โจทก์จำเลยวิวาททำร้ายกันคู่วิวาทจะฟ้องให้ลงโทษอีกฝ่ายหนึ่งหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกา
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
จำเลยยิงคนที่เดินกลับจากนาเฉย ๆ และมิใช่เป็นคนร้าย โดยจำเลยมิได้พินิจพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน แต่จำเลยสำคัญผิดไปว่าเป็นคนร้ายที่จะมาแย่งชิงทรัพย์จำเลยเช่นนี้ ไม่เป็นข้อแก้ตัวให้จำเลยพ้นผิดไปได้ตามประมวล ก.ม.อาญา ม.61 การกระทำของจำ …
ฟ้องว่าฆ่าคนตายโดยเจตนา ลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามที่พิจารณาได้ความนั้นได้จำเลยที่ 2 เอาไม้ตีนายหล่า และจำเลยที่ 2 กับที่ 3 เข้าจับแขนนายหล่าไว้คนละข้างแล้วจำเลยที่1เอามีดเข้าแทงนายหล่า นายหล่าอยู่ได้ 2 คืนก็ตายเพราะแผลนั้น เห …
บรรยายฟ้องข้อ 1 ว่าจำเลยลักทรัพย์ แต่กล่าวในฟ้องข้อ2 ว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร เช่นนี้เป็นฟ้องที่ขัดกัน ทำให้จำเลยไม่เข้าใจข้อหาได้ดี เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158(5)
ในทะเบียนยานพาหนะล้อเลื่อนเป็นเพียงหนังสือราชการเท่านั้นมีไว้เพื่อความสดวกในการควบคุมของเจ้าพนักงานและพนักงานเจ้าหน้าที่หาได้มุ่งหมายให้เป็นสำคัญแก่การตั้ง เปลี่ยนแก้ หรือเลิกล้างโอนกรรมสิทธิหรือหนี้สินแต่ประการใดไม่ จึงไม่ใช่หนัง …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งที่ยังจับตัวไม่ได้สมคบกันชิงทรัพย์ ขอให้ลงโทษตาม ม.298, 299 ดังนี้ก็เป็นฟ้องที่ชอบด้วยวิธีพิจารณาแล้ว ไม่จะต้องอ้างบทมาตรา 63 เพราะได้อ้างมาตราที่บัญญัติว่าเป็นความผิดไว้แล้ว และไม่จำต้องระบุว่าพวก …
โจทก์ฟ้องจำเลยว่ากระทำอนาจารและลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารข้อหาฐานลักทรัพย์ให้ยกโจทก์แต่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ดังนี้ข้อหาฐานอนาจารจึงถึงที่สุดแล้ว แม้ศาลอุทธรณ์จะฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกกะทงหนึ่งก็ตาม ศ …
โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม มาตรา 218 นั้นหมายถึงโทษแต่ละกะทงศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298,299,63 และตาม มาตรา 243 อีก 2 ปี รวม 2 กะทง 7 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษา …
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ตาม มาตรา 300ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับลงโทษจำเลยเพียงทำร้ายร่างกายตาม มาตรา 254 เช่นนี้เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริง แม้จะอ้างเหตุผลไปคนละนัย แต่ในท …
ศาลจำต้องพิเคราะห์คำพยานประกอบกันทั้งหมดแล้ววินิจฉัยตามเหตุผลที่ควรจะเป็นจริง จะถือเอาคำพยานของโจทก์เพียงบางปากที่เบิกความเป็นปรปักษ์ต่อคำฟ้องของโจทก์ขึ้นชี้ขาดนั้นหาควรไม่เจ้าทรัพย์และบุตรเบิกความในชั้นศาลว่าเกิดเหตุวันแรม2 ค่ำแต …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ของผู้มีชื่อ โดยใช้กิริยาฉกฉวยพาหนีไปต่อหน้า ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลย ฉกฉวยทรัพย์นั้นไปจากบุตร์ของเจ้าทรัพย์ ก็ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
การกระทำของจำเลยจำครบองค์เป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยอาศัยข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ของผู้มีชื่อ ทางพิจารณาได้ความว่าผู้นั้นเป็นเพียงผู้ดูแลรักษาทรัพย์นั้นดังนี้ ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องฟ้องกล่าวถึงทรัพย์ที่ถูกคนร้ายลักไปแล้วกล่าวว่าจำเลยลักหรือรับไว้โดยรู้ว่าเ …
ไนคดีลักทรัพย์หรือรับของโจรโจทฟ้องขอไห้คืนหรือไช้ทรัพย์แก่ผู้เสียหายด้วย เมื่อสาลชั้นต้นตัดสินไห้ลงโทสจำเลยถานรับของโจโดยมิได้กล่าวถึงเรื่องคนหรือไช้ทรัพย์ โจทมิได้อุธรน์ จนสาลอุธรน์เพียงแต่แก้ถานความผิดเปนลักทรัพย์นอกจากนั้นยืนตา …
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยตัดรั้วเข้าไปโดยเจตนาลักทรัพย์แต่ลักทรัพย์ไม่สำเร็จ แม้ไม่ระบุว่าจะลักทรัพย์อะไรก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์โดยลอบไขกุญแจหีบด้วยลูกกุญแจที่จำเลยมีอยู่โดยผิดด้วยกฎหมาย จำเลยรับสารภาพว่าได้ลักทรัพย์จริงตามฟ้อง ไม่ต่อสู้ และว่ากุญแจที่ใช้ไขหีบเป็นกุญแจของยายดังนี้ต้องฟังว่าจำเลยรับสารภาพแต่เพียงในข้อที่หาว่าได้ลัก …
โจทฟ้องว่ากะบือถูกคนร้ายลักไป ต่อมาจับกะบือได้จากจำเลยโดยจำเลยเปนผู้ร้ายลักหรือรับไว้โดยรู้ว่าเปนของร้าย ขอไห้ลงโทสตาม ม. 293,321. ดังนี้ไม่เปนฟ้องเคลือบคลุม.
ฟ้องว่าของถูกคนร้ายลักไปแล้วจับจำเลยได้พร้อมด้วยของร้ายโดยจำเลยลักหรือรับไว้โดยรู้ว่าเปนของร้าย ทางพิจารนาได้ความว่ารับของโจร ลงโทสได้ไม่เปนฟ้องเคลือบคลุม
สาลพิพากสาลงโทสจำเลย 4 สำนวน ตามมาตรา 293-59 ไนคำพิพากสาเดียวกันแล้วไห้จำเลยรับโทสจำคุก เพียง 3 เดือนได้
พรึติการน์ที่ถือว่าข้อเท็ดที่ปรากตไนการพิจารนาต่างกับฟ้อง ฟ้องว่าพยายามลักทรัพย์ซึ่งหยู่ไนรถตู้ ทางพิจารนาได้ความว่า จำเลยพยายามจะลักกุนแจที่ไส่รถตู้ ต้องยกฟ้อง.