ไม้ถ่อซึ่งจำเลยใช้ตีเป็นเพื่อลักเอกไปนั้น ไม่ใช่สาตราวุธตาม ม.6 ข้อ 15 สมควรลดโทษตาม ม.59 หรือไม่นั้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล ไม่ใช่ปัญหากฎหมาย.
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ฟ้องโจทก์กล่าวว่าเมื่อวันที่ 30 กันย์เวลากลางคืนจำเลยสมคบกันลักเรือหรือระหว่างวันที่ 30 กันย์ถึงวันที่ 60 ตุลาคม จำเลยกับพวกรับเรือไว้โดยรู้ว่าเป็นของได้มาโดยการกระทำผิด ดังนี้เมื่อปรากฏว่าจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริงตาม …
ในคดีที่อัยยการเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร จำเลยต่อสู้ว่าของกลางเป็นของจำเลยเมื่อศาลไม่ฟังว่าจำเลยมีความผิด แต่ฟังว่าของกลางเป็นของเจ้าทรัพย์ก็สั่งคืนของกลางให้เจ้าทรัพย์ได้ อ้างฎีกาที่ 647/2478, ที่ 1102 …
กรณีที่ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
พฤตติการณ์ที่ศาลยังไม่พอใจที่จะฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดในกรณีที่โจทก์หา จำเลยให้การรับ และโจทก์ได้สืบพะยานประกอบ.
รถโดยสารคว่ำทำให้กระเป๋าเงินของผู้โดยสารคนหนึ่งกระเด็นไป ผู้โดยสารอีกคนหนึ่งหยิบเอาเสียในทันใดโดย เจ้าของไม่รู้ แต่เจ้าของได้รู้ว่ากระเป๋าหายและได้กำลังหาอยู่ดังนี้ ผู้เอาไปมีความผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอกเก็บของตก ฟ้องขอให้ลงโท …
โรงเรียนประชาบาลไม่ใช่โรงเรียนของรัฐบาล แม้กระทรวงธรรมการจะออกเงินอุทหนุนก็ไม่ถือว่าได้กลับสภาพเป็นโรงเรียนรัฐบาล ทรัพย์ที่ใช้สำหรับโรงเรียนประชาบาลไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้สำหรับราชการตามกฎหมายอาญา ม.294 ข้อ 4 แม้โจทก์จะบรรยายมาในฟ้องว่ …
บรรยายฟ้องว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ไป แล้วไปจับทรัพย์ที่หายได้จากจำเลยทั้งนี้โดยจำเลยลักไปหรือรับทรัพย์ไว้จากคนร้ายโดยรู้ว่าเป็นของที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญามาตรา 293,321 เป็นฟ้องที่ถูกต้องตามวิธีพิจารณาความอาญ …
โจทก์ฟ้องว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ไป แล้วจับได้จากจำเลยโดยจำเลยลักหรือรับไว้โดยรู้สึกว่าเป็นของร้าย ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 93,321 จำเลยรับสารภาพ โจทก์จำเลยไม่สืบพะยาน ศาลต้องตัดสินยกฟ้อง
คำรับของจำเลยชั้นสอบสวนโดยหวังเพื่อตนจะได้ถูกกันเอาไว้เป็นพะยานโจทก์นั้นมาขึ้นใช้ยันจำเลยไม่ได้ตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.135
ในคดีซึ่งมิใช่ความผิดต่อ+วนตัว เมื่อโจทก์ซึ่งเป็น+เสียหายขอถอนฎีกา+ศาลฎีกาอนุญาตให้ถอน+กาไปได้ โดยไม่ได้แจ้งให้อัยยการทราบ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักโคไป ต่อมาจำเลยรับไถ่ถอนโครายนี้ไว้ จำเลยจึงได้ลักหรือรับของของโจรโครายนี้ ต้องถือว่าฟ้องโจทก์บรรยายความผิดฉะเพาะฐานลักทรัพย์เท่านั้น ฐานรับของโจร+จะนับว่าเป็นข้อหาด้วยหาได้ไม่ฎีกาอุทธรณ์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปล้นทรัพย์ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดเพียงฐานลักทรัพย์ลงโทษจำเลยได้
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.246,++6 และ 298 จำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.276 แต่บทเดียวจำคุก+เดือนและให้รอการลงอาญาไว้ดังนี้เป็นแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้ คดีอาญาศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ม.246,+76 จำคุก 6 เดือนและรอก …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์แล้วนำเอาทรัพย์ไปขายให้แก่ผู้มีชื่อ โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมายดังนี้จะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรมิได้
โจทก์ฟ้องบรรยายความว่าทรัพย์หายไปโดยถูกผู้ร้ายลัก ต่อมาจับของกลางได้ที่จำเลยโดยจำเลยลักมาหรือรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้ายหรือเก็บได้แต่ยักยอกเอาไว้เสียอ้าง ม.288 , 318 , 321 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยยักยอกเก็บของตกดังนี้ ศาลตัดสินยก …
จำเลยเอาลูกกุญแจของเจ้าทรัพย์ไขหีบบรรจุทรัพย์แล้วลักเอาทรัพย์ไปเมื่อโจทก์ไม่ระบุว่าจำเลยได้ลูกกุญแจนั้นมาอย่างไร จะลงโทษจำเลยตาม ม.293(4) มิได้ คดีอาญาที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกจำเลย 2 เดือนและรอการลงอาญาไว้โจทก์ฎีก …
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์จำคุก 1 ปีดังนี้เปนแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ม.296 จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษจำเลยตาม ม.294 จำคุก 1 ปี เปนแก้น้อยฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้ อ้างฎีกาที่ 59-2481
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อ 3 ปี+มีผู้ร้ายลักโคของเจ้าทรัพย์ไป แล้วต่อมา+โคของกลางได้โดยจำเลยลักมาหรือรับไว้โดย+ว่าเป็นของร้ายดังนี้+เป็นฟ้องเคลือบคลุม