ความผิดฐานบุกรุกกับวิ่งราวทรัพย์มีลักษณะแตกต่างกัน และเป็นความผิดคนละอย่างแยกออกจากกันได้ โจทก์บรรยายฟ้องแยกเป็นสองตอนว่า ตอนแรกจำเลยกับพวกบุกรุกเข้าไปในตึกแถวของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควร แล้วตอนหลังได้วิ่ง …
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ในการที่จะปรับว่าคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ ต้องพิจารณากระทงความผิดเป็นกระทงกระทงไปศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปรับจำเลยที่ 1 กระทงแรก 4,000 บาท และให้จำคุกจำเลยที่ 1 อีก 2 กระทง กระทงละ 1 ปี และศาลอุทธรณ์ก็ยังคงลงโทษจำเลยที …
แม้จำเลยจะขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง ขับชิดขวา ไม่เปิดโคมไฟใหญ่ และไม่ให้สัญญาณ ถ้าโจทก์ไม่ขับรถยนต์ล้ำเส้นกึ่งกลางถนนเข้ามาชนรถยนต์ที่จำเลยขับในเส้นทางเดินรถของจำเลย ก็ไม่เป็นเหตุให้ชนกันได้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยมีส่วนประมาทเลินเล่อ …
ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 และตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 ซึ่งมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้ผู้เสียหายขอถอนคำร้องทุกข์ ก็ไม่ตัดสิทธิพนักงานอัยการที่จะฟ้องคดีนั้น ตามประมวลกฎหมายวิ …
โจทก์ผู้อุทธรณ์มิได้ลงชื่อในคำฟ้องอุทธรณ์ คำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่การที่จะให้โจทก์แก้ฟ้องอุทธรณ์หรือสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ ก็ล่วงเลยเวลาที่จะปฏิบัติแล้ว เพราะศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ได้พิ …
จำเลยสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ให้แก่บริษัท ก. ซึ่งมีโจทก์เป็นผู้จัดการ บริษัทก.จึงเป็นผู้ทรงเช็ค โจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค เมื่อธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะ มีอำนาจฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบกโดยบรรยายฟ้องว่า ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บถึงทุพพลภาพและป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน หรือประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน แม้โจทก์จะ …
จำเลยสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ให้แก่บริษัท ก.ซึ่งมีโจทก์เป็นผู้จัดการ บริษัท ก.จึงเป็นผู้ทรงเช็ค โจทก์ในฐานะส่วนตัวไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค. เมื่อธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินโจทก์จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้อง
ในคดีที่จำเลยที่ 1 ฟ้องจำเลยที่ 2 ขอให้ชำระหนี้ตามเช็ค โดยแนบภาพถ่ายเช็คมาท้ายฟ้อง และศาลได้พิพากษาตามยอมนั้น โจทก์มิได้เป็นคู่ความร่วมกับจำเลยที่ 2 ทั้งจำเลยที่ 1 มิได้นำหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมไปบังคับคดียึดทรัพย์สินของโจทก์ อันจะ …
คดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย และในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อ …
การกระทำผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารและพระราชบัญญัติควบคุมอาคารนั้นเทศบาลหรือทางราชการเป็นผู้เสียหาย เป็นเรื่องของเทศบาลหรือทางราชการที่จะเข้าควบคุมฟ้องร้องเอาเอง โจทก์ร่วมซึ่งเป็นราษฎรหรือเอกชนไม่ใช้ผู้เสียหาย จึงไม่ …
การที่ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนทรัพย์คือมันสำปะหลังให้โจทก์ร่วมหมายถึงมันสำปะหลังที่จำเลยลักเอาไปจากโจทก์ร่วมเท่านั้น แม้โดยสภาพมันสำปะหลังจะเป็นสังกมทรัพย์จำเลยก็ไม่มีสิทธิขอให้ศาลบังคับโจทก์ร่วมไปขุดมันสำปะหลังจากไร่ของจำเลย เมื่อจำ …
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279, 285 ลงโทษจำเลยตามมาตรา 285 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยสำนวนละ 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 ประกอบด้วยมาตรา 279 จำคุกจำเ …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเล่นการพนันสลากกินรวบโดยเป็นเจ้ามือรับกินรับจ่าย จำเลยฎีกาว่าตามพยานหลักฐานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่ามีผู้ร่วมเล่นการพนันกับจำเลยและไม่ปรากฏว่ามีเงินหรือทรัพย์สินในการเล่นการพนัน การกระทำของ …
การพิจารณาสิทธิฎีกาของคู่ความในปัญหาข้อเท็จจริงต้องพิจารณาเป็นรายกระทงไป เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกกระทงละไม่เกิน 5 ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้นำวัตถุพยานมาแสดงจึงขาดพยานสนับสนุน. เท่ากับศาลฟังความผิดไปจากสำนวน แต่คำฟ้องฎีกาจำเลยรับว่าโจทก์มีคำพยานบุคคล จึงหาใช่เป็นการฟังความผิดไปจากสำนวนแต่อย่างใดไม่ กรณีจึงเป็นเรื่องฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟั …
ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288,80,157 คงลงโทษจำเลยตามมาตรา 392 ศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องทุกข้อหา จึงเป็นการพิพากษายืนให้ยกฟ้องในความผิดตามมาตรา 288,80,157 แล้ว โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามมาตรา 288,80,157 ในปัญหาข้ …
ในคดีอาญาที่โจทก์เคยถูกฟ้องกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ของจำเลยที่ 1 นั้น คำเบิกความอันเป็นเท็จที่จะเป็นข้อสำคัญในคดีดังกล่าวจะต้องเป็นคำเบิกความยืนยันว่า ได้รู้ได้เห็นว่าโจทก์ได้ฉกฉวยเอาทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ไปซึ่งหน้า ฉะนั้น …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยออกเช็คทั้งสี่ฉบับให้โจทก์ไว้เป็นประกันการเล่นแชร์ มิได้มีเจตนาเพื่อให้ใช้เงินทันที และการที่จำเลยสั่งปิดบัญชีของจำเลย ก็มิใช่เป็นการปิดบัญชีเพื่อมิให้มีการใช้เงินตามเช็คโดยทุจริต เพราะ …
พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยกับพวกว่าบุกรุกและทำลายทรัพย์สินของโจทก์ร่วมเป็นราคารวมทั้งสิ้น 1,500 บาทโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอโอนคดีอ้างเหตุว่า โจทก์ร่วมถูกอิทธิพลจากบุคคลหลายฝ่ายในท้องที่ เช่นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านกำนัน เจ้าหน้าที่ตำร …