Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

มาตรา 91 ประมวลกฎหมายอาญา

หมวด ๗ การกระทำความผิดหลายบทหรือหลายกระทง

เมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ศาลลงโทษผู้นั้นทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แต่ไม่ว่าการเพิ่มโทษ ลดโทษ หรือลดมาตราส่วนโทษด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกินกำหนดดังต่อไปนี้
(๑) สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกินสามปี
(๒) ยี่สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปีแต่ไม่เกินสิบปี
(๓) ห้าสิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป เว้นแต่กรณีที่ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต

มาตราที่อ้างถึงมาตรานี้

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

1,256 คดี
ค้นหาคำพิพากษาเพิ่มเติม
แม้โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่ที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองใน ความผิดฐานพรากผู้เยาว์กับฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษฐาน พรากผู้เยาว์บทหนักนั้น ยังไม่ถูกต้อง เนื่องจากกรณีเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ศาลฎีกาปรับบทลงโทษให้ถูกต้องได้ อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 ป.อ. มาตรา 310 ป.อ. มาตรา 318
จำเลยปลอมสำเนาทะเบียนคนเกิด ท.ร.22 และบัตรประจำตัวประชาชนเป็นการปลอมเอกสารคนละประเภทแตกต่างกันมีผลเป็นความผิดในตัวเองแยกจากกันได้ เป็นความผิดสองกรรมแต่การที่จำเลยที่ 1 ปลอมดวงตราและรอยตราประทับลงบนเอกสารสองฉบับดังกล่าว เป็นเพียงการร่วมประกอบให้สำเนาทะเบียนคนเกิดท.ร.22 และบัตรประจำตัวประชาชนที่จำเลยที่ 1 ทำขึ้นมีลักษณะข้อความและรอยตราประทับเหมือนเอกสารแท้จริงเพื่อผู้ที่พบเห็นจะได้หลงเชื่อตามเจตนาของจำเลยที่ 1 เท่านั้นจึงเป็นการกระทำผิดกรรมเดียว แต… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 ป.อ. มาตรา 251 ป.อ. มาตรา 252 ป.อ. มาตรา 263 ป.อ. มาตรา 265 ป.อ. มาตรา 268
การที่จำเลยขีดฆ่าและลบลายมือชื่อของจำเลยในเช็ค พิพาททั้งห้าฉบับ เพื่อที่จำเลยจะไม่ต้องรับผิดในฐานะ ผู้สลักหลังในเช็คแต่ ละฉบับ นั้น แม้จะเป็นการกระทำในเวลาใกล้เคียงและต่อ เนื่องกันแต่ ก็เห็นได้ชัด ว่าจำเลยจะทำเพียงฉบับเดียว หรือบางฉบับ ก็ได้สุดแต่ เจตนาของจำเลย เมื่อจำเลยกระทำต่อเช็ค ทั้งห้าฉบับ จึงเป็นความผิด 5 กรรมต่าง กัน. อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 91 ป.อ. มาตรา 266
การที่จำเลยขีดฆ่าและลบลายมือชื่อของจำเลยในเช็ค พิพาททั้งห้าฉบับ เพื่อที่จำเลยจะไม่ต้องรับผิดในฐานะ ผู้สลักหลังในเช็คแต่ ละฉบับ นั้น แม้จะเป็นการกระทำในเวลาใกล้เคียงและต่อ เนื่องกันแต่ ก็เห็นได้ชัด ว่าจำเลยจะทำเพียงฉบับเดียว หรือบางฉบับ ก็ได้สุดแต่ เจตนาของจำเลย เมื่อจำเลยกระทำต่อเช็ค ทั้งห้าฉบับ จึงเป็นความผิด 5 กรรมต่าง กัน. อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 91 ป.อ. มาตรา 266
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยเรียงกระทงความผิด ตาม ป.อ.มาตรา 286 ที่แก้ไขแล้ว ให้จำคุก 7 ปี และตาม พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 9 ให้ปรับ 1,000 บาท รวมเป็นโทษจำคุก 7 ปี และปรับ 1,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 286ที่แก้ไขแล้ว ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนัก จำคุก 7 ปี เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 4 ปี 8 เดือนจึงเป็นก… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 ป.วิ.อ. มาตรา 218
คดีทั้งเจ็ดสำนวนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกจำเลยติดต่อกันเป็นการกระทำความผิดซึ่งมีอัตราโทษจำคุกแต่ละกระทง ความผิดไม่เกิน 10 ปี พยานหลักฐานของโจทก์ส่วนใหญ่เป็นชุด เดียวกันผู้เสียหายเป็นหน่วยราชการเดียวกัน ซึ่งโจทก์อาจฟ้องจำเลยสำหรับการกระทำผิดทั้งเจ็ดสำนวนรวมเป็นคดีเดียวกันได้ แม้ศาลจะเรียงกระทงลงโทษจำคุก จำเลยที่ 2 ทั้งเจ็ดสำนวนแล้วมีโทษจำคุกเกินกว่า20 ปี ก็คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ได้เพียง 20 ปี ตามที่กำหนดไว้ตาม ป.อ. มาตรา 91(2) แต่การที่โจทก์แยกฟ้อ… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 91
การปลอมเอกสารแต่ละฉบับ ผู้กระทำจะมีความผิดหลายกระทงหรือไม่ ต้องดู ที่ความมุ่งหมาย และวิธีการปลอมเอกสาร ไม่ใช่ความมุ่งหมายในการใช้เอกสารปลอม จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมใบคู่มือจดทะเบียนรถ ปลอมแผ่นป้ายวงกลมชั่วคราว แสดงการเสียภาษีรถยนต์ซึ่งต่างเป็นเอกสารของกองทะเบียน กรมตำรวจ ต่างเป็นการปลอมเอกสารราชการ ซึ่งมีความมุ่งหมายและการแสดงความหมายของเอกสารต่างกัน มีผลสำเร็จเป็นความผิดแต่ละฉบับที่จำเลยปลอมจึงเป็นความผิดหลายกระทง ตาม ป.อ. มาตรา 264,26… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 91 ป.อ. มาตรา 264 ป.อ. มาตรา 265 ป.อ. มาตรา 268
คดีที่โจทก์อาจยื่นฟ้องจำเลยทุกกระทงความผิดเป็น สำนวนเดียว กันได้ ซึ่ง ศาลลงโทษจำคุกจำเลยได้ ไม่เกินยี่สิบปี ตาม ป.อ.มาตรา 91(2) แม้โจทก์แยกฟ้องจำเลยเป็นสองสำนวน และ ขอให้นับโทษต่อ กัน แต่ เมื่อรวมโทษจำคุกที่จำเลยจะได้ รับแล้วก็ต้อง ไม่เกินยี่สิบปี เมื่อคดีนี้ศาลลงโทษจำเลยทุกกรรมโดย จำคุกจำเลยเต็ม ตาม ที่กำหนดไว้ใน ป.อ. มาตรา 91(2) แล้ว ศาลจะนับโทษ จำเลยต่อ จากคดีแรกของศาลชั้นต้นอีกไม่ได้. อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 91
คดีที่โจทก์อาจยื่นฟ้องจำเลยทุกกระทงความผิดเป็น สำนวนเดียว กันได้ ซึ่ง ศาลลงโทษจำคุกจำเลยได้ ไม่เกินยี่สิบปี ตาม ป.อ.มาตรา 91(2) แม้โจทก์แยกฟ้องจำเลยเป็นสองสำนวน และ ขอให้นับโทษต่อ กัน แต่ เมื่อรวมโทษจำคุกที่จำเลยจะได้ รับแล้วก็ต้อง ไม่เกินยี่สิบปี เมื่อคดีนี้ศาลลงโทษจำเลยทุกกรรมโดย จำคุกจำเลยเต็ม ตาม ที่กำหนดไว้ใน ป.อ. มาตรา 91(2) แล้ว ศาลจะนับโทษ จำเลยต่อ จากคดีแรกของศาลชั้นต้นอีกไม่ได้. อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 91
จำเลยกับพวกใช้อุบายหลอกลวงนางสาว ป. กับนางสาว จ. ผู้เยาว์อ้างว่าจะพาไปทำงานแต่กลับพาไปขายให้เป็นหญิงโสเภณี ดังนี้ เห็นได้ว่า ที่จำเลยหลอกลวงผู้เยาว์ทั้งสองก็โดยเจตนาจะให้เกิดผลต่างกรรมกัน แม้จะพาผู้เยาว์ทั้งสองไปในครั้งเดียวคราวเดียวก็เป็นการกระทำต่อผู้เยาว์แต่ละคนโดยเฉพาะ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ จำเลยมีความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารรวม 2 กระทง ความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 283 วรรคสองกับความผิดฐานพรากผู้… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 91 ป.อ. มาตรา 283 ป.อ. มาตรา 318
จำเลยกับพวกใช้อุบายหลอกลวงนางสาว ป. กับนางสาว จ. ผู้เยาว์อ้างว่าจะพาไปทำงานแต่กลับพาไปขายให้เป็นหญิงโสเภณี ดังนี้ เห็นได้ว่า ที่จำเลยหลอกลวงผู้เยาว์ทั้งสองก็โดยเจตนาจะให้เกิดผลต่างกรรมกัน แม้จะพาผู้เยาว์ทั้งสองไปในครั้งเดียวคราวเดียวก็เป็นการกระทำต่อผู้เยาว์แต่ละคนโดยเฉพาะ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ จำเลยมีความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารรวม 2 กระทง ความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 283 วรรคสองกับความผิดฐานพรากผู้… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 91 ป.อ. มาตรา 283 ป.อ. มาตรา 318
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยฐานความผิดต่อ พ.ร.บ. ป่าไม้2 กระทง กระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โดยระบุวรรคของบทกฎหมายที่ยกขึ้นปรับ ลงโทษจำเลยให้ชัดเจนและแก้โทษเป็นจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี ดังนี้เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเล็กน้อย โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคแรก. อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 218
เมื่อจำเลยเป็นทั้งเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันขึ้นเพื่อนำมาซึ่ง ผลประโยชน์แห่งตน และร่วมเข้าเล่นพนันกับลูกค้าผู้เข้าเล่นด้วย ตามลักษณะหรือสภาพแห่งการกระทำผิดของจำเลยดังกล่าวจึงสามารถแยกจากกันได้ เป็นการกระทำผิดต่างฐานกันและมีเจตนาคนละอัน จำเลยย่อมมีความผิดฐานเป็นเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันและฐานเป็นผู้เล่นพนัน อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12
เมื่อจำเลยเป็นทั้งเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันขึ้นเพื่อนำมาซึ่ง ผลประโยชน์แห่งตน และร่วมเข้าเล่นพนันกับลูกค้าผู้เข้าเล่นด้วย ตามลักษณะหรือสภาพแห่งการกระทำผิดของจำเลยดังกล่าวจึงสามารถแยกจากกันได้ เป็นการกระทำผิดต่างฐานกันและมีเจตนาคนละอัน จำเลยย่อมมีความผิดฐานเป็นเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันและฐานเป็นผู้เล่นพนัน อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12
เมื่อจำเลยเป็นทั้งเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันขึ้นเพื่อนำมาซึ่ง ผลประโยชน์แห่งตน และร่วมเข้าเล่นพนันกับลูกค้าผู้เข้าเล่นด้วย ตามลักษณะหรือสภาพแห่งการกระทำผิดของจำเลยดังกล่าวจึงสามารถแยกจากกันได้ เป็นการกระทำผิดต่างฐานกันและมีเจตนาคนละอัน จำเลยย่อมมีความผิดฐานเป็นเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันและฐานเป็นผู้เล่นพนัน อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 90 ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ขอรับคำปรึกษา

ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูล Open Law Data Thailand — OCS Krisdika (CC-BY 4.0) จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้