Section 219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๑ หลักทั่วไป
Related Supreme Court judgments
554 cases
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายด้วย สำหรับข้อเท็จจริงเป็นอันเสร็จเด็ดขาดแล้ว ฎีกาของโจทก์ในข้อกฎหมายที่ว่า ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วนั้น แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยไปก็ไม่มีประโยชน์ หากจะฟังว่าฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับประโยชน์ เพราะจะเอาความผิดแก่จำเลยมิได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ เพราะไม่เป็นสารแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 217
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าจำเลยทำร้ายผู้ตายเป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุตามมาตรา 68 ดังนี้ เป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงอย่างเดียวกันและตรงกันพิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์ เป็นการต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.อ. มาตรา 67
ป.อ. มาตรา 68
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าจำเลยทำร้ายผู้ตายเป็นการจำเป็นเพื่อป้องกันชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุตามมาตรา 68 ดังนี้ เป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงอย่างเดียวกันและตรงกันพิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์ เป็นการต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.อ. มาตรา 67
ป.อ. มาตรา 68
เมื่อจำเลยต่อสู้ว่าไม้ของกลางไม่ใช่ของจำเลย และศาลอุทธรณ์ก็วินิจฉัยว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของไม้ของกลางแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาในปัญหาเรื่องจะริบของกลางได้หรือไม่ต่อไป
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 220
ป.วิ.อ. มาตรา 186
ศาลชั้นต้นกล่าวว่า 'คดีโจทก์ไม่มีมูลพอ' นั้นเท่ากับว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลพอที่ศาลจะรับไว้พิจารณาจึงไม่มีข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยแต่อย่างใดการฟังหรือไม่ฟังข้อเท็จจริงใดอยู่ในอำนาจของศาลที่จะ พิจารณาชี้ขาดข้อเท็จจริงนั้น ข้อโต้เถียงคำวินิจฉัยของศาลว่ามิได้ฟังพยานเอกสารซึ่งโจทก์อ้างขึ้น มาประกอบการวินิจฉัยกับคำเบิกความของโจทก์นั้น เมื่อศาลล่างทั้ง สองวินิจฉัยต้องกันว่า คดีโจทก์ไม่มีมูล โดยอาศัยพยานหลักฐานในท้องสำนวนรวมทั้งเอกสารที่โจทก์อ้างแล้ว ฎีกาโจท…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 167
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 227
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ โดยฟังข้อเท็จจริงว่าพฤติการณ์ที่จำเลยขึ้นไปหาโจทก์นั้นเป็นการอนุญาตอยู่ในตัว ไม่มีความผิดฐานบุกรุก ฎีกาโจทก์ที่โต้เถียงว่ามิได้อนุญาตให้จำเลยขึ้นไปนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ปัญหาว่าคดีมีมูลหรือไม่ อาจเป็นปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายก็ได้ แต่เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงว่าคดีไม่มีมูล ฎีกาโจทก์ที่ว่า คดีมีมูลหรือไม่ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงการที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงในสำนวนและวินิจฉัยว่าทรัพย์ที่ยึดปลอดจากการยึดแล้วโดยไม่มีข้อผูกพัน อย่างใดเท่ากับเป็นการฟังว่าจำเลยขายทรัพย์นั้นไปหลังจากทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว การที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ตรงกับระยะ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ฎีกาโจทก์ที่ว่า การที่จำเลยได้แจ้งให้ผู้ที่รับฝากดูแลยางทราบว่า จะขอรับยางไปโดยหลอกลวงให้เข้าใจว่านาย ส. ผู้ฝากได้ให้จำเลยมารับยางแทนโดยปกปิดความจริงผู้รับฝากจึงยินยอมให้ขนไปจึงเป็นการลักทรัพย์โดยใช้อุบายนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ แม้ศาลล่างทั้งสองจะฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยมิได้กระทำผิดฐานพยายามฆ่าและปล้นทรัพย์ก็มิใช่กรณีที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ฎีกาโจทก์ซึ่งโต้เถียงในปัญหาที่ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายและการกระทำของโจทก์มิใช่เรื่องตัวการตัวแทนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ฎีกาว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยได้เพราะโจทก์มีพยานนำสืบได้ว่า จำเลยทั้งสามได้กลุ้มรุมทำร้ายโจทก์หาใช่โจทก์สมัครใจเข้าต่อสู้วิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันดั่งศาลวินิจฉัยไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาที่ว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องในเรื่องจำเลยสมคบกันแจ้งความเท็จไว้โดยละเอียด และมีพยานบุคคลนำสืบไว้ชัดแจ้งแล้วนอกจากนั้นโจทก์ ก็ได้ระบุคำให้การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานของจำเลยไว้เป็นพยานแล้ว หากแต่ศาลมิได้เรียกมาประกอบการพิจารณาเองน…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
เมื่อศาลล่างทั้งสองมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดจากหลักฐานในสำนวนดังนั้นการที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดจากหลักฐานในสำนวนนั้นจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
รถยนต์เก๋งออกพ้นปากตรอกมาคารางรถรางอยู่ก่อนแล้ว และไม่สามารถจะแล่นต่อไปในถนนได้ เพราะกำลังมีรถยนต์แล่นผ่านไปมา ทั้งจะถอยหลังก็ไม่ได้ เพราะจะชนรถยนต์บรรทุกที่แล่นสวนเข้าตรอกไป เวลานั้นจำเลยกำลังขับรถรางมาและจำเลยเห็นรถยนต์เก๋งในระยะประมาณ 30 เมตร จำเลยก็ไม่หยุดหรือเบารถราง แต่จำเลยกลับโบกมือให้รถยนต์เก๋งถอยออกไป ต่อเมื่อเข้ามาในระยะใกล้แล้วจำเลยจึงได้พยายามหยุดรถ แต่หยุดไม่ทันท่วงที รถรางถึงชนรถยนต์เก๋งเสียหาย เช่นนี้ ถือว่าจำเลยกระทำโดยประมาทตามก…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 220
ป.อ. มาตรา 59
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 29
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 66
พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 มาตรา 4
ป.วิ.พ. มาตรา 224
+1
รถยนต์เก๋งออกพ้นปากตรอกมาคารางรถรางอยู่ก่อนแล้ว และไม่สามารถจะแล่นต่อไปในถนนได้ เพราะกำลังมีรถยนต์แล่นผ่านไปมา ทั้งจะถอยหลังก็ไม่ได้ เพราะจะชนรถยนต์บรรทุกที่แล่นสวนเข้าตรอกไป เวลานั้นจำเลยกำลังขับรถรางมาและจำเลยเห็นรถยนต์เก๋งในระยะประมาณ 30 เมตร จำเลยก็ไม่หยุดหรือเบารถราง แต่จำเลยกลับโบกมือให้รถยนต์เก๋งถอยออกไป ต่อเมื่อเข้ามาในระยะใกล้แล้วจำเลยจึงได้พยายามหยุดรถ แต่หยุดไม่ทันท่วงที รถรางถึงชนรถยนต์เก๋งเสียหาย เช่นนี้ ถือว่าจำเลยกระทำโดยประมาทตามก…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 220
ป.อ. มาตรา 59
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 29
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 66
พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 มาตรา 4
ป.วิ.พ. มาตรา 224
+1
การที่จะเชื่อหรือฟังว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 217
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 220
ป.วิ.อ. มาตรา 221
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.อ. มาตรา 59
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา