ฎีกาที่ว่า คดีที่จำเลยให้การรับสารภาพฐานปล้นทรัพย์และพกพาอาวุธปืน โจทก์สืบพยานประกอบคำรับสารภาพฐานปล้นทรัพย์ ศาลจะไม่ลงโทษจำเลยฐานพกพาอาวุธปืนตามที่ได้ความจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบได้หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ผู้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับระหว่างฎีกา คำร้องดังกล่าวพอแปลได้ว่า เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวระหว่างพิจารณาจึงให้งดขายหรือจำหน่ายที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกาได้
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสี่สำนวนโดยฟังว่า จำเลยไม่มีเจตนาจะให้โจทก์นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร เป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปีจำเลยฎีกาขอให้ลดโทษและรอการลงโทษ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษจากจำคุก 3 เดือน เป็นจำคุก 1 ปี 4 เดือนนั้นก็ยังคงลงโทษในบทมาตราเดียวกัน ซึ่งลงแก่จำเลยไม่เกินห้าปี เป็นการแก้ไขเพียงเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ฎีกาว่าการที่จำเลยยอมให้โจทก์ลงวันที่ในเช็ค เมื่อโจทก์ลงวันที่ในเช็คแล้วขึ้นเงินไม่ได้ จำเลยย่อมมีความผิด เป็นฎีกาในข้อกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ปรับจำเลย 1,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218
คดีอาญาที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและจำเลยยังไม่ยื่นฎีกา จึงยังไม่มีเหตุสมควรที่จะให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา
ในคดีอาญาการที่จำเลยฎีกาคัดค้านว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างและเป็นคนละส่วนแยกต่างหากจากข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ศาลฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยเป็นการไม่ชอบนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้าม …
ในคดีอาญาที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิใช่ตัวการกระทำความผิดนั้น ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาที่ว่า โจทก์มิได้ฟ้องภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด …
คดีอาญา การที่จำเลยฎีกาในปัญหาที่ว่า จำเลยไม่มีเจตนาทุจริตจึงไม่มีความผิด และฎีกาในปัญหาเรื่องใครเสียหายหรือไม่ หรือเป็นผู้เสียหายหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎ …
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงการที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิ์ห้ามธนาคารไม่ให้จ่ายเงินตามเช็คหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิ …
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198ทวิ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกรวมทุกกระทงและลดเหลือ6 ปี 8 เดือน ซึ่งการที่จะปรับว่าคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นกระทงๆไปในเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นลงโทษจำคุกกระทงละไม่เกิน5 ปี เป็นการแก้เฉพาะโทษมิ …
การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยได้ออกเช็คเพื่อแลกเงินสดจากโจทก์และน่าเชื่อว่าโจทก์ได้เช็คมาโดยไม่มีมูลหนี้จำเลยจึงไม่มีความผิดพิพากษายกฟ้อง เป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยนำเช็ …
ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีนั้นเป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่ศาลจะรอการลงโทษให้แก่จำเลยหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของศาลและเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกา
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุก จำเลยฎีกาว่ามีความประพฤติดี สมควรรอการลงโทษ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ฎีกาว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 และฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าเงินสดของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือได้มาโดยการกระทำความผิดตามกฎหมาย ศาลจะริบไม่ได้นั้น เ …
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำคุกไม่เกินห้าปี จำเลยฎีกาว่า ควรฟังข้อเท็จจริงที่จำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าไม้ที่ขนนั้นเป็นไม้ที่ได้จับกุมมาอันเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริง และพยานโจทก์ยังไม่พอฟังว่าได้มีการปิดประกาศของร …
ฎีกาว่า จำเลยกับพวกร่วมกันมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มา …