มาตรา 15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ลักษณะ ๑ หลักทั่วไป
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
1,055 คดี
คดีอาญาที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แม้จำเลยจะยื่นฎีกาไว้ แต่ในที่สุดศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกา ต้องถือว่าคดีถึงที่สุดเมื่อระยะเวลายื่นฎีกาได้สิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสองผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์หลังจากคดีถึงที่สุดไปแล้ว ย่อมไม่เป็นผลให้คดีระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังใช้บังคับอยู่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษปรับจำเลย จำเล…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 28
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 39
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.พ. มาตรา 147
คดีอาญาที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แม้จำเลยจะยื่นฎีกาไว้ แต่ในที่สุดศาลฎีกามีคำสั่งไม่รับฎีกา ต้องถือว่าคดีถึงที่สุดเมื่อระยะเวลายื่นฎีกาได้สิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสองผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์หลังจากคดีถึงที่สุดไปแล้ว ย่อมไม่เป็นผลให้คดีระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังใช้บังคับอยู่เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษปรับจำเลย จำเล…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.อ. มาตรา 28
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 39
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.พ. มาตรา 147
เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นสำนวนเดียวกัน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นสำนวนใหม่ ต่อมาคู่ความฎีกาทั้งสองสำนวน เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าคดีทั้งสองสำนวนนี้เกี่ยวพันกัน ย่อมให้รวมการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนเข้าด้วยกันได้เพื่อสะดวกแก่การพิจารณา จำเลยที่ 1 รับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยพยาบาล จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างรายวันทำงานอยู่ที่แผนกเภสัชกรรมของโรงพยาบาลเดียวกันจำเลยที่ 1 มีหน้าที่คิดราคายา และเขียนราคายาลงในใบสั…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 24
ป.วิ.อ. มาตรา 176
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.พ. มาตรา 28
ป.อ. มาตรา 147
ป.อ. มาตรา 352
แม้ฎีกาโจทก์ร่วมจะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่เมื่อ ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติแล้วว่า จำเลยมิใช่เป็นผู้กระทำผิด การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามที่โจทก์ฎีกาจึงไม่มีประโยชน์แก่คดี
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม การที่โจทก์ฎีกาโต้เถียงในเหตุอื่นซึ่งไม่ เกี่ยวกับ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ฎีกาโจทก์จึงเป็นฎีกาที่ ไร้สาระ ต้องห้ามมิให้ฎีกา
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 249
เมื่อฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยที่ว่า อาการกิริยาทำร้ายของจำเลยที่ได้ความตามทางพิจารณาแตกต่างกับ คำบรรยายฟ้องนั้นเป็นข้อกฎหมายที่ไร้สาระฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกา
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ฎีกาปัญหาที่ว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่าจำเลยไม่ได้ทำความผิดเสียแล้ว ข้อกฎหมายของโจทก์จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ฎีกาที่ว่า โจทก์กับพวกได้ร่วมกันครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทร่วมกันนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายซึ่งโจทก์มิได้บรรยายกล่าวอ้างมาในฟ้องนั้นเป็นเรื่องนอกประเด็นและไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ฎีกาโจทก์ที่ว่า โจทก์มีสิทธิระบุพยานเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องอ้างเหตุผลและความจำเป็น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าการสืบพยานโจทก์ต่อไปตามที่โจทก์ขออ้างพยานเพิ่มเติมก็ไม่ทำให้พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 249
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491/2515
พ.ศ. 2515
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การขยายระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 นั้น ศาลจะสั่งขยายได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้นยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน โดยอ้างเหตุว่ายังคัดคำพยานและเอกสารไม่หมด เพิ่งคัดไปได้เพียงครึ่งหนึ่ง เนื่องจากคำให้การและเอกสารมากมาย เมื่อปรากฏว่าคดีมิได้มีถ้อยคำสำนวนมากมายใหญ่โตเป็นพิเศษจนถึงกับจะเป็นเหตุให้ตรวจและทำคำฟ้องอุทธรณ์ไม่ทันในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งการคัดไม่เสร็จเกิดจากเหตุที่เพิกเฉยไม่รีบจัดการเสี…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 198
ป.วิ.พ. มาตรา 23
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491/2515
พ.ศ. 2515
สืบค้นที่ศาลฎีกา
การขยายระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 นั้น ศาลจะสั่งขยายได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้นยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน โดยอ้างเหตุว่ายังคัดคำพยานและเอกสารไม่หมด เพิ่งคัดไปได้เพียงครึ่งหนึ่ง เนื่องจากคำให้การและเอกสารมากมาย เมื่อปรากฏว่าคดีมิได้มีถ้อยคำสำนวนมากมายใหญ่โตเป็นพิเศษจนถึงกับจะเป็นเหตุให้ตรวจและทำคำฟ้องอุทธรณ์ไม่ทันในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งการคัดไม่เสร็จเกิดจากเหตุที่เพิกเฉยไม่รีบจัดการเสี…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 198
ป.วิ.พ. มาตรา 23
ฟ้องหาว่าจำเลยขับรถยนต์ประมาทชนรถยนต์ของผู้อื่นเป็นเหตุให้มีคนบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส ข้อสารสำคัญของคดีอยู่ที่ว่า รถของจำเลยชนกับรถของผู้อื่นจริงหรือไม่และฝ่ายใดเป็นฝ่ายประมาท แม้ในคำฟ้องจะกล่าวถึงหมายเลขทะเบียนรถยนต์คันที่ถูกชนไว้เป็นอย่างหนึ่ง แต่โจทก์นำสืบในทางพิจารณากลับได้ความเป็นหมายเลขทะเบียนอีกอย่างหนึ่งข้อแตกต่างซึ่งมีเฉพาะหมายเลขทะเบียนรถคันที่ถูกชนเท่านั้นจึงไม่ใช่ข้อสารสำคัญ เมื่ออุทธรณ์ของจำเลยข้ออื่น ๆ จำเลยยอมรับว่ารถของจำเลยชนกับรถ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.อ. มาตรา 300
ป.อ. มาตรา 390
ฟ้องหาว่าจำเลยขับรถยนต์ประมาทชนรถยนต์ของผู้อื่นเป็นเหตุให้มีคนบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส ข้อสารสำคัญของคดีอยู่ที่ว่า รถของจำเลยชนกับรถของผู้อื่นจริงหรือไม่และฝ่ายใดเป็นฝ่ายประมาท แม้ในคำฟ้องจะกล่าวถึงหมายเลขทะเบียนรถยนต์คันที่ถูกชนไว้เป็นอย่างหนึ่ง แต่ โจทก์นำสืบในทางพิจารณากลับได้ความเป็นหมายเลขทะเบียนอีกอย่างหนึ่ง ข้อแตกต่างซึ่งมีเฉพาะหมายเลขทะเบียนรถคันที่ถูกชนเท่านั้นจึงไม่ใช่ข้อสารสำคัญ เมื่ออุทธรณ์ของจำเลยข้ออื่น ๆ จำเลยยอมรับว่ารถของจำเลยชนกับ…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.อ. มาตรา 300
ป.อ. มาตรา 390
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการบังคับขู่เข็ญหรือใช้อำนาจผิดคลองธรรม อันเป็นองค์ประกอบของความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริง การที่จำเลยฎีกาคัดค้านว่า การกระทำของจำเลยไม่เข้าลักษณะขู่เข็ญจึงเป็นการโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยคลาดเคลื่อนคนละประเด็นกับคำฟ้องของโจทก์นั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาคลาดเคลื่อนแต่อย่างใดฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงไม่…
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 225
ยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นฎีกา โดยไม่ใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัย ศาลรับฎีกาไว้ไม่ได้
อ่านฉบับเต็ม
มาตราที่วินิจฉัยร่วม:
ป.วิ.อ. มาตรา 216
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 23
มาตรานี้เกี่ยวกับเรื่องของคุณหรือไม่?
ขอรับคำปรึกษา
ทนายความช่วยดูข้อเท็จจริงและบอกทางเลือกที่เหมาะกับคุณ
ตัวบทเพื่อการค้นคว้า ฉบับที่ใช้อ้างอิงทางกฎหมายคือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา