Section 1312 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หมวด ๑ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์
ถ้าบุคคลผู้สร้างโรงเรือนนั้นกระทำการโดยไม่สุจริต ท่านว่าเจ้าของที่ดินจะเรียกให้ผู้สร้างรื้อถอนไป และทำที่ดินให้เป็นตามเดิมโดยผู้สร้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายก็ได้
Related Supreme Court judgments
107 cases
เดิมที่ดินแปลงใหญ่ทั้งโฉนดเป็นของจำเลยร่วม จำเลยร่วมให้ผู้รับเหมาก่อสร้างตึกแถว 10 ห้อง พร้อม ๆ สร้างห้องแถวในที่ดินดังกล่าวผู้รับเหมาได้ทำรั้วกำแพงก่ออิฐถือปูนกว้าง 1 เมตร ยาว 3.50 เมตร แทนรั้วสังกะสีเดิมติดด้านหลังตึกแถวทุกห้อง จำเลยร่วมไม่ได้ทักท้วงห้ามปรามอย่างใด แสดงว่าจำเลยร่วมยินยอมให้ผู้รับเหมาทำรั้วกำแพงได้ ฉะนั้น การที่ผู้รับเหมาก่อสร้างกำแพงหลังตึกดังกล่าวจึงเป็นการกระทำโดยสุจริตไม่เป็นการละเมิด ต่อมาจำเลยร่วมแบ่งแยกโฉนดโอนขายที่ดินนอก…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 4
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.พ.พ. มาตรา 1314
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ปลูกตึกแถวรุกล้ำที่ข้างเคียงโดยไม่ได้ให้เจ้าของชี้เขตและรังวัดสอบเขตก่อน เป็นประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่สุจริต ต้องรื้อส่วนที่รุกล้ำ ทำให้เป็นไปตามสภาพเดิม และใช้ค่าเสียหายด้วย
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ที่ดินและอาคารของโจทก์และของจำเลยร่วมอยู่ติดกันโดยต่างรับซื้อมาจากบุคคลอื่นกันสาดของอาคารที่จำเลยร่วมซื้อได้รุกล้ำที่ดินที่โจทก์ซื้ออยู่ก่อนแล้ว ต่อมาจำเลยร่วมได้สร้างห้องน้ำบนกันสาดนั้น อันเป็นการใช้ส่วนแห่งแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์เฉพาะที่กันสาดรุกล้ำเข้าไปนั้นสืบต่อจากเจ้าของเดิมโดยจำเลยร่วมมิได้ขออนุญาตต่อผู้ใด ถือได้ว่าจำเลยร่วมได้สร้างห้องน้ำขึ้นโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 และข้อเท็จจริงก็ฟังได้…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.พ.พ. มาตรา 1382
ป.พ.พ. มาตรา 1387
ป.พ.พ. มาตรา 1401
ที่ดินและอาคารของโจทก์และของจำเลยร่วมอยู่ติดกันโดยต่างรับซื้อมาจากบุคคลอื่นกันสาดของอาคารที่จำเลยร่วมซื้อได้รุกล้ำที่ดินที่โจทก์ซื้ออยู่ก่อนแล้ว ต่อมาจำเลยร่วมได้สร้างห้องน้ำบนกันสาดนั้น อันเป็นการใช้ส่วนแห่งแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์เฉพาะที่กันสาดรุกล้ำเข้าไปนั้นสืบต่อจากเจ้าของเดิมโดยจำเลยร่วมมิได้ขออนุญาตต่อผู้ใด ถือได้ว่าจำเลยร่วมได้สร้างห้องน้ำขึ้นโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 และข้อเท็จจริงก็ฟังได้…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.พ.พ. มาตรา 1382
ป.พ.พ. มาตรา 1387
ป.พ.พ. มาตรา 1401
การสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของผู้อื่นโดยไม่สุจริต หมายความว่า ผู้สร้างต้องรู้ในขณะสร้างว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของผู้อื่น หากเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนและสร้างโรงเรือนรุกล้ำไปครั้นภายหลังจึงทราบความจริง ถือว่าเป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตครัวเป็นส่วนหนึ่งของอาคารโรงเรือน การสร้างครัวรุกล้ำที่ดินของผู้อื่น ย่อมเป็นการสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของผู้อื่นตามกฎหมาย การสร้างโรงเรือนรุกล้ำที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต ผู้สร้างย่อมเป็นเจ้าขอ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 177
แม้โจทก์จะอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย. แต่คดีนี้ไม่ห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง. ศาลอุทธรณ์จึงไม่จำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมา. เพราะมิใช่คดีที่อุทธรณ์ได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238. ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงเสียใหม่ได้.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 เป็นบทบัญญัติเรื่องผู้ไม่มีสิทธิในที่ดินสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่น.โจทก์และสามีจำเลยต่างซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิมซึ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 4
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.พ.พ. มาตรา 1335
ป.พ.พ. มาตรา 1336
ป.วิ.พ. มาตรา 1
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 238
แม้โจทก์จะอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย. แต่คดีนี้ไม่ห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง. ศาลอุทธรณ์จึงไม่จำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมา. เพราะมิใช่คดีที่อุทธรณ์ได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238. ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงเสียใหม่ได้.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 เป็นบทบัญญัติเรื่องผู้ไม่มีสิทธิในที่ดินสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่น.โจทก์และสามีจำเลยต่างซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิมซึ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 4
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.พ.พ. มาตรา 1335
ป.พ.พ. มาตรา 1336
ป.วิ.พ. มาตรา 1
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 238
แม้โจทก์จะอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย. แต่คดีนี้ไม่ห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง. ศาลอุทธรณ์จึงไม่จำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมา. เพราะมิใช่คดีที่อุทธรณ์ได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238. ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงเสียใหม่ได้.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 เป็นบทบัญญัติเรื่องผู้ไม่มีสิทธิในที่ดินสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่น.โจทก์และสามีจำเลยต่างซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิมซึ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 4
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.พ.พ. มาตรา 1335
ป.พ.พ. มาตรา 1336
ป.วิ.พ. มาตรา 1
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 238
ตามธรรมดาโรงเรือนซึ่งปลูกสร้างลงในที่ดินย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน ใครเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนนั้น เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 หรือ 1312 จำเลยมาได้บุตรสาวของผู้ร้องเป็นภรรยาและได้เข้าอยู่ร่วมในเรือนของผู้ร้องซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของผู้ร้อง ต่อมาเรือนเก่าทรุดโทรม จึงรื้อลงสร้างหลังใหม่แทน หากจะฟังว่าจำเลยเป็นผู้ออกเงินค่าก่อสร้างเรือนหลังใหม่นี้ แต่เมื่อเรือนนี้มีลักษณะถาวรติดที่ดิน และไม่ปรากฏเลยว…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 288
ป.พ.พ. มาตรา 107
ป.พ.พ. มาตรา 109
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ตามธรรมดาโรงเรือนซึ่งปลูกสร้างลงในที่ดินย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน ใครเป็นเจ้าของที่ดินย่อมมีกรรมสิทธิ์ในโรงเรือนนั้น เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 หรือ 1312 จำเลยมาได้บุตรสาวของผู้ร้องเป็นภรรยาและได้เข้าอยู่ร่วมในเรือนของผู้ร้องซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของผู้ร้อง ต่อมาเรือนเก่าทรุดโทรม จึงรื้อลงสร้างหลังใหม่แทน หากจะฟังว่าจำเลยเป็นผู้ออกเงินค่าก่อสร้างเรือนหลังใหม่นี้ แต่เมื่อเรือนนี้มีลักษณะถาวรติดที่ดิน และไม่ปรากฏเลยว…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 288
ป.พ.พ. มาตรา 107
ป.พ.พ. มาตรา 109
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ปลูกสร้างเรือนในที่ดินของตน ตัวเรือนไม่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่น แต่ชายคาได้รุกล้ำเข้าไปโดยสุจริตนั้น ย่อมเป็นการปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่น ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 ไม่ใช่ มาตรา 1341 เพราะมาตรา 1341 หมายถึง ทำหลังคาหรือการปลูกสร้างอย่างอื่นโดยมิได้รุกล้ำที่ดินของคนอื่น แต่เมื่อฝนกตกน้ำฝนได้ไหลลงไปยังที่ดินหรือทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งอยู่ติดต่อกัน (ประชุมใหญ่ที่ 20/2505) มาตรา 1312 เป็นบทบัญญัติพิเศษบังคับ…
Read full text
เมื่อจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ถึงเรื่องการได้สิทธิจากการครอบครองหรือได้ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยสุจริตแต่อย่างใด คดีจึงไม่มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยถึงเรื่องจำเลยได้สิทธิจากการครอบครองหรือไม่ หรือจำเลยได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยสุจริตหรือไม่ การที่จำเลยนำสืบนอกประเด็นไปจากคำให้การ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านและศาลชั้นต้นก็มิได้ทักท้วงโดยศาลชั้นต้นยอมให้สืบมาก็ตาม ก็หาทำให้มีประเด็นเกิดขึ้นใหม่นอกเหนือไปจากคำให้การของจำเลยที่ต่อสู้ไว้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.วิ.พ. มาตรา 181
ป.วิ.พ. มาตรา 182
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1370
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1312
เมื่อจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ถึงเรื่องการได้สิทธิจากการครอบครองหรือได้ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยสุจริตแต่อย่างใด คดีจึงไม่มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยถึงเรื่องจำเลยได้สิทธิจากการครอบครองหรือไม่ หรือจำเลยได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยสุจริตหรือไม่ การที่จำเลยนำสืบนอกประเด็นไปจากคำให้การ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านและศาลชั้นต้นก็มิได้ทักท้วงโดยศาลชั้นต้นยอมให้สืบมาก็ตาม ก็หาทำให้มีประเด็นเกิดขึ้นใหม่นอกเหนือไปจากคำให้การของจำเลยที่ต่อสู้ไว้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.วิ.พ. มาตรา 181
ป.วิ.พ. มาตรา 182
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1370
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1312
การที่เจ้าอาวาสลงชื่อในสัญญาเช่าหมาย ล.5 โดยเจตนาจะถือเป็นเพียงแต่ร่างสัญญาโดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการวัดก่อนอีกทีหนึ่ง ไม่มีความประสงค์จะให้เป็นสัญญาอันแท้จริง สัญญาเช่าดังกล่าวจึงไม่ผูกพันโจทก์จำเลยอย่างใด ที่จำเลยอ้างว่าเข้าอยู่โดยอาศัยสิทธิการเช่าตามสัญญาหมาย ล.5 จึงฟังไม่ได้ เป็นแต่เพียงอาศัยเท่านั้น เมื่อเป็นการอาศัยจำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้จดทะเบียนการเช่าและภาระจำยอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1312 การที่โจทก์ฟ้องจำเลย ๆ ฟ้องแย้งโจทก์ โจทก…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 112
ป.พ.พ. มาตรา 117
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.วิ.พ. มาตรา 61
การที่เจ้าอาวาสลงชื่อในสัญญาเช่าหมาย ล.5 โดยเจตนาจะถือเป็นเพียงแต่ร่างสัญญาโดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการวัดก่อนอีกทีหนึ่ง ไม่มีความประสงค์จะให้เป็นสัญญาอันแท้จริง สัญญาเช่าดังกล่าวจึงไม่ผูกพันโจทก์จำเลยอย่างใด ที่จำเลยอ้างว่าเข้าอยู่โดยอาศัยสิทธิการเช่าตามสัญญาหมาย ล.5 จึงฟังไม่ได้ เป็นแต่เพียงอาศัยเท่านั้น เมื่อเป็นการอาศัยจำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้จดทะเบียนการเช่าและภาระจำยอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1312 การที่โจทก์ฟ้องจำเลย ๆ ฟ้องแย้งโจทก์ โจทก…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 112
ป.พ.พ. มาตรา 117
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.วิ.พ. มาตรา 61
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา