Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

มาตรา 219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

หมวด ๑ หลักทั่วไป

ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดที่ว่ามานี้ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ข้อห้ามนี้มิให้ใช้แก่จำเลยในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

554 คดี
ค้นหาคำพิพากษาเพิ่มเติม
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท รอการลงโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์แก้เป็นไม่รอการลงโทษ จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุก เป็นข้อเท็จจริง ฎีกาไม่ได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 แก้ไขฉบับที่ 8 พ.ศ.2517 มาตรา 6ใช้ให้ทำผิดและร่วมทำผิดด้วย เป็นความผิดกรรมเดียวฐานตัวการร่วมกระทำ อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.อ. มาตรา 91 ป.วิ.อ. มาตรา 219
ฎีกาของโจทก์แม้จะอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46,47 เป็นข้อสนับสนุนก็ตาม แต่ก็เป็นการเถียงว่า ควรเชื่อตามเอกสารและพยานบุคคลของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองเบิกความเท็จ ซึ่งเป็นการฎีกาดุลพินิจของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219 ป.วิ.อ. มาตรา 220
ฎีกาโจทก์ที่ว่าได้ร้องทุกข์ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์แล้วคดีไม่ขาดอายุความนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนปัญหาที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219
ฎีกาโจทก์ที่ว่า จำเลยได้รู้อยู่แล้วว่าโจทก์ไม่ได้เป็นลูกหนี้จำเลย ได้แกล้งฟ้องเท็จแล้วนำสืบพยานและเบิกความฝ่าฝืนความจริงเพื่อให้โจทก์รับโทษทางอาญา และข้อที่ว่าศาลไม่จำเป็นต้องฟังข้อยุติระหว่างโจทก์จำเลยในในคดีเรื่องอื่นและศาลเข้าใจข้อเท็จจริงผิดวินิจฉัยคดีคลาดเคลื่อนนั้น เป็นฎีกาเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219
คดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คพิพาท จำเลยไม่มีความผิดนั้นเป็นคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงจึงเป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนั้น โจทก์จะฎีกาว่าจำเลยมีเจตนาที่จะโกงโจทก์ร่วมซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้ อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219
ฎีกาโจทก์ที่ว่า ศาลอุทธรณ์มีความเห็นว่า การนำสืบพยานของโจทก์แตกต่างจากที่โจทก์กล่าวในฟ้องนั้น แต่โจทก์เห็นว่าไม่แตกต่างกัน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 218 ป.วิ.อ. มาตรา 219
ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่าการที่จำเลยสั่งให้ธนาคารงดจ่ายเงินและธนาคารไม่จ่ายเงินตามเช็ค หาใช่เป็นการห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คโดยเจตนาทุจริต ไม่เป็นความผิดทางอาญาที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาโจทก์ที่เถียงว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219
ฎีกาโจทก์ที่อ้างว่า จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2 ในขณะที่โจทก์ฟ้องขอบังคับชำระหนี้เอาแก่จำเลยที่ 1 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350นั้น เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าการกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาขายเพื่อโกงโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้แล้ว ฎีกาโจทก์จึงเป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219
ฎีกาโจทก์ที่ว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีนอกเหนือไปจากพยานหลักฐานในสำนวนนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยคดีนอกเหนือจากพยานหลักฐานในสำนวนจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219
แม้โจทก์จะฎีกาว่า ฟ้องโจทก์สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 อันเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง มิใช่ยกฟ้องในปัญหาข้อกฎหมาย ดังที่โจทก์ฎีกามาข้างต้น ดังนั้น ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นฎีกาเถียงข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219
ฎีกาโจทก์ที่ว่า จำเลยสมคบกันเติมและตัดทอนข้อความในหนังสือสัญญาขายฝากฉบับผู้ขายฝาก ฉบับผู้ซื้อฝาก และฉบับที่อยู่กับพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นเอกสารที่แท้จริงเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219
ฎีกาข้อกฎหมายที่ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยเป็นไปโดยมิชอบนั้น เมื่อการกระทำของจำเลยจะมีมูลเป็นความผิดหรือไม่ก็จำต้องอาศัยข้อเท็จจริงต่อไปด้วยว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ ซึ่งคดีนี้ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์จึงฎีกาว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตไม่ได้ดังนั้นปัญหาข้อกฎหมายนี้โจทก์ยกขึ้นอ้างจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 249
ฎีกาโจทก์ที่ว่า การกระทำของจำเลยเกิดความเสียหาย จำเลยมีเจตนาทุจริตและคดีของโจทก์มีมูลพอที่จะรับประทับฟ้องเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219
คดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219
คดีซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ว่า โจทก์หรือจำเลยจะเป็นผู้ซื้อรถยนต์คันพิพาทนี้ ยังไม่ได้ความชัด การที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อรถยนต์คันพิพาท จึงเป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 219 ป.วิ.อ. มาตรา 220
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ขอรับคำปรึกษา

ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้