Section 300 ประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๒ ความผิดต่อร่างกาย
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
160 cases
โจทก์ฟ้องบรรยายถึงการกระทำประมาทของจำเลยว่า จำเลยพาอาวุธปืนแก๊ปยาวบรรจุดินปืนพร้อมลูกปืนอยู่แล้วและยังใส่แก๊ปลงในเบ้าแก๊ปด้วย ถ้าปลายนกปืนเกิดกระทบกระเทือนจะตีแก๊ปในเบ้าแก๊ประเบิดขึ้นไปถูกผู้อื่นได้ และบรรยายต่อไปว่าจำเลยนำอาวุธปืนไปที่ตลาดวังทรายพูนในขณะที่มีคนพลุกพล่าน ในพฤติการณ์เช่นนี้บุคคลในภาวะเช่นจำเลยควรระมัดระวังตามวิสัยโดยไม่ใส่แก๊ปลงในเบ้าแก๊ปของอาวุธปืนนั้น ซึ่งอยู่ในวิสัยของจำเลยที่จะทำได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ จำเลยพาอาวุธปืนไปด้…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 300
โจทก์ฟ้องบรรยายถึงการกระทำประมาทของจำเลยว่า จำเลยพาอาวุธปืนแก๊ปยาวบรรจุดินปืนพร้อมลูกปืนอยู่แล้วและยังใส่แก๊ปลงในเบ้าแก๊ปด้วย ถ้าปลายนกปืนเกิดกระทบกระเทือนจะตีแก๊ปในเบ้าแก๊ประเบิดขึ้นไปถูกผู้อื่นได้ และบรรยายต่อไปว่าจำเลยนำอาวุธปืนไปที่ตลาดวังทรายพูนในขณะที่มีคนพลุกพล่าน ในพฤติการณ์เช่นนี้บุคคลในภาวะเช่นจำเลยควรระมัดระวังตามวิสัยโดยไม่ใส่แก๊ปลงในเบ้าแก๊ปของอาวุธปืนนั้น ซึ่งอยู่ในวิสัยของจำเลยที่จะทำได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ จำเลยพาอาวุธปืนไปด้…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 300
คดีที่โจทก์ฟ้องว่ารถชนกันเกิดจากการกระทำโดยประมาทของทั้งฝ่ายจำเลยที่ 1 และที่ 2 นั้น ข้อเท็จจริงที่ว่า เหตุเกิดจากการกระทำโดยประมาทของจำเลยคนใดบ้างหรือว่าทั้งสองคนเป็นข้อเท็จจริงอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏแก่ศาลอุทธรณ์ว่า เหตุเกิดจากการกระทำโดยประมาทของจำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียว จำเลยที่ 1 มิได้กระทำโดยประมาทด้วย ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ด้วย
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 213
บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ว. ผู้ตาย เป็นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์โดยประมาทชนรถจักรยานยนต์ซึ่ง ว. ขับขี่ และมี ป. นั่งซ้อนท้ายเป็นเหตุให้ ว. ถึงแก่ความตาย และ ป.บาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีนี้รวมกับคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดอย่างเดียวกัน แล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์คดีนี้อุทธรณ์ ดังนี้ เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่า เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทของจำ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 291
ป.อ. มาตรา 300
ป.อ. มาตรา 390
ป.อ. มาตรา 90
ป.อ. มาตรา 91
ป.วิ.อ. มาตรา 3
ป.วิ.อ. มาตรา 4
ป.วิ.อ. มาตรา 5
+5
บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ว. ผู้ตาย เป็นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์โดยประมาทชนรถจักรยานยนต์ซึ่ง ว. ขับขี่ และมี ป. นั่งซ้อนท้ายเป็นเหตุให้ ว. ถึงแก่ความตาย และ ป.บาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291, 300, 390 ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีนี้รวมกับคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดอย่างเดียวกัน แล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์คดีนี้อุทธรณ์ ดังนี้ เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่า เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทของจำ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 291
ป.อ. มาตรา 300
ป.อ. มาตรา 390
ป.อ. มาตรา 90
ป.อ. มาตรา 91
ป.วิ.อ. มาตรา 3
ป.วิ.อ. มาตรา 4
ป.วิ.อ. มาตรา 5
+5
ฟ้องหาว่าจำเลยขับรถยนต์ประมาทชนรถยนต์ของผู้อื่นเป็นเหตุให้มีคนบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส ข้อสารสำคัญของคดีอยู่ที่ว่า รถของจำเลยชนกับรถของผู้อื่นจริงหรือไม่และฝ่ายใดเป็นฝ่ายประมาท แม้ในคำฟ้องจะกล่าวถึงหมายเลขทะเบียนรถยนต์คันที่ถูกชนไว้เป็นอย่างหนึ่ง แต่โจทก์นำสืบในทางพิจารณากลับได้ความเป็นหมายเลขทะเบียนอีกอย่างหนึ่งข้อแตกต่างซึ่งมีเฉพาะหมายเลขทะเบียนรถคันที่ถูกชนเท่านั้นจึงไม่ใช่ข้อสารสำคัญ เมื่ออุทธรณ์ของจำเลยข้ออื่น ๆ จำเลยยอมรับว่ารถของจำเลยชนกับรถ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.อ. มาตรา 300
ป.อ. มาตรา 390
ฟ้องหาว่าจำเลยขับรถยนต์ประมาทชนรถยนต์ของผู้อื่นเป็นเหตุให้มีคนบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส ข้อสารสำคัญของคดีอยู่ที่ว่า รถของจำเลยชนกับรถของผู้อื่นจริงหรือไม่และฝ่ายใดเป็นฝ่ายประมาท แม้ในคำฟ้องจะกล่าวถึงหมายเลขทะเบียนรถยนต์คันที่ถูกชนไว้เป็นอย่างหนึ่ง แต่ โจทก์นำสืบในทางพิจารณากลับได้ความเป็นหมายเลขทะเบียนอีกอย่างหนึ่ง ข้อแตกต่างซึ่งมีเฉพาะหมายเลขทะเบียนรถคันที่ถูกชนเท่านั้นจึงไม่ใช่ข้อสารสำคัญ เมื่ออุทธรณ์ของจำเลยข้ออื่น ๆ จำเลยยอมรับว่ารถของจำเลยชนกับ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.อ. มาตรา 300
ป.อ. มาตรา 390
จำเลยที่ 2 ขับรถแซงรถจำเลยที่ 3 ขึ้นมา ขณะรถจำเลยที่ 3 และที่ 1 ใกล้จะแล่นสวนกันและหลบไม่พ้นรถของจำเลยที่ 1 ซึ่งถูกเฉี่ยวเสียหลักขวางถนนและถูกรถจำเลยที่ 3 ซึ่งไม่สามารถหยุดได้ทันพุ่งเข้าชนเป็นเหตุให้คนบนรถจำเลยที่ 1 ตกลงมาถึงตายและบาดเจ็บสาหัส เช่นนี้ ถือว่าการตายและบาดเจ็บสาหัสเป็นผลโดยตรงจากความประมาทของจำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียวตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1011/2503พฤติการณ์อันเข้าลักษณะเป็นประมาท หากเข้าลักษณะเป็นการฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 291
ป.อ. มาตรา 300
ป.อ. มาตรา 90
ป.อ. มาตรา 91
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 9
จำเลยที่ 2 ขับรถแซงรถจำเลยที่ 3 ขึ้นมา ขณะรถจำเลยที่ 3 และที่ 1 ใกล้จะแล่นสวนกันและหลบไม่พ้นรถของจำเลยที่ 1 ซึ่งถูกเฉี่ยวเสียหลักขวางถนนและถูกรถจำเลยที่ 3 ซึ่งไม่สามารถหยุดได้ทันพุ่งเข้าชนเป็นเหตุให้คนบนรถจำเลยที่ 1 ตกลงมาถึงตายและบาดเจ็บสาหัส เช่นนี้ ถือว่าการตายและบาดเจ็บสาหัสเป็นผลโดยตรงจากความประมาทของจำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียวตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1011/2503พฤติการณ์อันเข้าลักษณะเป็นประมาท หากเข้าลักษณะเป็นการฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 291
ป.อ. มาตรา 300
ป.อ. มาตรา 90
ป.อ. มาตรา 91
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 9
จำเลยที่ 2 ขับรถแซงรถจำเลยที่ 3 ขึ้นมา ขณะรถจำเลยที่ 3 และที่ 1 ใกล้จะแล่นสวนกันและหลบไม่พ้นรถของจำเลยที่ 1 ซึ่งถูกเฉี่ยวเสียหลักขวางถนนและถูกรถจำเลยที่ 3 ซึ่งไม่สามารถหยุดได้ทันพุ่งเข้าชนเป็นเหตุให้คนบนรถจำเลยที่ 1 ตกลงมาถึงตายและบาดเจ็บสาหัส เช่นนี้ ถือว่าการตายและบาดเจ็บสาหัสเป็นผลโดยตรงจากความประมาทของจำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียวตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1011/2503พฤติการณ์อันเข้าลักษณะเป็นประมาท หากเข้าลักษณะเป็นการฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 291
ป.อ. มาตรา 300
ป.อ. มาตรา 90
ป.อ. มาตรา 91
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 9
ในกรณีที่รถแล่นคนละช่อง ต้องรักษาช่องเดินรถของตนเมื่อจะเปลี่ยนช่องต้องระวังมิให้กีดขวางรถที่แล่นอยู่ในช่องนั้นๆ เมื่อจะเลี้ยวรถทางซ้ายจะต้องแล่นชิดขอบทางด้านซ้าย จะเลี้ยวได้เมื่อสามารถกระทำได้โดยปลอดภัย ถ้าหากแล่นเข้าไปกีดขวางในช่องทางเดินรถอื่นแล้วอันตรายเกิดขึ้นเพราะการกระทำของตนจะต้องรับผิดเมื่อให้สัญญาณเลี้ยวแล้ว จะเลี้ยวทันทีไม่ได้ เพราะไม่สามารถจะป้องกันอันตรายได้
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 9
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 28
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 66
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 70
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 291
ป.อ. มาตรา 300
ในกรณีที่รถแล่นคนละช่อง ต้องรักษาช่องเดินรถของตนเมื่อจะเปลี่ยนช่องต้องระวังมิให้กีดขวางรถที่แล่นอยู่ในช่องนั้นๆ เมื่อจะเลี้ยวรถทางซ้ายจะต้องแล่นชิดขอบทางด้านซ้าย จะเลี้ยวได้เมื่อสามารถกระทำได้โดยปลอดภัย ถ้าหากแล่นเข้าไปกีดขวางในช่องทางเดินรถอื่นแล้วอันตรายเกิดขึ้นเพราะการกระทำของตนจะต้องรับผิดเมื่อให้สัญญาณเลี้ยวแล้ว จะเลี้ยวทันทีไม่ได้ เพราะไม่สามารถจะป้องกันอันตรายได้
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 9
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 28
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 66
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 70
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 291
ป.อ. มาตรา 300
ฟ้องกล่าวบรรยายข้อเท็จจริงแห่งการกระทำของจำเลยหลายประการและโจทก์สืบได้สมบ้างไม่สมบ้างเมื่อการกระทำที่ฟังได้สมฟ้องนั้นเป็นการกระทำซึ่งเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องแล้วศาลย่อมลงโทษจำเลยได้ตามฟ้อง จะถือว่าเป็นกรณีข้อเท็จจริงที่ฟังได้ในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องหาได้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.อ. มาตรา 291
ป.อ. มาตรา 300
ป.อ. มาตรา 390
ป.อ. มาตรา 59
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 32
พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 มาตรา 4
ฟ้องกล่าวบรรยายข้อเท็จจริงแห่งการกระทำของจำเลยหลายประการและโจทก์สืบได้สมบ้างไม่สมบ้างเมื่อการกระทำที่ฟังได้สมฟ้องนั้นเป็นการกระทำซึ่งเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องแล้วศาลย่อมลงโทษจำเลยได้ตามฟ้อง จะถือว่าเป็นกรณีข้อเท็จจริงที่ฟังได้ในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องหาได้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.อ. มาตรา 291
ป.อ. มาตรา 300
ป.อ. มาตรา 390
ป.อ. มาตรา 59
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 32
พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 มาตรา 4
ความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนากับความผิดฐานประมาททำให้คนรับอันตรายแก่กายถึงสาหัสนั้น ลักษณะการกระทำแตกต่างกัน อันถือว่าเป็นสาระสำคัญ กล่าวคือ ในความผิดที่กระทำโดยประมาทโจทก์จะต้องบรรยายฟ้องให้จำเลยทราบว่า การกระทำของจำเลยเป็นประการใดจึงเรียกว่าจำเลยกระทำโดยประมาท จำเลยจะได้ต่อสู้คดีในฐานประมาทได้ด้วย มิฉะนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยพยายามฆ่าโดยเจตนา จะลงโทษฐานประมาททำให้คนรับอันตรายแก่กายถึงสาหัสไม่ได้หากโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยฐานประมาททำให้คนร…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 192
ป.อ. มาตรา 288
ป.อ. มาตรา 80
ป.อ. มาตรา 300
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูล Open Law Data Thailand — OCS Krisdika (CC-BY 4.0) จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา