Section 1310 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
หมวด ๑ การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์
แต่ถ้าเจ้าของที่ดินสามารถแสดงได้ว่า มิได้มีความประมาทเลินเล่อ จะบอกปัดไม่ยอมรับโรงเรือนนั้นและเรียกให้ผู้สร้างรื้อถอนไป และทำที่ดินให้เป็นตามเดิมก็ได้ เว้นไว้แต่ถ้าการนี้จะทำไม่ได้โดยใช้เงินพอสมควรไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดินจะเรียกให้ผู้สร้างซื้อที่ดินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตามราคาตลาดก็ได้
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
54 cases
การที่จำเลยปลูกสร้างเรือนลงในที่พิพาทโดยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเป็นที่ดินของผู้อื่นและเจ้าของที่ดินผู้นั้นได้อนุญาต ให้จำเลยอาศัย เช่นนี้กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1310 ต่อมาเมื่อเจ้าของที่ดินเดิมโอนขายที่ดินให้โจทก์ โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป จำเลยย่อมไม่มีสิทธิจะอยู่ในที่พิพาท โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ (อ้างฎีกาที่ 921/2496)
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1336
ป.วิ.พ. มาตรา 55
เดิมที่ดินแปลงใหญ่ทั้งโฉนดเป็นของจำเลยร่วม จำเลยร่วมให้ผู้รับเหมาก่อสร้างตึกแถว 10 ห้อง พร้อม ๆ สร้างห้องแถวในที่ดินดังกล่าวผู้รับเหมาได้ทำรั้วกำแพงก่ออิฐถือปูนกว้าง 1 เมตร ยาว 3.50 เมตร แทนรั้วสังกะสีเดิมติดด้านหลังตึกแถวทุกห้อง จำเลยร่วมไม่ได้ทักท้วงห้ามปรามอย่างใด แสดงว่าจำเลยร่วมยินยอมให้ผู้รับเหมาทำรั้วกำแพงได้ ฉะนั้น การที่ผู้รับเหมาก่อสร้างกำแพงหลังตึกดังกล่าวจึงเป็นการกระทำโดยสุจริตไม่เป็นการละเมิด ต่อมาจำเลยร่วมแบ่งแยกโฉนดโอนขายที่ดินนอก…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 4
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.พ.พ. มาตรา 1314
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 177
เดิมที่ดินแปลงใหญ่ทั้งโฉนดเป็นของจำเลยร่วม จำเลยร่วมให้ผู้รับเหมาก่อสร้างตึกแถว 10 ห้อง พร้อม ๆ สร้างห้องแถวในที่ดินดังกล่าวผู้รับเหมาได้ทำรั้วกำแพงก่ออิฐถือปูนกว้าง 1 เมตร ยาว 3.50 เมตร แทนรั้วสังกะสีเดิมติดด้านหลังตึกแถวทุกห้อง จำเลยร่วมไม่ได้ทักท้วงห้ามปรามอย่างใด แสดงว่าจำเลยร่วมยินยอมให้ผู้รับเหมาทำรั้วกำแพงได้ ฉะนั้น การที่ผู้รับเหมาก่อสร้างกำแพงหลังตึกดังกล่าวจึงเป็นการกระทำโดยสุจริตไม่เป็นการละเมิด ต่อมาจำเลยร่วมแบ่งแยกโฉนดโอนขายที่ดินนอก…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 4
ป.พ.พ. มาตรา 420
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.พ.พ. มาตรา 1314
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 177
เรือนของจำเลยอยู่ในที่ดินของโจทก์เพราะแยกกันได้มาจากเจ้าของเดิมคนเดียวกัน โจทก์ตกลงให้เรือนคงอยู่ในที่พิพาทต่อไป ข้อตกลงนี้ไม่ได้จดทะเบียน จำเลยไม่มีสิทธิเหนือพื้นดิน โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อไปได้ กรณีไม่เข้า มาตรา 1310
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1299
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1410
จำเลยสร้างโรงเรือนลงในที่ดินราชพัสดุอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยไม่มีสิทธิถึงหากจะเป็นการสร้างโดยสุจริต กรณีก็ไม่ต้องด้วยมาตรา 1310 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะนำมาตราดังกล่าวมาใช้บังคับหาได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1159/2511)
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 1304
ป.พ.พ. มาตรา 1310
จำเลยสร้างโรงเรือนลงในที่ดินราชพัสดุอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยไม่มีสิทธิถึงหากจะเป็นการสร้างโดยสุจริต กรณีก็ไม่ต้องด้วยมาตรา 1310 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะนำมาตราดังกล่าวมาใช้บังคับหาได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1159/2511)
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 5
ป.พ.พ. มาตรา 1304
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นเกิดจากสิ่งปลูกสร้าง ผู้มีสิทธิจะเรียกได้ คือผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นเจ้าของการงานที่ว่าจ้างส่วนผู้รับเหมาจ้างหามีสิทธิเรียกจากเจ้าของที่ดินไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 587
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นเกิดจากสิ่งปลูกสร้าง ผู้มีสิทธิจะเรียกได้ คือผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นเจ้าของการงานที่ว่าจ้างส่วนผู้รับเหมาจ้างหามีสิทธิเรียกจากเจ้าของที่ดินไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 587
ป.พ.พ. มาตรา 1310
เมื่อจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ถึงเรื่องการได้สิทธิจากการครอบครองหรือได้ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยสุจริตแต่อย่างใด คดีจึงไม่มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยถึงเรื่องจำเลยได้สิทธิจากการครอบครองหรือไม่ หรือจำเลยได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยสุจริตหรือไม่ การที่จำเลยนำสืบนอกประเด็นไปจากคำให้การ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านและศาลชั้นต้นก็มิได้ทักท้วงโดยศาลชั้นต้นยอมให้สืบมาก็ตาม ก็หาทำให้มีประเด็นเกิดขึ้นใหม่นอกเหนือไปจากคำให้การของจำเลยที่ต่อสู้ไว้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.วิ.พ. มาตรา 181
ป.วิ.พ. มาตรา 182
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1370
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1312
เมื่อจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ถึงเรื่องการได้สิทธิจากการครอบครองหรือได้ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยสุจริตแต่อย่างใด คดีจึงไม่มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยถึงเรื่องจำเลยได้สิทธิจากการครอบครองหรือไม่ หรือจำเลยได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์โดยสุจริตหรือไม่ การที่จำเลยนำสืบนอกประเด็นไปจากคำให้การ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านและศาลชั้นต้นก็มิได้ทักท้วงโดยศาลชั้นต้นยอมให้สืบมาก็ตาม ก็หาทำให้มีประเด็นเกิดขึ้นใหม่นอกเหนือไปจากคำให้การของจำเลยที่ต่อสู้ไว้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 177
ป.วิ.พ. มาตรา 181
ป.วิ.พ. มาตรา 182
ป.วิ.พ. มาตรา 183
ป.พ.พ. มาตรา 1367
ป.พ.พ. มาตรา 1370
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1312
(สร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตเจ้าของที่ดินย่อมเป็นเจ้าของโรงเรือนนั้นๆ) เช่าที่ดินเขามาเพื่อปลูกตึกแถวให้เช่าค้ากำไร แล้วสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างให้ปลูกตึกลงบนที่ดินโดยยอมให้ผู้รับเหมานั้นเป็นผู้รับบุคคลเข้าเช่าตึกได้เมื่อผู้เข้ามาเช่าตึกทำสัญญาเช่าตึกกับผู้รับเหมานั้นแล้ว โดยไม่ปรากฏว่าผู้เข้ามาเช่าตึกนั้นทราบว่าผู้รับเหมาและผู้เช่าที่ดินมีข้อสัญญากันว่าผู้เข้ามาเช่าตึกจะต้องทำสัญญาเช่าตึกกับผู้เช่าที่ดินดังนี้ ผู้เข้ามาเช่าตึกย่อม…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.วิ.พ. มาตรา 55
(สร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตเจ้าของที่ดินย่อมเป็นเจ้าของโรงเรือนนั้นๆ) เช่าที่ดินเขามาเพื่อปลูกตึกแถวให้เช่าค้ากำไร แล้วสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างให้ปลูกตึกลงบนที่ดินโดยยอมให้ผู้รับเหมานั้นเป็นผู้รับบุคคลเข้าเช่าตึกได้เมื่อผู้เข้ามาเช่าตึกทำสัญญาเช่าตึกกับผู้รับเหมานั้นแล้ว โดยไม่ปรากฏว่าผู้เข้ามาเช่าตึกนั้นทราบว่าผู้รับเหมาและผู้เช่าที่ดินมีข้อสัญญากันว่าผู้เข้ามาเช่าตึกจะต้องทำสัญญาเช่าตึกกับผู้เช่าที่ดินดังนี้ ผู้เข้ามาเช่าตึกย่อม…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.วิ.พ. มาตรา 55
การที่เจ้าอาวาสลงชื่อในสัญญาเช่าหมาย ล.5 โดยเจตนาจะถือเป็นเพียงแต่ร่างสัญญาโดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการวัดก่อนอีกทีหนึ่ง ไม่มีความประสงค์จะให้เป็นสัญญาอันแท้จริง สัญญาเช่าดังกล่าวจึงไม่ผูกพันโจทก์จำเลยอย่างใด ที่จำเลยอ้างว่าเข้าอยู่โดยอาศัยสิทธิการเช่าตามสัญญาหมาย ล.5 จึงฟังไม่ได้ เป็นแต่เพียงอาศัยเท่านั้น เมื่อเป็นการอาศัยจำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้จดทะเบียนการเช่าและภาระจำยอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1312 การที่โจทก์ฟ้องจำเลย ๆ ฟ้องแย้งโจทก์ โจทก…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 112
ป.พ.พ. มาตรา 117
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.วิ.พ. มาตรา 61
การที่เจ้าอาวาสลงชื่อในสัญญาเช่าหมาย ล.5 โดยเจตนาจะถือเป็นเพียงแต่ร่างสัญญาโดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการวัดก่อนอีกทีหนึ่ง ไม่มีความประสงค์จะให้เป็นสัญญาอันแท้จริง สัญญาเช่าดังกล่าวจึงไม่ผูกพันโจทก์จำเลยอย่างใด ที่จำเลยอ้างว่าเข้าอยู่โดยอาศัยสิทธิการเช่าตามสัญญาหมาย ล.5 จึงฟังไม่ได้ เป็นแต่เพียงอาศัยเท่านั้น เมื่อเป็นการอาศัยจำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้จดทะเบียนการเช่าและภาระจำยอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1312 การที่โจทก์ฟ้องจำเลย ๆ ฟ้องแย้งโจทก์ โจทก…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 112
ป.พ.พ. มาตรา 117
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1312
ป.วิ.พ. มาตรา 61
โจทก์ปลูกสร้างโรงเรือนและต้นลำใยลงในที่ๆโจทก์ซื้อแต่ยกให้จำเลยการปลูกโรงเรือนและต้นผลไม้นี้ทำให้ราคาที่ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเมื่อโจทก์จะออกไปจากที่ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระราคาสิ่งปลูกสร้างคือค่าเรือนโรงและต้นผลไม้เอาจากจำเลยได้
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 1310
ป.พ.พ. มาตรา 1314
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา