มาตรา 118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ส่วนที่ ๓ มูลนิธิ
ถ้าบุคคลซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องจัดตั้งมูลนิธิตามวรรคหนึ่ง มิได้ขอจดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่บุคคลดังกล่าวได้รู้หรือควรรู้ข้อกำหนดพินัยกรรมให้ก่อตั้งมูลนิธิ บุคคลผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดหรือพนักงานอัยการจะเป็นผู้ขอจดทะเบียนมูลนิธิก็ได้
ถ้าผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนมูลนิธิไม่ดำเนินการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๑๑๕ จนเป็นเหตุให้นายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนมูลนิธิเพราะเหตุดังกล่าว บุคคลผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดหรือพนักงานอัยการจะเป็นผู้ขอจดทะเบียนมูลนิธินั้นอีกก็ได้
ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิตามมาตรานี้ จะขอถอนการก่อตั้งมูลนิธิตามมาตรา ๑๑๖ ไม่ได้
ในกรณีที่มีผู้คัดค้านต่อนายทะเบียนว่าพินัยกรรมนั้นมิได้กำหนดให้ก่อตั้งเป็นมูลนิธิ ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้คัดค้านไปร้องต่อศาลภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน และให้นายทะเบียนรอการพิจารณาการจดทะเบียนไว้ก่อน เพื่อดำเนินการตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ถ้าผู้คัดค้านไม่ยื่นคำร้องต่อศาลภายในเวลาที่กำหนด ให้นายทะเบียนพิจารณาการจดทะเบียนมูลนิธินั้นต่อไป
มาตรานี้อ้างถึง
มาตราที่อ้างถึงมาตรานี้
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
150 คดี
สามีภริยาไปจดทะเบียนหย่าที่อำเภอ แต่ความจริงนั้นทั้งสองฝ่ายมิได้มี่เจตนาจะหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา กันเลย ที่ทำไปก็เพื่อจะลวงผู้อื่นเกี่ยวกับทรัพย์สินของสามีภริยานั่นเอง แล้วภริยาทำนิติกรรมขายที่ดินบ้านเรือนอัน เป็นสินเดิมให้สามีเพื่อกีดกันบุตรของภริยาอันเกิดแก่สามีคนเก่า แต่ความจริงมิได้ขายกัน ดังนี้ นิติกรรมซื้อขาย ย่อมเป็นโมฆะ. ภริยามีเจตนาจะขายฝากที่ดินแก่ผู้อื่น แต่เนื่องจากไม่เข้าใจในกิจธุระเช่นนี้ และไม่รู้หนังสือ สามีจัดการขายฝาก ให้แก่…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 117
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 133
ป.พ.พ. มาตรา 134
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 1497
+2
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2496
พ.ศ. 2496
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มารดาจะยกนาแปลงหนึ่งให้แก่บุตรแต่มารดาต้องการเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อจะเอาไปซื้อที่นาที่จังหวัดอื่นบุตร จึงหาเงินตามจำนวนนั้นให้มารดาไปแต่ให้มารดาทำเป็นหนังสือกู้เงินจำนวนนั้นให้บุตร ยึดถือไว้ มารดาจึงทำโอนยกที่นานั้นแก่บุตรที่หอทะเบียน นับแต่มารดารับเงินจากบุตรดังกล่าวไปแล้วเป็นเวลานาน 9 ปีมารดาก็ไ่ได้ให้ดอกเบี้ยแก่บุตรเลย ดังนี้ไม่เป็นการกู้จริงจังวินิจฉัยว่า มารดาไม่ได้ยกที่นานั้นให้แก่บุตรโดยเสน่หาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 521 ฉะนั้นมาร…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 521
ป.พ.พ. มาตรา 531
สามีภริยาไปจดทะเบียนหย่าที่อำเภอ แต่ความจริงนั้นทั้งสองฝ่ายมิได้มีเจตนาจะหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันเลย ที่ทำไปก็เพื่อจะลวงผู้อื่นเกี่ยวกับทรัพย์สินของสามีภริยานั่นเอง แล้วภริยาทำนิติกรรมขายที่ดินบ้านเรือนอันเป็นสินเดิมให้สามีเพื่อกีดกันบุตรของภริยาอันเกิดแต่สามีคนเก่า แต่ความจริงมิได้ขายกัน ดังนี้นิติกรรมซื้อขายย่อมเป็นโมฆะภริยามีเจตนาจะขายฝากที่ดินแก่ผู้อื่น แต่เนื่องจากไม่เข้าใจในกิจธุระเช่นนี้ และไม่รู้หนังสือ สามีจัดการขายขาดให้แก่ผู้อื่นไ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 117
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 133
ป.พ.พ. มาตรา 134
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 491
ป.พ.พ. มาตรา 1497
+2
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2495
พ.ศ. 2495
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยตามหนังสือสัญญากู้จำเลยต่อสู้ว่าเป็นนิติกรรมอำพราง เมื่อคดีได้ความว่าความจริงเป้นเรื่องโจทก์จำเลยเข้าหุ้นส่วนกันในการแสดงลครเพื่อหาผลกำไร จำนวนเงินที่โจทก์จะมอบให้จำเลยไปซื้อหาและใช้จ่ายในการแสดงลครนั้นโจทก์ให้จำเลยทำหนังสือสัญญากู้โจทก์ไว้ เพื่อให้จำเลยเอาเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ในการจัดการแสดงลครจริง ๆ และเพื่อป้องกันเจ้าหนี้อื่น ถ้าหากจำเลยจะไปก่อให้เกิดขึ้น มิให้มาฟ้องร้องโจทก์ในฐานเป็นหุ้นส่วน ดังนี้ สัญญากู้ดังกล่…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.วิ.พ. มาตรา 84
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2495
พ.ศ. 2495
สืบค้นที่ศาลฎีกา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยตามหนังสือสัญญากู้จำเลยต่อสู้ว่าเป็นนิติกรรมอำพราง เมื่อคดีได้ความว่าความจริงเป้นเรื่องโจทก์จำเลยเข้าหุ้นส่วนกันในการแสดงลครเพื่อหาผลกำไร จำนวนเงินที่โจทก์จะมอบให้จำเลยไปซื้อหาและใช้จ่ายในการแสดงลครนั้นโจทก์ให้จำเลยทำหนังสือสัญญากู้โจทก์ไว้ เพื่อให้จำเลยเอาเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ในการจัดการแสดงลครจริง ๆ และเพื่อป้องกันเจ้าหนี้อื่น ถ้าหากจำเลยจะไปก่อให้เกิดขึ้น มิให้มาฟ้องร้องโจทก์ในฐานเป็นหุ้นส่วน ดังนี้ สัญญากู้ดังกล่…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.วิ.พ. มาตรา 84
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 538/2495
พ.ศ. 2495
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ทำสัญญาฝากยางกันไว้จำนวนหนึ่ง ภายหลังผู้ฝากขายยางที่ฝากให้แก่ผู้ซื้อไปส่วนหนึ่ว โดยให้ผู้ซื้อไปรับยางจากผู้รับฝาก ดังนี้ ย่อมถือว่าสัญญาฝากยางสำหรับยางจำนวนที่ยังคงเหลืออยู่ที่ผู้รับฝาก ยังหาได้สิ้นหรือเลิกกันไม่ เพราะยังไม่มีการแสดงเจตนาเลิกสัญญาแต่ประการใด สัญญายังคงผูกพันกันอยู่ จึงไม่เริ่มอายุความตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 671.
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 657
ป.พ.พ. มาตรา 671
โจทก์ตกลงให้จำเลยใส่ชื่อเป็นผู้ซื้อ หากโจทก์มีเงินมาชำระให้จำเลยเมื่อไรจำเลยยอมโอนคืนที่ 2 แปลงที่จำเลยซื้อไว้ให้โจทก์ ดังนี้ เมื่อไม่ได้ทำเป็นหนังสือหรือวางเงินมัดจำไว้ ข้อตกลงดังกล่าวด้วยปากเปล่า โจทก์จะฟ้องขอให้ศาลบังคับคดีหาได้ไม่
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 456
โจทก์ตกลงให้จำเลยใส่ชื่อเป็นผู้ซื้อ หากโจทก์มีเงินมาชำระให้จำเลยเมื่อไรจำเลยยอมโอนคืนที่ 2 แปลงที่จำเลยซื้อไว้ให้โจทก์ ดังนี้ เมื่อไม่ได้ทำเป็นหนังสือ หรือวางเงินมัดจำไว้ ข้อตกลงดังกล่าวด้วยปากเปล่าโจทก์จะฟ้องขอให้ศาลบังคับคดีหาได้ไม่
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 456
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2494
พ.ศ. 2494
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เอกสารสัญญากู้ มีข้อความชัดแล้วว่า จำเลยได้ยืมเงินโจทก์ไปจริงและจำเลยได้ลงลายมือชื่อให้ไว้เป็นหลักฐาน จำเลยจะขอสืบพยานว่าความจริงเป็นเงินลงหุ้นส่วนกัน มิใช่เงินกู้ เป็นการสืบเพิ่มเติมแก้ไขห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94 ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94 ได้มุ่งหมายห้ามเฉพาะแต่ฝ่ายผู้อ้างเอกสารเท่านั้นที่จะสืบเพิ่มเติมแก้ไข แม้ฝ่ายที่ไม่ได้นำหรืออ้างเอกสารมา ก็อยู่ในบทบังคับแห่งมาตรานี้ดุจกัน
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 94
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 650
ป.พ.พ. มาตรา 653
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยโอนขายที่ดินแก่โจทก์ตามที่โจทก์จำเลยตกลงกันไว้ โดยบรรยายฟ้องมีความว่าโจทก์จำเลยตกลงซื้อขายที่ดินกัน จำเลยต้องการเงินไปใช้ก่อน โจทก์จึงมอบเงินให้จำเลยไป 700 บาท อีก 100 บาทจะชำระกันเมื่อทำโอน จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นเงิน 800 บาท ต่อมาจำเลยไม่ยอมโอนที่ดินให้แก่โจทก์ โจทก์จึงฟ้องและได้แนบสำเนาสัญญากู้มาท้ายฟ้องด้วยดังนี้ แม้เดิมจะได้มีการตกลงซื้อขายที่ดินหรือไม่ก็ดี แต่ที่กล่าวในฟ้องว่าได้ตกลงทำสัญญากู้…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 653
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 172
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยโอนขายที่ดินแก่โจทก์ตามที่โจทก์จำเลยตกลงกันไว้ โดยบรรยายฟ้องมีความว่าโจทก์จำเลยตกลงซื้อขายที่ดินกัน จำเลยต้องการเงินไปใช้ก่อน โจทก์จึงมอบเงินให้จำเลยไป 700 บาท อีก 100 บาทจะชำระกันเมื่อทำโอน จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นเงิน 800 บาท ต่อมาจำเลยไม่ยอมโอนที่ดินให้แก่โจทก์ โจทก์จึงฟ้องและได้แนบสำเนาสัญญากู้มาท้ายฟ้องด้วยดังนี้ แม้เดิมจะได้มีการตกลงซื้อขายที่ดินหรือไม่ก็ดี แต่ที่กล่าวในฟ้องว่าได้ตกลงทำสัญญากู้…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 456
ป.พ.พ. มาตรา 653
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 172
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2490
พ.ศ. 2490
สืบค้นที่ศาลฎีกา
สิ่งของที่ซื้อขายต้องถูกควบคุมอยู่ตาม กฎหมาย ผู้ซื้อและผู้ขายก็ทราบดีแล้วว่า การซื้อขายจะกระทำกันได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งไม่อนุญาตให้ผู้ขายขายแก่ผู้ซื้อผู้ซื้อก็ทราบแล้ว และยังได้วิ่งเต้นให้ผู้ขายขายสิ่งของนั้นแก่บุคคลอื่นอีก ถือได้ว่าผู้ซื้อและผู้ขายได้ตกลงเลิกสัญญาซื้อขายกันแล้ว ภายหลังที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต จะต้องสันนิษฐานว่าบุคคลกระทำการโดยสุจริต โจทก์จะอ้างความไม่สุจริตเพื่อหลอกลวงผู้อื…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 453
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 389
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2487
พ.ศ. 2487
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ไนเรื่องขอไห้เพิกถอนการฉ้อกลการขายฝากและการโอน จำเลยต่อสู้ว่าเจ้าหนี้ซาบการขายฝากก่อนครบกำหนดไถ่ถอน โจทมาฟ้องคดีหลังจากครบกำหนดไถ่ถอน ล่วงเลยเวลามาหลายปีดังนี้ ถือว่าจำเลยยกอายุความขึ้นต่อสู้แล้ว จำเลยไม่ต้องเจาะจงว่าคดีขาดอายุความ 1 ปีตามมาตรา 240 อายุความซึ่งลูกหนี้ยกขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ได้นั้น ย่อมยกขึ้นต่อสู้ผู้รับโอนได้ด้วย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 193
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 240
ป.พ.พ. มาตรา 303
ป.พ.พ. มาตรา 308
ป.วิ.พ. มาตรา 177
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2487
พ.ศ. 2487
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ไนเรื่องขอไห้เพิกถอนการฉ้อกลการขายฝากและการโอน จำเลยต่อสู้ว่าเจ้าหนี้ซาบการขายฝากก่อนครบกำหนดไถ่ถอน โจทมาฟ้องคดีหลังจากครบกำหนดไถ่ถอน ล่วงเลยเวลามาหลายปีดังนี้ ถือว่าจำเลยยกอายุความขึ้นต่อสู้แล้ว จำเลยไม่ต้องเจาะจงว่าคดีขาดอายุความ 1 ปีตามมาตรา 240 อายุความซึ่งลูกหนี้ยกขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ได้นั้น ย่อมยกขึ้นต่อสู้ผู้รับโอนได้ด้วย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 118
ป.พ.พ. มาตรา 193
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 240
ป.พ.พ. มาตรา 303
ป.พ.พ. มาตรา 308
ป.วิ.พ. มาตรา 177
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 582/2483
พ.ศ. 2483
สืบค้นที่ศาลฎีกา
เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ผู้ค้ำประกันต้องชำระแทนจึงถือว่าผู้ค้ำประกันตกเป็นลูกหนี้ตั้งแต่ลูกหนี้ผิดนัดนั้นเป็นต้นไป ถ้าผู้ค้ำประกันโอนทรัพย์ของตนไปภายหลังระยะเวลานี้เป็นทางทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบแล้วเจ้าหนี้อาจขอให้เพิกถอนได้การสมยอมกันโอนขายทรัพย์ไปโดยปราศจากเจตนาลวงระหว่างคู่กรณี แต่เป็นทางทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบต้องบังคับตาม ม. 237 มิใช่ 118
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.พ.พ. มาตรา 680
ป.พ.พ. มาตรา 686
ป.พ.พ. มาตรา 237
ป.พ.พ. มาตรา 118
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา