ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยได้ทำผิดจริง ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์ให้รอการลงโทษไว้ ถือว่าเป็นการแก้มาก โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 218 จำเลยที่ 5 ได้สมคบกับจำเล …
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
การฟ้องว่าจำเลยหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ โดยโจทก์บรรยายฟ้องกล่าวถ้อยคำที่ไม่เป็นคำใส่ความอยู่ในตัว โจทก์จะต้องบรรยายถึงพฤติการณ์ประกอบมาเพื่อให้เห็นว่าเป็นคำใส่ความอย่างไร และความจริงเป็นอย่างใด เมื่อฟ้องไม่บรรยายเช่นนี้ ศาลมีอำนาจย …
บุคคลที่นายอำเภอท้องที่แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชลประทานตามพ.ร.บ. การชลประทานราษฎร์ ย่อมเป็นเจ้าพนักงานตามกฏหมาย จำเลยเป็นผู้แทนราษฎร กฏหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2492 ม. 80 ห้ามมิให้รับตำแหน่งหรือหน้าที่จากรัฐโดยมีประโยชน …
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยฝ่าฝืนไม่ไปรับการตรวจคัดเลือกเพื่อเข้ารับราชการทหารในวันที่ 8 เมษายน 2498 แม้จะไม่ได้กล่าวว่าเวลากระทำผิดเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนก็ตาม เมื่อเป็นที่เข้าใจทั่วไปแล้วว่าการตรวจคัดเลือก ตามปกติเป็นเวลากลางวัน …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำการพลั้งพลาดไปโดนคนอื่นตายหรือบาดเจ็บ ก็ต้องระบุว่าทำโดยเจตนา ถ้าไม่มีว่าจำเลยทำโดยเจตนา ไม่มีว่าจำเลยทำโดยสมคบกัน และไม่มีบรรยายฟ้องว่า ใครทำให้ใครตายหรือบาดเจ็บ ดั่งนี้ ถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม ให้ยกฟ้อง
บุคคลที่จะฟ้องความแทนนิติบุคคลผู้เสียหายได้ คือผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลนั้นๆไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจผู้แทนของนิติบุคคลมอบอำนาจให้ผู้อื่นเป็นตัวแทนฟ้องความในคดีอาญาได้และจะนำเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 มาอนุโลมใช้ไ …
เพียงแต่พยานโจทก์ผู้เสียเงินให้จำเลยประมาณวันเวลาที่จำเลยไปตรวจที่จับจองและเรียกร้องเอาเงิน และจำเลยก็ รับว่าได้ไปตรวจที่ดินจริง ทั้งมีสมุดลงเวลาทำงานเป็นหลักฐานต้องตามวันที่โจทก์ฟ้อง ดังนี้ยังฟังไม่ได้ว่าข้อเท็จจริง เกี่ยวกับวันเ …
การขอเพิ่มเติมฟ้องอ้างเหตุความพลั้งเผลอ ถือว่ามีเหตุสมควรตาม วิ.อาญา มาตรา 163 วรรคแรก การขอเพิ่มเติมวัน เวลาทำผิดในฟ้องเดิม เป็นการขอเพิ่มเติมรายละเอียดตามวิ.อาญา ม.158(5) ซึ่งตาม วิ.อาญา ม.164 การขอเพิ่มเติมรายละเอียดที่มิได้กล่ …
ถ้าปรากฏความผิดหลายฐานได้กระทำลงโดยผู้กระทำผิดคนเดียวก็ย่อมฟ้องคดีทุกเรื่องต่อศาลซึ่งมีอำนาจชำระในฐานความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 24(1)นั้นกฎหมายถือเอาบุคคลผู้กระทำผิดเป็นสำคัญ …
พฤติการณ์ที่ไม่ถือว่าเป็นการฟ้องซ้ำในคดีอาญา.
คดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้นแม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะอาศัยข้อเท็จจริงต่างกันก็ตาม ก็ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
คดีมีปัญหาโต้เถียงกันในข้อเท็จจริงว่า จำเลยอาศัยที่ดินโจทก์ปลูกเรือนอยู่จริงหรือไม่เท่านั้น ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยนอกเหนือจากคำพยานหลักฐานในท้องสำนวนแต่อย่างใดดังนั้น ฎีกาจำเลยที่ว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานนอกเหนือจากคำพยานในท้องส …
ฎีกาจำเลยที่อ้างว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่มีพยานหลักฐานในสำนวนสนับสนุน แต่เมื่อตามฟ้องฎีกาของจำเลยนั้น จำเลยรับอยู่แล้วว่ามีคำเบิกความของผู้เสียหายกล่าวสนับสนุนอยู่ด้วย ดังนั้นฎีกาจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนข้อที่อ้า …
เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้บังคับให้จำเลยไปโอนสิทธิการเช่า ดังนั้นฎีกาของจำเลยในปัญหาการโอนสิทธิ การเช่าที่ดินจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลชั้นต้นให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านพิพาทส่ว …
ฟ้องแย้งที่มีทุนทรัพย์พิพาทห้าพันบาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นนั้น ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
คดีที่จำเลยได้สละข้อต่อสู้เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในตึกพิพาทราคา 20,000 บาท แล้วนั้น ในการพิจารณาว่าทุนทรัพย์ในคดีจะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ จะนำราคาตึกพิพาทซึ่งจำเลยได้สละเสียแล้วนั้นมารวมคำนวณเข้าเป็นราคาทุนทรัพย์ด้วยไม่ …
คดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
ฎีกาว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา …
เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลยได้โดยชอบแล้วทนายจำเลยก็ฎีกาแทนจำเลยได้ตามอำนาจในใบแต่งทนาย
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาและขอทุเลาการบังคับคดีดังนี้ ไม่มีอะไรที่จะต้องทุเลาการบังคับ โจทก์จะขอทุเลาการบังคับคดีไม่ได้