พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
การซื้อแร่จากผู้ขายที่ไม่มีใบสำคัญจำหน่ายแร่นั้นกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด+ของกลางจึงเป็นของพึงริบตาม ม.27 แห่ง ก.ม.อาญากฎหมายอาญา ม.27 ย่อมใช้ได้ทั่วไปในสรรพคดีอาญาทั้งปวงแต่การริบทรัพย์ตามมาตรานี้เป็นดุลพินิจของศาลประมวลวิธีพิจ …
+หญิงไปให้อยู่กินเป็นสามีภรรยากับคู่หมั้นโดยความสมัคร์ใจของหญิง+ไม่มีผิดตาม ก.ม.อาญา ม.241
ไพ่ 3 ใบพฤตติการณ์ที่ถือว่า+ไม่มีผิดฐานลักเล่นการพะนันไพ่ 3 ใบ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดในวันที่ 24 มกราคม 2478 ทางพิจารณาปรากฎจากคำพะยานฝ่ายโจทก์ว่าจำเลยกระทำผิดในวันที่ 24 ตุลาคม 2478 ศาลต้องตัดสินยกฟ้อง+
คำของพรรคพวกผู้ร้ายด้วยกันถ้าหากมีพะยานอื่นประกอบฟังเปนพะยานหลักฐานได้ ศาลอุทธรณ์แก้ศาลเดิมว่าถ้าจำเลยไม่ใช้ทรัพย์ให้จัดการตามมาตรา 18 แต่จะจำแทนไม่ได้เพราะจำเลยรับโทษจำคุก 20 ปีแล้วจำเลยฎีกาข้อเท็จจริง ศาลฎีกากล่าวข้อความที่กล่าว …
คำของผู้ที่ไปกระทำผิดด้วยกันแต่โจทก์ไม่ได้ฟ้องเป็นจำเลยนั้น ฟังประกอบลงโทษจำเลยได้ ไม่เสนอ
ผู้ร้ายกว่า 3 คนถืออาวุธครบมือขึ้นไปบนบ้านเขาแล้วเที่ยวเก็บทรัพย์ เจ้าของบ้านมีความกลัวจึงลงเรือนหนีไป กิริยาเช่นนี้เรียกว่าเป็นการขู่เข็ญตาม ม.298 และเป็นผิดฐานปล้นตามมาตรา 301 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดภายนอกพระราชอาณาจักร์สยามเป …
เพียงแต่ขอยืมเอาของไปขายเพื่อเอาเงินมาใช้แล้วผิดสัญญาไม่ใช้เงิน+ของภายในกำหนดดังนี้คดียังไม่มีมูลอันจะเป็นผิดทางอาญา ฎีกาอุทธรณ์ ปัญหากฎหมาย รูปคดีดังที่ศาลล่างฟังมา ปัญหามีว่าคดีจะมีมูลเป็นผิดทางอาญาหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
จำเลยถูกจับตัวมาฐานเป็นผู้ร้ายปล้นทรัพย์ในชั้นสอบสวนเจ้าพนักงานได้แจ้งให้จำเลยทราบในขณะจดดำให้การของจำเลยว่า จะสอบสวนจำเลยในฐานะเป็นพะยานเพราะจะกันจำเลยไว้เป็นพะยานในคดีเรื่องปล้นทรัพย์ ดั่งนี้ถ้าจำเลยให้การไม่จริงก็ยังไม่มีผิดฐาน …
ประกาศกระแสพระบรมราชโองการลงวันที่ 20 +ยายน 2460 ให้ใช้ พ.ร.บ.อากรค่าน้ำทั่วพระราชอาณาจักร์ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา 205-195 โจทก์ฟ้องอุทธรณ์รับมาว่ายังมิได้มีประกาศให้ใช้ พ.ร.บ.อากรค่าน้ำในเขตต์จังหวัดน่านภายหลังยื่นคำแถลงการณ์ว่าที …
จำเลยเคยถูกศาลลงโทษฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานห้ามมิให้บุกรุกเข้าไปทำนา+ที่สาธารณครั้งหนึ่งแล้ว +คดีนี้จำเลยบุกรุกเข้าไปอีกก่อนนี้ จะลงโทษจำเลยฐานขัดคำสั่งอีกมิได้ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.194,243 โจทก์อุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์จะต้ …
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิด 2 กะทง ให้จำคุกจำเลย 5 ปีตาม ม.+95 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีผิดกะทงเดียวให้จำคุก 1 ปีตาม ม.321 ดังนี้เป็นแก้มาก ฎีกาข้อเท็จจริงได้+
จำเลยพยายามก่อการกบฎเพื่อจะเปลี่ยนแปลงการปกครองตามระบอบรัฐธรรมนูญนั้นเป็นผิดตาม ม.102 แล พ.ร.บ.ป้องกันรักษารัฐธรรมนูญ
จำเลยพูดจาหลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อ ยอมรับธนบัตร์ปลอมในการซื้อใช้ธนบัตร์ปลอมกะทงเดียวไม่เป็นผิดฐานฉ้อโกงอีกกะทงหนึ่งต่างหาก อ้างฎีกาที่ 466/++71
เพียงแต่จำเลยทำหนังสือรับรองว่าจะคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ฉ้อโกงเอาไปเท่านั้นยังไม่ถือว่าได้มีการปราณีประนอมกันอันจะทำให้คดีเสร็จเด็ดขาดตาม ม.39 ข้อ 2
พฤตติการณ์ที่ฟังว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
พฤตติการณ์ที่ฟังว่าจำเลยมีเจตนาเลียนแบบเครื่องหมายการค้า
กระทำผิดในเวลาวิกลจริต ไม่มีโทษ
ลักกระเป๋าสำหรับบรรจุธนบัตร์แลสตางค์ที่เช่าใส่ไว้ในกะเป๋าเสื้อนั้นเป็นความผิดตาม ม.288 แต่ไม่เป็นผิดตาม ม.293 (+) "สิ่งที่เขาใช้บรรจุทรัพย์" ตาม ม.293(5) นั้นจะต้องเป็นสิ่งที่สภาพอันอาจงัดผ่าได้