ยกฟ้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
เป็นเรื่องการได้กรรมสิทธิ ไม่เกี่ยวกับเรื่องสิทธิครอบครองที่ดินซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่นั้น เมื่อเจ้าของเดิมได้ละทิ้งและผู้อื่นได้เข้าครอบครองโดยเจตนาจะยึดเพื่อตนดังนี้ ผู้ครอบครองย่อมได้สิทธิครอบครอง
คดีที่ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงไปคนละอย่างนั้น ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ฟ้องขับไล่ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลชั้นต้น ตรวจฟ้องเห็นว่าฟ้องไม่เป็นความผิดทางอาญา จึงไม่รับฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับว่าฟ้องของโจทก์เป็นความผิดอาญานั้น จำเลยจะฎีกาไม่ได้เพราะกฎหมายถือว่ายังไม่มีฐานะเป็นจำเลย
ในคดีฟ้องหย่าและขอแบ่งทรัพย์หรือขอเป็นผู้จัดการทรัพย์นั้นเมื่อโจทก์ตายในระหว่าง ฎีกาคดีก็เป็นระงับไป ศาลฎีกาต้องสั่งจำหน่ายคดี
ในกรณีที่จำเลยเบิกความมิได้ยืนยันเด็ดขาดเป็นแต่กล่าวไปตามความรู้สึกคิดเห็นนั้น จะลงโทษ จำเลยฐานเบิกความเท็จไม่ได้ และไม่จำต้อง วินิจฉัยว่าคำเบิกความนั้นเป็นข้อสำคัญใมนคดีหรือไม่
ในคดีฟ้องเรียกทรัพย์มฤดก ทายาทอื่นจะร้องสอดขอส่วนแบ่งมฤดกซึ่งในคดีนั้นจำเลยเป็นมารดาของผู้ร้องดังนี้ไม่เป็นการต้องห้ามตาม ปพพม 1534 คือไม่เป็นอุหลุม
ผู้รับมฤดกตกลงแบ่งที่นามฤดกและได้เข้าปกครองเป็นส่วนสัดแล้ว ย่อมสมบุรณ์โดยไม่ต้องมีหนังสือสัญญาและคดีชะนิดนี้ไม่อย ู่ในอายุความมฤดก 1 ปี
กรณีที่ จำเลยต้องโทษถึงจำคุกตลอดชีวิตแล้วนั้นเพิ่มโทษกักกันไม่ได้ จำเลยต้องคำ พิพากษาให้ ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตนั้น ตามคำพิพากษาต้องแปลว่าจำเลยจะพ้นโทษออกมาไม่ได้ ที่โจทก์ขอให้ส่งตัวจำเลยไปกัดกกันจึงเป็นการฝ่าฝืนต่อคำพิพากษา
ไล่ทำร้ายผู้ทำชู้กับภริยาของตนในขณะที่ชู้วิ่งหนีไม่เป็นป้องกัน แต่เป็นยั่วโทษะ อ้าง ฎีกาที่ 273/2482
พะยานหลักฐาน, คดีอาญาซึ่งจำเลยคัดค้านว่าฟ้องผิดวันนั้น แม้จะปรากฎว่าคำพะยานโจทก์กล่าววันเกิดเหตุคลาดจากวันฟ้องไปวันหนึ่งก็ดี ถ้าพะยานหลักฐานอื่นยังมีสนับสนุนพอให้ฟังได้ว่า ความจริงไม่ใช่ฟ้องผิดวันแล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยว่า พะยานให …
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 301 โดยกล่าวว่าจำเลยปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายเจ้าทรัพย์บาดเจ็บ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำร้ายร่างกายเจ้าทุกข์บาดเจ็บสาหัสแต่ไม่ได้ทำการปล้น ศาลลงโทษฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 254 ไม่ได้
จำเลยสมคบกับพวกไปลัก+จากนาของเจ้าทรัพย์+ไว้บ้านจำเลยแต่ในตอนกลางคืน ครั้นรุ่งเช้าเจ้าทรัพย์ตามมาพบจะเอาข้าว+ จำเลยไม่ยอม เข้ายื้อ+เอาข้าวไปและชักมีดออกขู่เข็ญด้วยดังนี้ การ+ข้าวในตอนกลางคืนขาด+แล้วจำเลยไม่ผิดฐาน+ทรัพย์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปล้นทรัพย์ จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์นำสืบเจ้าทรัพย์เบิกความเพียงว่าคนร้ายที่มาปล้นนั้นอ้างชื่อจำเลยเป็นผู้บอกว่าเจ้าทรัพย์+ทรัพย์ดังนี้ ถือว่าโจทก์ยังสืบให้เป็นที่พอใจศาลมิได้ ว่าจำเลยกระทำผิดจริงดังคำรับสารภาพ ต …
พฤตติการณ์ที่ฟังว่าเป็นการปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยหลายกะทงยืนต้องกันมานั้น จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงได้ฉะเพาะกะทงที่ศาลลงโทษเกิน 5 ปี เท่านั้น จะฎีกาข้อเท็จจริงในกะทงที่ศาลลงโทษไม่เกิน 5 ปีด้วยไม่ได้
จำเลยเอาเรือยนตร์ไปส่งผู้ร้ายทำการปล้น ในขณะปล้น จำเลยลอยเรือคอยรับอยู่ห่างที่ปล้น 15 เส้นถือว่าจำเลยมีผิดฐานสมรู้ในการปล้น.
ขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องในรายละเอียดนั้นย่อมทำได้เสมอ เว้นแต่จำเลยจะ+ลงต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่มิได้กล่าวไว้นั้น, จำเลยเข้าแย่งชิงของกลางหากตำรวจเพื่อจะเอาทำลาย ไม่ตั้งใจเอาไปเพื่อประโยชน์ตนหรือผู้อื่นโดยเพื่อจะช่วยเหลือผู้ทำผิดในเร …
อยู่ในที่เกิดเหตุด้วยกันแล้วพวกที่อยู่ด้วยกันถืออาวุธเข้าชิงทรัพย์เขาไปชิงได้แล้วก็พากันวิ่งหนีไปด้วยกัน ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยสมคบกันปล้นทรัพย์