Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

มาตรา 192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ลักษณะ ๓ คำพิพากษาและคำสั่ง

ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่ง เกินคำขอ หรือที่มิได้กล่าวในฟ้อง
ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง ให้ศาลยกฟ้องคดีนั้น เว้นแต่ข้อแตกต่างนั้นมิใช่ในข้อสาระสำคัญและทั้งจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ศาลจะลงโทษจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นก็ได้
ในกรณีที่ข้อแตกต่างนั้นเป็นเพียงรายละเอียด เช่น เกี่ยวกับเวลาหรือสถานที่กระทำความผิดหรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอก รับของโจร และทำให้เสียทรัพย์ หรือต่างกันระหว่างการกระทำผิดโดยเจตนากับประมาท มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญ ทั้งมิให้ถือว่าข้อที่พิจารณาได้ความนั้นเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ เว้นแต่จะปรากฏแก่ศาลว่าการที่ฟ้องผิดไปเป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ แต่ทั้งนี้ศาลจะลงโทษจำเลยเกินอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดที่โจทก์ฟ้องไม่ได้
ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงบางข้อดังกล่าวในฟ้อง และตามที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ห้ามมิให้ศาลลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงนั้น ๆ
ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องนั้นโจทก์สืบสม แต่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องได้
ถ้าความผิดตามที่ฟ้องนั้นรวมการกระทำหลายอย่าง แต่ละอย่างอาจเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ศาลจะลงโทษจำเลยในการกระทำผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่พิจารณาได้ความก็ได้

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

1,673 คดี
ค้นหาคำพิพากษาเพิ่มเติม
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาตาม ก.ม.อาญา ม.249 ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นเรื่องวิวาทกันกว่า 3 คนแล้วผู้ตายถูกทำร้ายถึงตาย โดยไม่ปรากฎว่าใครเป็นผู้ทำร้าย ศาลจะลงโทษจำเลยตาม ม.253 ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา ม.192. อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 253 ป.วิ.อ. มาตรา 192
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาตาม ก.ม.อาญา ม.249 ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นเรื่องวิวาทกันกว่า 3 คนแล้วผู้ตายถูกทำร้ายถึงตาย โดยไม่ปรากฎว่าใครเป็นผู้ทำร้าย ศาลจะลงโทษจำเลยตาม ม.253 ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา ม.192. อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 253 ป.วิ.อ. มาตรา 192
การที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกระทงหรือเป็นความผิดกระทงเดียวแต่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท มีหลักวินิจฉัยดังนี้คือ ถ้าการกระทำใดเป็นความผิดต้องด้วยกฎหมายหลายบทแล้วจะแยกการกระทำนั้นออกจากกันไม่ได้ ก็เป็นความผิดที่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท แต่ถ้ากฎหมายบัญญัติการกระทำเป็นความผิดไว้คนละอย่างต่างกัน เช่นลักทรัพย์กับทำร้ายร่างกาย หรือทำร้ายร่างกายกับบุกรุกดังนี้ ผู้ที่กระทำผิดทั้งสองอย่างก็ต้องเป็นความผิด 2 กระทงไม่ใช่ต้องด้วยกฎหมายหลายบทเพราะต… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 70 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71 ป.วิ.อ. มาตรา 182 ป.วิ.อ. มาตรา 185 ป.วิ.อ. มาตรา 186 ป.วิ.อ. มาตรา 192
การที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกระทงหรือเป็นความผิดกระทงเดียวแต่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท มีหลักวินิจฉัยดังนี้คือ ถ้าการกระทำใดเป็นความผิดต้องด้วยกฎหมายหลายบทแล้วจะแยกการกระทำนั้นออกจากกันไม่ได้ ก็เป็นความผิดที่ต้องด้วยกฎหมายหลายบท แต่ถ้ากฎหมายบัญญัติการกระทำเป็นความผิดไว้คนละอย่างต่างกัน เช่นลักทรัพย์กับทำร้ายร่างกาย หรือทำร้ายร่างกายกับบุกรุกดังนี้ ผู้ที่กระทำผิดทั้งสองอย่างก็ต้องเป็นความผิด 2 กระทงไม่ใช่ต้องด้วยกฎหมายหลายบทเพราะต… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 70 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 71 ป.วิ.อ. มาตรา 182 ป.วิ.อ. มาตรา 185 ป.วิ.อ. มาตรา 186 ป.วิ.อ. มาตรา 192
ได้ความว่าน้ำสุราในไหของกลางที่จับได้จากจำเลยได้หกออกจากไหไปหมดแล้ว ส่วนที่อยู่ในไหของกลางที่โจทก์นำมาฟ้องมิใช่น้ำสุราที่จับได้จากจำเลยเป็นน้ำสุราที่นำมาใส่ไว้ในไหภายหลัง โดยจะเป็นของใครไม่ปรากฏ เมื่อโจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยมีน้ำสุราที่มีอยู่ในไหโดยมิได้ประสงค์ฟ้องน้ำสุราที่หกออกจากไหไปหมดแล้ว เมื่อศาลฟังว่าน้ำสุราในไหมิใช่เป็นของจำเลยก็ต้องยกฟ้องโจทก์ เพราะจะลงโทษจำเลยฐานมีน้ำสุราที่หกออกจากไหไปหมดแล้วซึ่งอยู่นอกข่ายคำขอของโจทก์ไม่ได้ อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 มาตรา 32 พ.ร.บ.สุรา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2497 มาตรา 6 ป.วิ.อ. มาตรา 192 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 มาตรา 13
บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้ขวดสุราตีศีร์ษะนายคำไม่มีบาดเจ็บ ขวดแตกเศษขวดกระเด็นไปถูกคอนางทิงเป็นแผลถึงบาดเจ็บ. เช่นนี้ย่อมต้องแปลว่าโจทก์มิได้ประสงค์จะฟ้องไปถึงว่าจำเลยทำร้ายนางทิงด้วยแต่พรรณาพฤติการณ์เข้ามาลอย ๆ. การที่นางทิงได้รับบาดเจ็บโดยจำเลยตั้งใจประสงค์ต่อผลหรืออาจแลเห็นผลเช่นนี้หรือไม่โจทก์ไม่ได้ระบุยืนยันเพื่อเป็นขอให้ศาลวินิจฉัย จึงไม่มีประเด็นในข้อนี้. อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 192
บรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้ขวดสุราตีศีร์ษะนายคำไม่มีบาดเจ็บ ขวดแตกเศษขวดกระเด็นไปถูกคอนางทิงเป็นแผลถึงบาดเจ็บ. เช่นนี้ย่อมต้องแปลว่าโจทก์มิได้ประสงค์จะฟ้องไปถึงว่าจำเลยทำร้ายนางทิงด้วยแต่พรรณาพฤติการณ์เข้ามาลอย ๆ. การที่นางทิงได้รับบาดเจ็บโดยจำเลยตั้งใจประสงค์ต่อผลหรืออาจแลเห็นผลเช่นนี้หรือไม่โจทก์ไม่ได้ระบุยืนยันเพื่อเป็นขอให้ศาลวินิจฉัย จึงไม่มีประเด็นในข้อนี้. อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 192
การที่ฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.104 และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตราที่ฟ้อง แต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อ้าง พ.ร.บ.ที่แก้ไขมาตราที่กล่าวมานั้นต่างกันเช่นนี้หาใช่เป็นการตัดสินนอกฟ้องไม่ เพราะบทบัญญัติของการแก้ไขแต่ละคราวก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของมาตราเดิมนั่นเอง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 104 ป.วิ.อ. มาตรา 192
การที่ฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.104 และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตราที่ฟ้อง แต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อ้าง พ.ร.บ.ที่แก้ไขมาตราที่กล่าวมานั้นต่างกันเช่นนี้หาใช่เป็นการตัดสินนอกฟ้องไม่ เพราะบทบัญญัติของการแก้ไขแต่ละคราวก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของมาตราเดิมนั่นเอง อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 104 ป.วิ.อ. มาตรา 192
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัสโดยจำเลยใช้มือชกถูกแก้มและเตะถูกขากรรไกรซ้ายหัก ดังนี้แม้จะได้ความตามทางพิจารณาว่าจำเลยเตะผู้เสียหายขากรรไกรขวาหักต่างกับฟ้องจริงก็ดี ข้อเท็จจริงนี้ก็เป็นแต่เพียงรายละเอียดของฟ้องไม่ใช่ข้อสำคัญแห่งฟ้อง ไม่ถึงกับต้องยกฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 192
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัสโดยจำเลยใช้มือชกถูกแก้มและเตะถูกขากรรไกรซ้ายหัก ดังนี้แม้จะได้ความตามทางพิจารณาว่าจำเลยเตะผู้เสียหายขากรรไกรขวาหักต่างกับฟ้องจริงก็ดี ข้อเท็จจริงนี้ก็เป็นแต่เพียงรายละเอียดของฟ้องไม่ใช่ข้อสำคัญแห่งฟ้อง ไม่ถึงกับต้องยกฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 192
โจทก์ฟ้องจำเลยว่ากระทำอนาจารและลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารข้อหาฐานลักทรัพย์ให้ยกโจทก์แต่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ดังนี้ข้อหาฐานอนาจารจึงถึงที่สุดแล้ว แม้ศาลอุทธรณ์จะฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกกะทงหนึ่งก็ตาม ศาลอุทธรณ์จะพิพากษารวมกะทงลงโทษจำเลยโดยเอาโทษฐานอนาจารซึ่งถึงที่สุดแล้วมารวมเข้าด้วย(โดยพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ตาม ก.ม.อาญา ม.288 กะทงหนึ่ง และ ม. 246 อีกกะทงหนึ่ง แต่รวมกะทงลงโทษจำเลยให้จำคุกจำเลย 1 ปี ฯลฯ) ดังนี้หาเป็… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.วิ.อ. มาตรา 212
โจทก์ฟ้องจำเลยว่ากระทำอนาจารและลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารข้อหาฐานลักทรัพย์ให้ยกโจทก์แต่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ดังนี้ข้อหาฐานอนาจารจึงถึงที่สุดแล้ว แม้ศาลอุทธรณ์จะฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกกะทงหนึ่งก็ตาม ศาลอุทธรณ์จะพิพากษารวมกะทงลงโทษจำเลยโดยเอาโทษฐานอนาจารซึ่งถึงที่สุดแล้วมารวมเข้าด้วย(โดยพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ตาม ก.ม.อาญา ม.288 กะทงหนึ่ง และ ม. 246 อีกกะทงหนึ่ง แต่รวมกะทงลงโทษจำเลยให้จำคุกจำเลย 1 ปี ฯลฯ) ดังนี้หาเป็… อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.วิ.อ. มาตรา 212
ในฟ้องพิมพ์ชื่อผู้เสียหายว่าโกกะ แสงประดิษฐ์ ครั้นศาลสอบผู้เสียหายแถลงว่าชื่อโก๊ะ แสงประดิษฐ์ ดังนี้เมื่อไม่ผิดตัวผู้เสียหายเป็นแต่กล่าวชื่อผิดเพี้ยนไปเป็นข้อเล็กน้อยปลีกย่อย หาใช่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับที่กล่าวในฟ้องอันจะเป็นเหตุให้ยกฟ้องได้ไม่ อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 192
ในฟ้องพิมพ์ชื่อผู้เสียหายว่าโกกะ แสงประดิษฐ์ ครั้นศาลสอบผู้เสียหายแถลงว่าชื่อโก๊ะ แสงประดิษฐ์ ดังนี้เมื่อไม่ผิดตัวผู้เสียหายเป็นแต่กล่าวชื่อผิดเพี้ยนไปเป็นข้อเล็กน้อยปลีกย่อย หาใช่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับที่กล่าวในฟ้องอันจะเป็นเหตุให้ยกฟ้องได้ไม่ อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม: ป.วิ.อ. มาตรา 192
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ขอรับคำปรึกษา

ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้