ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุก 8 เดือน ในความผิดฐานฉ้อโกง จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนความผิดฐานใช้ตั๋วเงินปลอมพิพากษายกฟ้อง เมื่อจำเลยยังไม่ยื่นฎีกาจึงยังไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
คดีความผิดต่อส่วนตัว จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้นโจทก์ร่วมขอถอนคำร้องทุกข์ก่อนอ่านคำสั่งศาลฎีกาคดียังไม่ถึงที่สุด พนักงานอัยการโจทก์และจำเลยไม่ค้านสิทธิดำเนินคดีของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาต …
ปัญหาที่ว่าภาพยนตร์ที่จำเลยจัดฉายเป็นภาพยนตร์ลามกหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยจาก 4 ปี เหลือ 2ปี จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเลยจะฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายส่วนปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา เมื่อจำเลยยังไม่ยื่นฎีกาจึงยังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงเป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกาจึงไม่ปรากฏว่าจะฎีกาเพราะเหตุใด จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยที่ยังไม่ได้ยื่นฎีกา ไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราว
ฎีกาว่าไม่มีเจตนารับสารภาพโดยสมัครใจเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยที่ยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุที่จะปล่อยชั่วคราว
ฎีกาคัดค้านดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ ในการรับฟังพยานเอกสารและพยานบุคคล เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ในคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อกฎหมายของจำเลย ต่อมาจำเลยจะขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกานั้นไม่ได้
ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172,173 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง การที่โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 173 เป็นการโต้เถียงในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหม …
คดีความผิดต่อส่วนตัว โจทก์จะขอถอนฟ้องได้ในเวลาใดๆก่อนคดีถึงที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35
ฎีกาโจทก์โต้เถียงเรื่องเจตนากระทำผิดซึ่งศาลล่างฟังว่าไม่มีเจตนา จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
ศาลชั้นต้นยกคำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นรับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดยศาลชั้นต้นยังไม่ได้สั่งเกี่ยวกับฎีกาของจำเลยแต่อย่างใด การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งและขอให้ศาลฎีการับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหม …
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง ไม่ต้องห้ามฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย กระทงละไม่เกิน 5 ปี จำเลยฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนข้อเท็จจริงต้องห้าม เมื่อจำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา จึงยังไม่มีเหตุสมควรให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา
เหตุที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นมาอ้างเป็นเหตุอันควรปราณีตามกฎหมายหรือไม่และสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของศาลล่างทั้งสอง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ฎีกาของโจทก์ในปัญหาที่ว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง และฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อที่ว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นเรื่องนอกฟ้องหรือไม่ก็เป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน
ในคดีความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ขอถอนฟ้องในเวลาใดๆ ก่อนคดีถึงที่สุดได้
โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงผิดไปจากท้องสำนวนนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายส่วนฎีกาว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้นำข้อเท็จจริงที่สำคัญขึ้นวินิจฉัย เป็นการโต้เถียงการใช้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานเป็นฎีกา …