Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Section 219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

หมวด ๑ หลักทั่วไป

ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดที่ว่ามานี้ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ข้อห้ามนี้มิให้ใช้แก่จำเลยในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย

Related Supreme Court judgments

554 cases
Search more judgments
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยอุทธรณ์ฎีกา และตาม มาตรา 219 ในลักษณะฎีกา ห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในคดีซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงดังนั้น เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง แม้จะยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็ตาม ก็ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 170 ป.วิ.อ. มาตรา 219 ป.วิ.อ. มาตรา 220
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิดทางอาญา จึงเป็นคดีที่ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 219
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า คำสั่งที่ไม่มีมูลนั้นโจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา และตามมาตรา219 ห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในคดีซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงดังนั้น เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง แม้จะยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็ตาม โจทก์ก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 219
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า อาคารโรงเซียนหรือศาลเจ้ามิใช่ทรัพย์สินของโจทก์ จำเลยในฐานะผู้ปกครองศาลเจ้าตามที่ทางราชการแต่งตั้งย่อมมีสิทธินำบริวารเข้าไปในศาลเจ้าได้รวมทั้งการปลดป้ายชื่อมูลนิธิและกรอบรูปถ่ายต่างๆได้มิได้กระทำให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งของเหล่านั้นคดีจึงไม่มีมูล ฎีกาโจทก์โต้เถียงเพื่อให้รับฟังว่าคดีมีมูลโดยตรง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 219
ฎีกาโจทก์ที่ว่า จำเลยเป็นผู้ลงชื่อในเช็คพิพาทและเป็นผู้รับเงินตามเช็คนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 219
โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจร จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์ เช่นนี้ โจทก์ร่วมจะฎีกาในข้อเท็จจริงขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์อีกไม่ได้เพราะความผิดฐานลักทรัพย์นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วม ศาลฎีกาก็วิน… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 219 ป.อ. มาตรา 335 ป.อ. มาตรา 357
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ 2 ประมาทไม่ได้หยุดรถเมื่อถึงสี่แยกเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า เมื่อถึงทางแยกจำเลยได้ชลอความเร็วรถลงแล้ว เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังเป็นยุติแล้วนั้นไม่มีน้ำหนักพอรับฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ได้ เป็นก… Read full text
Sections also considered: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 29 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 66 ป.วิ.อ. มาตรา 2 ป.วิ.อ. มาตรา 208 ป.วิ.อ. มาตรา 225 ป.อ. มาตรา 59 ป.อ. มาตรา 390
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอมโดยอ้างว่าคดีขาดอายุความแล้ว โจทก์ฎีกาว่าการนำสืบของโจทก์สำหรับข้อหาทั้งสองข้อเท็จจริงพอฟังว่าคดีมีมูลดังนี้ ไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อหานำสืบแสดงพยานหลักฐานเท็จ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้แล้วว่าเอกสารที่จำเลยนำสืบเป็นเอกสารปลอมและในข้อหาเบิกความเท็จ วินิจฉัยว่า ฟังไม่ได้ว่าจำเลยเบิกความเท็จในตอนใด ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาทั้งสองนี้ว่… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 216 ป.วิ.อ. มาตรา 219
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอมโดยอ้างว่าคดีขาดอายุความแล้ว โจทก์ฎีกาว่าการนำสืบของโจทก์สำหรับข้อหาทั้งสองข้อเท็จจริงพอฟังว่าคดีมีมูลดังนี้ ไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อหานำสืบแสดงพยานหลักฐานเท็จ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้แล้วว่าเอกสารที่จำเลยนำสืบเป็นเอกสารปลอมและในข้อหาเบิกความเท็จ วินิจฉัยว่า ฟังไม่ได้ว่าจำเลยเบิกความเท็จในตอนใด ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาทั้งสองนี้ว่… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 216 ป.วิ.อ. มาตรา 219
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยฟันศีรษะผู้ตายหนึ่งที ผู้ตายวิ่งหนีไป แล้ว พ. กับพวกไล่ตามไป ทำร้ายถึงแก่ความตาย จำเลยไม่มีเจตนาฆ่าบาดแผลของผู้ตายที่ศีรษะถึงอันตรายสาหัส พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 297,83 โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกฆ่าผู้ตาย ส่วนข้อที่ว่าจำเลยฟันศีรษะผู้ตาย พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนัก พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดังนี้ ข้อหาเรื… Read full text
Sections also considered: ป.อ. มาตรา 288 ป.อ. มาตรา 297 ป.อ. มาตรา 295 ป.วิ.อ. มาตรา 219
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,83 ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยฟันศีรษะผู้ตายหนึ่งที ผู้ตายวิ่งหนีไป แล้ว พ. กับพวกไล่ตามไป ทำร้ายถึงแก่ความตาย จำเลยไม่มีเจตนาฆ่าบาดแผลของผู้ตายที่ศีรษะถึงอันตรายสาหัส พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 297,83 โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกฆ่าผู้ตาย ส่วนข้อที่ว่าจำเลยฟันศีรษะผู้ตาย พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนัก พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดังนี้ ข้อหาเรื… Read full text
Sections also considered: ป.อ. มาตรา 288 ป.อ. มาตรา 297 ป.อ. มาตรา 295 ป.วิ.อ. มาตรา 219
การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ที่เหลือ หลังจากสืบพยานโจทก์ไปแล้วหนึ่งปากและฟังข้อเท็จจริงจากพยานโจทก์ที่สืบไปแล้ว ซึ่งยังฟังไม่ได้ถนัดเพราะพยานอาจเบิกความพลั้งเผลอไป และโจทก์ยังแถลงขอสืบพยานต่อไปอีกนั้นไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ชอบที่ศาลจะฟังพยานโจทก์ต่อไป ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ที่เหลือต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 174 ป.วิ.อ. มาตรา 208 ป.วิ.อ. มาตรา 219
การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ที่เหลือ หลังจากสืบพยานโจทก์ไปแล้วหนึ่งปากและฟังข้อเท็จจริงจากพยานโจทก์ที่สืบไปแล้ว ซึ่งยังฟังไม่ได้ถนัดเพราะพยานอาจเบิกความพลั้งเผลอไป และโจทก์ยังแถลงขอสืบพยานต่อไปอีกนั้นไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ชอบที่ศาลจะฟังพยานโจทก์ต่อไป ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ที่เหลือต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 174 ป.วิ.อ. มาตรา 208 ป.วิ.อ. มาตรา 219
ศาลล่างทั้งสองพิพากษายืนต้องตามกันให้ยกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่า ยังไม่พอฟังว่าคำเบิกความของจำเลยเป็นความเท็จ การที่โจทก์ฎีกาว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นความเท็จนั้น เป็นการเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลรับฟังมา จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาปัญหาตามฎีกาของ โจทก์ที่ว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดี หรือไม่ การที่จำเลยเบิกความอ้างตนเป็นพยานเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 331 หรือไม่ และการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานแจ้ง… Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 219
คดีนี้ ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลชั้นต้นได้ฟังมาแล้วว่า จำเลยจะได้กล่าวข้อความ ตามที่ โจทก์ฟ้องหรือไม่ ยังฟังเป็นยุติไม่ได้ การที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยได้กล่าวข้อความตามฟ้องนั้นและไม่ได้รับยกเว้นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 จึงเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริง Read full text
Sections also considered: ป.วิ.อ. มาตรา 219
Does this section affect your situation?
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Request a Consultation

Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up