ฎีกานั้นต้องยื่นภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปีศาลอุทธรณ์แก้ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ส่วนโทษวางเท่าเดิม โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170
คดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ส่วนจำเลยนอกจากนั้นลงโทษตามมาตรา 295ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทุกคนนั้น ถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้มิใช่พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงมิใช่ศาลล่างพิพากษา …
ฎีกาจำเลยที่ว่า ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าเช็คที่ผู้เสียหายแจ้งความได้รับชำระครบแล้วนั้น เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลล่างได้ฟังว่าจำเลยได้ออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการจ่ายเงินตามเช็คและสั่งจ่ายในขณะที่ไม่มีเงินในบัญชีพอจ่ายนั้น เป็น …
ฎีกาจำเลยที่ว่า จำเลยได้ขับรถมาช้าและได้ห้ามล้อรถของจำเลยจวนจะหยุดเป็นการใช้ความระมัดระวังแล้ว เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยขับรถเร็วกว่า 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเขตชุมชนใกล้ทางแยก ฎีกาจำเลยจึงเป็น …
ฎีกาจำเลยที่ว่า จำเลยเข้าทำนาในที่ดินซึ่งจำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่าเป็นเจ้าของนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ฎีกาที่ว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความในคดีที่จำเลยนำเอกสารออกใช้นั้น จะเป็นการใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 268 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ฎีกาโจทก์ในปัญหาว่าการไต่สวนมูลฟ้องคดีนี้ศาลต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 3247/2507ของศาลอาญาหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ฎีกาจำเลยที่กล่าวรายละเอียดข้อเท็จจริงเพื่อแสดงว่ารถของจำเลยมิได้วิ่งกินทางของรถจิ๊บซึ่งอยู่ด้านเหนือนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกัน แต่ปรับบทต่างกันส่วนกำหนดโทษเท่าเดิม เป็นการแก้ไขเล็กน้อย
ฎีกาจำเลยที่ว่าจำเลยควรได้รับโทษเบากว่าโทษที่ศาลล่างกำหนดศาลล่างควรลงโทษจำเลยตามบทมาตราอื่นซึ่งมีโทษเบาก็เท่ากับว่าจำเลยเถียงคำรับของจำเลยเอง จึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงในสำนวน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานของศาลว่า ควรรับฟังพยานโจทก์ ไม่ควรรับฟังพยานฝ่ายจำเลย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 199 และ225ผู้ฎีกาซึ่งต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำอาจยื่นฎีกาต่อพัศดี ภายในกำหนด อายุฎีกาได้ เมื่อวันสุดท้ายแห่งการยื่นฎีกาตรงกับวันหยุดราชการผู้ฎีกายื่นฎีกาต่อพัศดีในวันเริ่มทำงานใหม่ได้ตามประมวล …
คดีอาญาซึ่งมีข้อหาส่วนแพ่งรวมอยู่ด้วย โดยมีทุนทรัพย์ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่เกิน 5,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย …
ฎีกาที่ว่า ข้อเท็จจริงเท่าที่โจทก์นำสืบพอฟังแล้วว่าคดีมีมูลนั้น เป็นการโต้เถียงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลเนื่องจากโจทก์สืบไม่ได้ความว่าการกระทำของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรและขาด เจตนาทุจริตจึงเป็นฎีกาในปัญ …
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาและพยายามฆ่าคนตามฟ้อง โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่าไม่มีประจักษ์พยาน ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย แต่พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่าง …
ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า มิได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยคนอื่นๆเป็นการเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทั้ง 7 คนร่วมกันทำผิดจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้กระทำผิดและพิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ดังนั้น การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายจึงต้องฟัง ข้อเท็จจริง ตามที่ยุติ …
คดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วว่า การกระทำของจำเลยยังถือว่าไม่ได้ว่ากระทำไปโดยทุจริตหรือมีเจตนาทำผิดอาญา ดังนั้น ฎีกาที่ว่า จำเลยกระทำโดยทุจริต จึงเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง