ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 294 วรรคท้ายแห่งกฎหมายลักษณะอาญาให้จำคุกจำเลย 2 ปี 3 เดือน แล้วให้ส่งตัวไปกักกันอีก 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามมาตรา 295 มีกำหนด 4 ปีนั้นเป็นการแก้บทและแก้โทษด้วยเป็น แ …
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ฎีกาจำเลยที่ว่าความผิดครั้งแรกฐานรับของโจรไม่เข้าในลักษณะเหตุร้ายตามพระราชบัญญัติกักกัน ส่วนความผิดครั้งหลังฐานลักทรัพย์เข้าในลักษณะเหตุร้ายเพียงครั้งเดียวรวมความผิดครั้งนี้ด้วยก็เป็นครั้งที่สอง แม้จะถือว่าจำเลยจะเคยต้องคำพิพากษา …
การที่จำเลยไม่มีโอกาสคัดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้นเป็นพฤติการณ์พิเศษ และฎีกาจำเลยก็มีข้อความทำนองขอขยายเวลาที่จะยื่นฎีกามาด้วยแล้วซึ่งศาลชั้นต้นมิได้สั่งความข้อนี้ไว้ ดังนั้นอาศัยความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 และประ …
เมื่อฎีกาโจทก์ในปัญหาที่ว่าบาดแผลของผู้ตายเป็นบาดแผลสาหัสหรือไม่นั้น โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ ดังนั้นโจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อนี้ไม่ได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 2 ปีแต่ให้รอการลงโทษไว้คนละ 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ ดังนี้เป็นการแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา …
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลย 3 คน จำเลยที่ 2 ไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยอีก 2 คนฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ต่อศาลฎีกาซึ่งยังไม่มีคดีมาสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้รอการลงโทษจำเลยไว้ 3 ปีนั้นเป็นการพิพากษาแก้ไขมาก
ฎีกาจำเลยที่ว่า เจ้าพนักงานสอบสวนกลางไม่มีอำนาจสอบสวนคดีของจำเลยนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คดีอาญาซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษ จำคุกจำเลย 3 ปีและเพิ่มโทษฐานกักกันอีก 3 ปี เป็นคดีซึ่งศาลลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาส่งสำเนา ให้จำเลยไม่ได้ โจทก์ขอให้ออกหมายจับศาลต้องไต่สวนถ้ามีเหตุอันสมควรก็ออกหมายจับได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66
เมื่อปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ว่า ศาลปรับบทลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์โดยโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานมาสืบว่ารู้เห็นในขณะจำเลยกระทำผิดนั้น เป็นปัญหาซึ่งจำเลยมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ดังนั้น จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อนี้ไม่ได้
ผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์มีคำสั่งคำร้องของจำเลยผู้ฎีกาว่า'ข้าพเจ้าได้พิจารณาพิพากษาคดีนี้ในชั้นอุทธรณ์ รับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้'จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงในคดีที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา …
คดีที่ศาลคดีเด็กฯรับไว้พิจารณาแล้วจะขอโอนไปศาลธรรมดาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 26 ไม่ได้
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปีและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคำเบิกความของม.ฟังไม่ได้ ไม่รับฟังคำพยานปากนี้นั้น เป็นการวินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริง ฎีกาโจทก์ซึ่งขอให้ศาลเชื่อคำพยานปากนี้โดยอ้างว่าคำเบิกความของม.รับฟังได้ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่มีเจตนาทุจริตยักยอกทรัพย์นั้นต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
ฎีกาจำเลยในปัญหาที่ว่า จำเลยเป็นทหารประจำการหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คำร้องขอแถลงการณ์ด้วยวาจาต้องขอติดมากับฟ้องฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 205 และ 225
ฎีกาจำเลยที่ว่าเป็นการป้องกันนั้นเมื่อศาลล่างทั้งสองฟังต้องกันว่าไม่เป็นป้องกันแล้ว ฎีกาจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนปัญหาว่าบาดเจ็บสาหัสหรือไม่นั้น เมื่อจำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลล่าง และศาลล่างทั้งสอง ก็ฟังข้อเท็จจริงต …
ข้อที่ว่า ศาลอาจถือว่าผู้นั้นเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479มาตรา 8 นั้น เป็นการใช้ดุลพินิจของศาล จึงเป็นเรื่องข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยซึ่งโต้แย้งในปัญหานี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง