโอนรถยนต์กลับคืนให้จำเลย และตั๋วสัญญาใช้เงิน เป็นอันถูกยกเลิกไปโดยถือว่าต่างฝ่ายไม่ต้องชำระหรือรับเงินส่วนที่ต่างกัน เป็นการป้องกันมิให้บุคคลภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับรถยนต์คันดังกล่าว ดังนี้ ก…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 112
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 572
ป.พ.พ. มาตรา 574
ป.พ.พ. มาตรา 900
ป.พ.พ. มาตรา 982
ป.วิ.พ. มาตรา 177
+1
ในชั้นบังคับคดีหากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สัญญาจำนองที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรมซึ่งจำเลยที่ 2 และผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบแล้ว ศาลก็มีอำนาจที่จะเพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินพิพาทระหว่างผู้ร้องและจำเลยที่ 2 ได้โดยไม่ต้องไปฟ้องเป็นคดีใหม่
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 702
ป.พ.พ. มาตรา 714
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 271
ป.วิ.พ. มาตรา 282
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 304 วรรคแรกการยึดที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) จะถือเป็น การยึดตามกฎหมาย เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องแจ้งการยึดต่อ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานที่ดินหรือนายอำเภอผู้มี หน้าที่เกี่ยวกับที่ดินนั้นเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินหรือนายอำเภอซึ่งเป็นนายทะเบียนควบคุมมิให้มีการโอน เปลี่ยนแปลง หรือก่อให้เกิดสิทธิอย่างอื่นในที่ดินที่ถูกยึดดังกล่าวและตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 305(1) หมายความถ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 702
ป.พ.พ. มาตรา 1299
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 289
ป.วิ.พ. มาตรา 304
+1
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 304 วรรคแรกการยึดที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) จะถือเป็น การยึดตามกฎหมาย เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องแจ้งการยึดต่อ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาและเจ้าพนักงานที่ดินหรือนายอำเภอผู้มี หน้าที่เกี่ยวกับที่ดินนั้นเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินหรือนายอำเภอซึ่งเป็นนายทะเบียนควบคุมมิให้มีการโอน เปลี่ยนแปลง หรือก่อให้เกิดสิทธิอย่างอื่นในที่ดินที่ถูกยึดดังกล่าวและตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 305(1) หมายความถ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 702
ป.พ.พ. มาตรา 1299
ป.วิ.พ. มาตรา 243
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 289
ป.วิ.พ. มาตรา 304
+1
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให้ที่ดินและรถยนต์ที่ ต. ลูกหนี้โจทก์ทำขึ้นก่อนตาย โดยขอให้ทายาทของ ต. รับผิดชดใช้หนี้สินของ ต. แก่โจทก์ด้วยนั้น แม้ปรากฏว่า ขณะฟ้อง ต. ไม่มีทรัพย์มรดกและทายาทก็ไม่ได้รับมรดกของ ต. การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให้ดังกล่าว ก็เป็นการฟ้องเพื่อให้ทรัพย์ที่ ต. ยกให้บุคคลอื่น นั้นกลับมาเป็นทรัพย์มรดกของ ต. โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องทายาทในฐานะผู้รับมรดกของ ต. ให้รับผิดต่อโจทก์ได้ แต่ทายาทของ ต. ก็ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าท…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 119
ป.พ.พ. มาตรา 172
ป.พ.พ. มาตรา 194
ป.พ.พ. มาตรา 204
ป.พ.พ. มาตรา 224
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 1466
ป.พ.พ. มาตรา 1474
+6
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให้ที่ดินและรถยนต์ที่ ต. ลูกหนี้โจทก์ทำขึ้นก่อนตาย โดยขอให้ทายาทของ ต. รับผิดชดใช้หนี้สินของ ต. แก่โจทก์ด้วยนั้น แม้ปรากฏว่า ขณะฟ้อง ต. ไม่มีทรัพย์มรดกและทายาทก็ไม่ได้รับมรดกของ ต. การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการให้ดังกล่าว ก็เป็นการฟ้องเพื่อให้ทรัพย์ที่ ต. ยกให้บุคคลอื่น นั้นกลับมาเป็นทรัพย์มรดกของ ต. โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องทายาทในฐานะผู้รับมรดกของ ต. ให้รับผิดต่อโจทก์ได้ แต่ทายาทของ ต. ก็ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าท…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 119
ป.พ.พ. มาตรา 172
ป.พ.พ. มาตรา 194
ป.พ.พ. มาตรา 204
ป.พ.พ. มาตรา 224
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 1466
ป.พ.พ. มาตรา 1474
+6
คำฟ้องของโจทก์กล่าวโดยชัดแจ้งแล้วว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ช. ตามคำสั่งศาล สมคบกับจำเลยที่ 2 ทำนิติกรรมโอนทรัพย์มรดกส่วนของโจทก์มาเป็นของจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวแล้วจดทะเบียนโอนขายให้จำเลยที่ 2 โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอม ขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว แม้จะกล่าวว่าเป็นการฉ้อฉล ก็หาได้ทำให้สาระสำคัญของคำฟ้องเสียไปไม่ และโจทก์ไม่จำต้องกล่าวซ้ำอีกว่าจำเลยที่ 2 ใช้วิธีการฉ้อฉลอย่างไร การที่จำเลยที่ 1 ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกทั้งหมดมาเป็นของ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 1629
ป.พ.พ. มาตรา 1719
ป.พ.พ. มาตรา 1720
ป.วิ.พ. มาตรา 172
โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนหย่ากัน และต่อมาได้ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งสินสมรสกัน โดยจำเลยที่ 1 ยอมโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทให้แก่บุตร หลังจากนั้น 7 วัน จำเลยที่ 1 นำที่ดินและตึกแถวพิพาทไปขายฝาก ต่อมาจึงไถ่ถอน การขายฝากแล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยที่ 2 ในวันเดียวกัน ทั้งที่ ยังมิได้รับชำระค่าที่ดินครบถ้วนโดยจำเลยที่ 2 รู้ดีว่าจำเลยที่ 1 มิได้เป็นผู้ครอบครองทรัพย์ที่ซื้อขาย แต่โจทก์ เป็นผู้ครอบครองและมี ปัญหาพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงเ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 237
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 304 มุ่งประสงค์ คุ้มครองถึงบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต ด้วยจึงบัญญัติ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องแจ้งให้ เจ้าพนักงานที่ดินผู้มี หน้าที่ทราบ และให้เจ้าพนักงานที่ดิน บันทึกการยึดไว้ ในทะเบียน เมื่อผู้ร้องซื้อและรับโอนที่พิพาท ในวันเดียว กับที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึด โดยรับโอน ภายหลังการยึด แต่ต่างเวลากัน เจ้าพนักงานที่ดินยังไม่ได้ รับแจ้งการ ยึดจากเจ้าพนักงานบังคับคดี ดังนี้ จึงใช้ยัน ผู้ร้องซึ่ง รับโอนโด…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.วิ.พ. มาตรา 304
ป.วิ.พ. มาตรา 305
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา