การรับรองฎีกาให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้นั้น จะต้องรับรองในชั้นยื่นฎีกา เพียงแต่ศาลชั้นต้นเคยรับรองให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้มาแล้ว ไม่ถือว่าเป็นการรับรองให้ฎีกาได้ด้วย
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอ้างว่าฟ้องโจทก์ต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณานั้น เมื่อปรากฏว่าเป็นเรื่องศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่น้อยกว่าที่โจทก์ฟ้องเรียกข้อกฎหมายดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
ผู้ร้องซึ่งเป็นน้องชายจำเลยผู้ตายและเป็นผู้ปกครองทรัพย์มรดกของผู้ตายร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ จำเลยผู้มรณะในระหว่าง พิจารณาของศาลฎีกาได้
การถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 นั้น นำมาใช้ในชั้นฎีกาได้โดยอนุโลมตาม มาตรา 246,247การที่จำเลยขอถอนฟ้องฎีกาโดยอ้างว่าโจทก์ จำเลยได้ทำความตกลงกันได้แล้ว แต่เมื่อศาลแพ่งสอบถาม โจทก์ โจทก์แถลงเพียงว่าไม่คัดค้าน …
คำสั่งศาลซึ่งอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นคำให้การนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226
ปัญหาในข้อที่ศาลชั้นต้นไม่รับเมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์และจำเลยมิได้คัดค้านประการใด ศาลอุทธรณ์จึงมิได้วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ไว้นั้น เป็นปัญหาที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ จะยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกาไม่ได้
คำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกานั้นต้องยื่นภายในกำหนด 10 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกามิฉะนั้นจะเป็นการพ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234,247
เมื่อคดีโจทก์ไม่มีเหตุผลสมควรที่จะฎีกาได้จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้โจทก์ฎีกาอย่างคนอนาถา
การขอแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นฎีกานั้นต้องขอมาตอนท้ายฎีกาจะมาร้องขอภายหลังหาได้ไม่
ปัญหาในข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าไม่มีประเด็นสืบ และจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งนั้น ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัย ดังนั้น เมื่อจำเลยฎีกาในปัญหาดังกล่าวอีกฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยส่วนฎีกาอีกข้อหนึ่งซึ่ง …
การขอฎีกาอย่างคนอนาถา จะต้องยื่นคำร้องมาพร้อม ฎีกาแต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลอาจผ่อนผันให้ก็ได้
คดีที่ฟ้องฐานผิดสัญญาโอนกรรมิสทธิ์ที่ดินขอให้บังคับ จำเลยโอนโฉนดที่ดิน โดยมีทุนทรัพย์เพียง 2000 บาทนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248
คดีที่จำเลยฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 30 มกราคม 2504 นั้นระยะเวลาเริ่มนับวันที่ 31 มกราคม 2504 การนับระยะเวลาหนึ่งเดือนที่จะฎีกาได้นั้นจึงสิ้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2504 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายแห่งเดือนกุมภาพันธ์ตามประมวลกฎหมายแพ่ …
คดีร้องขัดทรัพย์ที่มีทุนทรัพย์ที่ร้องขัดทรัพย์ไม่เกิน5,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกคำร้อง ขัดทรัพย์ นั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
คดีมีทุนทรัพย์เพียง 2,500 บาท และมิใช่คดีฟ้องขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้นั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ผู้ร้องขัดทรัพย์ถึงแก่กรรมในขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา บุตรซึ่งเป็นทายาทขอเข้ารับมรดกความโดยมอบฉันทะให้สามีของตนร้องขอเข้าดำเนินคดีแทนต่อไป เช่นนี้ เมื่อโจทก์จำเลยไม่คัดค้านศาลก็อนุญาตตามคำขอได้
คดีฟ้องขับไล่และจำเลยเถียงกรรมสิทธิ์เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
ภริยาซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของโจทก์ผู้มรณะมีสิทธิร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะในขณะที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้
โจทก์ถึงแก่กรรมในขณะคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาและผู้รับพินัยกรรมขอเข้า เป็นคู่ความ แทนที่โจทก์ผู้มรณะได้
ฎีกาคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่า สัญญาอาศัยที่โจทก์ฟ้องหาเป็นการฝ่าฝืนต่อ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 แต่อย่างใด ไม่นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย