ฎีกาของจำเลยที่ 3 ซึ่งโต้แย้งในเรื่องเกี่ยวกับการวินิจฉัยคำพยานว่าสมควรจะเชื่อหรือไม่ โดยจำเลยเถียงว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งถือว่าเป็นการแก้มาก แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ คู่ความก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจ …
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด3 ปี ดังนี้เป็นการแก้ไขมาก แม้ฎีกาของโจทก์ในปัญหาที่ว่า ควรรอการลงโทษจำเลยหรือไม่ จะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ก็ไม่ต้องห้ามฎีกาตา …
ฎีกาของจำเลยซึ่งโต้เถียงว่า การกระทำของจำเลยดังที่ศาลล่างฟังมานั้น ไม่เป็นความผิดในฐานรับของโจรแต่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ซึ่งโจทก์มิได้ฟ้อง ดังนี้เป็นการโต้เถียงในปัญหาข้อกฎหมาย
ฎีกาจำเลยที่ว่าจำเลยได้ปฎิบัติถูกต้องตามกฎกระทรวงข้อ9 พ.ศ.2498 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติป้องกันเรือโดนกันแล้วนั้น เท่ากับโต้แย้งว่าจำเลยมิได้ขับเรือโดยประมาทดังที่ศาลล่างวินิจฉัยนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
การที่ศาลยกเอาเหตุต่างๆในสำนวนขึ้นประกอบการชั่งน้ำหนักคำพยานว่าควรเชื่อถือได้เพียงไรนั้น เป็นการวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยซึ่งโต้แย้งการวินิจฉัยดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
การที่จะสั่งโอนคดีไปศาลอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 26 นั้น ต้องมีพฤติการณ์หรือเหตุผลที่อาจทำให้มีการขัดขวางต่อการพิจารณาหรือน่ากลัวว่าจะเกิดความไม่สงบหรือเหตุร้ายขึ้น เมื่อไม่มีเหตุดังกล่าว ก็ไม่เป็นเหตุที่จะสั่งโ …
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสี่ประกอบมาตรา 75 ให้จำคุก 10 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นผิดตามมาตรา 340 วรรคสองประกอบมาตรา 75 ให้จำคุก 5 ปีนั้น เป็นการแก้ทั้งบทกฎหมายและอัตราโทษถือว่าแก้มาก จำเลย …
ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2513 จำเลยยื่นฎีกาวันที่ 9 มีนาคม2513 นั้นพ้นระยะเวลาฎีกาแล้ว
คดีความผิดอันยอมความกันได้ซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ คดีเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)
ก่อนถึงกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอโอนคดีโดยอ้างว่าจำเลยเป็นคนมีเงินและอิทธิพลมาก เคยกลั่นแกล้งกล่าวโทษและร้องทุกข์กล่าวหาว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และกระทำผิดอาญา นอกจากนี้ยังได้ใช้บุตรของจำเลยข่มขู่พยานโจทก์ทำให้ไม …
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลย 1 ปี จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษหรือลงโทษสถานเบา เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คำร้องขอแถลงการณ์ด้วยปากจะต้องร้องขอติดมากับฟ้องฎีกา จะมาขอเมื่อสำนวนส่งมาศาลฎีกาแล้วไม่ได้
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ขังจำเลยไว้ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาเป็นคำสั่งชั้นบังคับคดี ไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณาหรือคำสั่งที่สั่งแทนศาลฎีกา คู่ความชอบที่จะอุทธรณ์ฎีกาได้ และเมื่อศาลอุทธรณ์เห็นควรกลับคำสั่งศาลชั้นต้นโดยให้หมายปล่อยจำเ …
ฎีกาจำเลยที่ว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้กักกันโดยถือว่าจำเลยไม่ได้รับผลตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ.2499มาตรา 3 ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
เมื่อจำเลยถึงแก่กรรม คดีเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(1)
เมื่อศาลชั้นต้นไม่ยอมส่งสำนวนและฎีกาไปให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาหรือให้อธิบดีกรมอัยการรับรองฎีกา ผู้ฎีกาจะอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาเลยไม่ได้ แต่จะต้องอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์เสียก่อน
คำร้องขอแถลงการณ์ด้วยปากต่อศาลฎีกา ต้องติดมากับฟ้องฎีกา
การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอโอนคดีนี้จากศาลจังหวัดชัยนาทมาพิจารณายังศาลอาญาโดยอ้างว่า จำเลยเป็นผู้มีพรรคพวกมากมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดและเป็นผู้มีอิทธิพลในจังหวัดชัยนาททำให้พยานหลายคนไม่กล้ามาเบิกความเป็นพยานเพราะเกรงว่าจะได้รับอั …
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 และความผิดฐานมีอาวุธปืนให้จำคุกจำเลย 1 ปี 3 เดือนและปรับ 500 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้บทความผิดเป็นจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,81ประกอบด้วยมาตรา 69 ให้จ …