มาตรา 219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๑ หลักทั่วไป
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
554 คดี
คดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์เพราะเห็นว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิดนั้น เป็นคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อได้ความชัดว่าคดีไม่มีมูลเพราะจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิด ศาลก็ชอบที่จะพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 167
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 203 ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาโดยเปิดเผยเฉพาะแต่ในกรณีที่นัดหรืออนุญาตให้คู่ความมาพร้อมกันหรือมีการสืบพยานไม่มีข้อความแสดงว่าให้ศาลต้องนัดหรือฟังคู่ความมาแถลงด้วยวาจา แต่มีข้อความแสดงว่าศาลจะนัดให้คู่ความมาแถลงด้วยวาจาหรือไม่ก็ได้ ซึ่งเป็นกรณีที่แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรเป็นเรื่องๆ ไป ฉะนั้น…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 203
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 220
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 140/2509
พ.ศ. 2509
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ฎีกาโจทก์ที่ว่า โจทก์ได้นำสืบพยานหลักฐานให้เห็นว่าจำเลยได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนจำเลยต้องมีความผิดตามมาตรา 172,174 นั้น เป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงเมื่อศาลล่างทั้ง 2 วินิจฉัยต้องกันว่า จำเลยมิได้กล่าวยืนยันข้อเท็จจริง ไม่เป็นการแจ้งความเท็จ พิพากษายกฟ้องฎีกาโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จำเลยถูกพนักงานสอบสวนสอบสวนเป็นพยานในคดีที่โจทก์กับพวกเป็นจำเลยต้องหากระทำผิดวางเพลิง จำเลยให้ก…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 326
ป.วิ.อ. มาตรา 219
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 140/2509
พ.ศ. 2509
สืบค้นที่ศาลฎีกา
ฎีกาโจทก์ที่ว่า โจทก์ได้นำสืบพยานหลักฐานให้เห็นว่าจำเลยได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานสอบสวนจำเลยต้องมีความผิดตามมาตรา 172,174 นั้น เป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงเมื่อศาลล่างทั้ง 2 วินิจฉัยต้องกันว่า จำเลยมิได้กล่าวยืนยันข้อเท็จจริง ไม่เป็นการแจ้งความเท็จ พิพากษายกฟ้องฎีกาโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จำเลยถูกพนักงานสอบสวนสอบสวนเป็นพยานในคดีที่โจทก์กับพวกเป็นจำเลยต้องหากระทำผิดวางเพลิง จำเลยให้ก…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 326
ป.วิ.อ. มาตรา 219
คดีนี้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องและพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าคดีสำหรับจำเลยที่ 1 มีมูลในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 ให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไป สำหรับจำเลยที่ 2 ถึง 6นอกจากตัวโจทก์แล้วโจทก์ไม่มีพยานสนับสนุนข้อกล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 ถึง 6 ทำผิดจึงให้ยกฟ้องจำเลย 5 คนนี้ การที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีพยานสนับสนุนจึงเป็นฎีกาเถียงข้อเท็จจริง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และ 4 คนละ6 เดือนส่วนจำเลยที่ 1 และ 3 ไม่ผิดให้ปล่อย ตัวไปศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งหมด โดย อาศัยข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น ฎีกาโจทก์ในส่วนที่ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 และ 3 ที่ว่าคำพยานโจทก์ตรงกับรูปคดีควรฟังลงโทษจำเลยได้นั้นจึงเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
คดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า เอกสารที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันปลอมขึ้นนั้นมิใช่เอกสารปลอมพิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงเป็นคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ดังนั้น โจทก์ฎีกาเถียงว่า เอกสารนั้นปลอม ศาลต้องลงโทษจำเลยซึ่งเป็นการฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
การวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานในสำนวนนั้น ศาลอุทธรณ์ จะหยิบยกตอนใดขึ้นวินิจฉัยและเชื่อได้อย่างไร นั้นเป็นอำนาจของศาล และถือว่าเป็นข้อเท็จจริง เมื่อโจทก์ฎีกาโต้เถียงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ก่อนไต่สวนมูลฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า คำเบิกความของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายในฟ้อง หากจะฟังว่าเป็นการเบิกความเท็จ ข้อความนั้นก็มิใช่ข้อความสำคัญในคดี จำเลยยังไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 เท่ากับว่าเป็นการพิพากษาว่าฟ้องโจทก์ไม่มีมูลความผิดทางอาญา จึงเป็นคำพิพากษาที่อาศัยข้อกฎหมาย ฎีกาโจทก์ในปัญหานี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
คดีซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้น แม้จะเป็นคดีอุกฉกรรจ์มีอัตราโทษสูงเกินกว่า 5 ปี ก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง ดังนั้น การที่โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นและตั้งประเด็นโต้เถียงว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 นั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในสำนวนซึ่งศาลล่างทั้งสองยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง และที่โจทก์อ้างว่าคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองฝ่าฝืนต่อรัฐประศาสโนบายและเอาเหตุในคดีแพ่งมาวินิจฉัยสนับสนุนนั้น เมื่อปรากฏว่าคำวินิจฉัยของศาลล่างมิไ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
โจทก์ฟ้องจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไปทั้งสองฐานศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าให้คืนเครื่องยนต์ของกลางพร้อมด้วยแท่นเครื่องให้แก่ผู้เสียหายนอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นการพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในส่วนอาญา แต่พิพากษากลับในส่วนเรียกทรัพย์คืน จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ 3 และ 4มิได้สมคบหรือร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 และ 2การที่โจทก์ฎีกาโต้เถียงว่า จำเลยที่ 3 และ 4 สมคบกับจำเลยที่ 1 และ 2 ทำใบมอบอำนาจขึ้นโดยเจตนาเพื่อนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีของศาล จำเลยที่3 และ 4 จึงต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่1 และ 2 ในการที่จำเลยที่ 1 และ 2 แสดงพยานหลักฐานเท็จในการพิจารณาคดีด้วย จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ปัญหาเรื่องอัยการมีอำนาจแก้ต่างแทนจำเลยหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่จะเป็นปัญหาที่มีสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยหรือไม่ ไม่อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นจะพิจารณาสั่ง และฎีกาโจทก์ที่ว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยในข้อที่ว่าจำเลยรู้อยู่ว่ามิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น ไปแจ้งว่าได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นอันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 หรือไม่นั้นก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายเช่นเดียวกัน จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
โจทก์ฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญารวมกันมาในคดีอาญาคดีมีปัญหาว่าการยื่นบัญชีระบุพยานในคดีเช่นนี้คู่ความจะต้องยื่นภายในกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88หรือไม่ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ฉะนั้นโจทก์จึงฎีกาในปัญหานี้ได้ทั้งในคดีส่วนแพ่งและคดีส่วนอาญา
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา