Section 218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๑ หลักทั่วไป
ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างหรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี ไม่ว่าจะมีโทษอย่างอื่นด้วยหรือไม่ ห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
1,619 cases
โจทก์ฟ้องจำเลยว่าได้กระทำผิดในเรื่องเดียวกันหกสำนวน ซึ่งเกี่ยวเนื่องกันและศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน การฟังพยานหลักฐานก็ต้องฟังรวมเป็นคดีเดียวกันเมื่อศาลฎีกาได้ยกปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ร่วมสำนวนที่ 3 ที่ 4และที่ 6 ขึ้นวินิจฉัย แม้ฎีกาของจำเลยในข้ออื่นจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในสำนวนของโจทก์ร่วมดังกล่าวได้ และย่อมมีอำนาจพิจา…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 25
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 213
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเป็นเวลา 2 ปีไม่เป็นการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 แต่เป็นวิธีการสำหรับเด็กตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74(5) ที่เบากว่าการลงโทษจำคุก เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218แต่ถ้าจำเลยหรือบิดามารดาของจำเลยเห็นว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป ก็ย่อมมีสิทธิที่จะไปร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 18
ป.อ. มาตรา 74
ป.อ. มาตรา 75
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเป็นเวลา 2 ปีไม่เป็นการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 แต่เป็นวิธีการสำหรับเด็กตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74(5) ที่เบากว่าการลงโทษจำคุก เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218แต่ถ้าจำเลยหรือบิดามารดาของจำเลยเห็นว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป ก็ย่อมมีสิทธิที่จะไปร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 18
ป.อ. มาตรา 74
ป.อ. มาตรา 75
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลางเป็นเวลา 2 ปีไม่เป็นการลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 แต่เป็นวิธีการสำหรับเด็กตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 74(5) ที่เบากว่าการลงโทษจำคุก เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218แต่ถ้าจำเลยหรือบิดามารดาของจำเลยเห็นว่าพฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป ก็ย่อมมีสิทธิที่จะไปร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 18
ป.อ. มาตรา 74
ป.อ. มาตรา 75
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปี ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335,83 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,83 ประกอบด้วยมาตรา 336 ทวิ ส่วนโทษคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นการแก้ไขเฉพาะบทกฎหมายมิได้แก้ไขโทษ จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ดังนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218.(ที่มา-ส่งเสริม)
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะบทมาตราแห่งความผิด ส่วนกำหนดโทษคงเป็นไปตามเดิมคือปรับ 1,000 บาทจึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 การที่จำเลยที่ 1 เข้าไปในบ้านของโจทก์ร่วมที่ 1 ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเพื่อสอบถามเรื่องราวจากโจทก์ร่วมที่ 2 คนใช้ของโจทก์ร่วมที่ 1 ถึงเรื่องที่โจทก์ร่วมที่ 2 เล่าให้คนใช้ของจำเลยฟังว่า จำเลยที่ 2 สามีของจำเลยที่ 1เป็…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 72
ป.อ. มาตรา 364
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะบทมาตราแห่งความผิด ส่วนกำหนดโทษคงเป็นไปตามเดิมคือปรับ 1,000 บาทจึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 การที่จำเลยที่ 1 เข้าไปในบ้านของโจทก์ร่วมที่ 1 ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเพื่อสอบถามเรื่องราวจากโจทก์ร่วมที่ 2 คนใช้ของโจทก์ร่วมที่ 1 ถึงเรื่องที่โจทก์ร่วมที่ 2 เล่าให้คนใช้ของจำเลยฟังว่า จำเลยที่ 2 สามีของจำเลยที่ 1เป็…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 72
ป.อ. มาตรา 364
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้วหมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32,33,83,91,251,252,264,265,268แต่ให้ลงโทษฐานใช้ดวงตราปลอมตามมาตรา 252 ซึ่งเป็นบทหนักตามอัตราโทษในมาตรา 251 ประกอบด้วยมาตรา 263 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี ฯจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 17)ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 106
ป.วิ.อ. มาตรา 107
ป.วิ.อ. มาตรา 108
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันได้ยื่นบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้วหมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,291 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 ให้ลงโทษฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 5 ปี และลงโทษฐานไม่หยุดรถช่วยเหลือและไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก5ปี 1 เดือนจำเลยให้การ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 106
ป.วิ.อ. มาตรา 107
ป.วิ.อ. มาตรา 108
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ส่วนข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องของโจทก์หรือไม่ อันเป็นสาระแก่คดีของจำเลยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 127)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า จำเลยมีความผิดฐานปลอมเค…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 224
ความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้วหมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30,82ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 3 ปี และปรับคนละ60,000 บาท จำเลยที่ 1 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนจึงไม่รอการลงโทษให้ จำเลยทั้งสองได้ชำระเงินให้ผู้เสียหายเป็นที่พอใจและให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 106
ป.วิ.อ. มาตรา 107
ป.วิ.อ. มาตรา 108
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้ยื่นบัญชีทรัพย์มาพร้อมคำร้องแล้วหมายเหตุ ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335,80 ฯ ให้จำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง,80 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 64 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 106
ป.วิ.อ. มาตรา 107
ป.วิ.อ. มาตรา 108
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยผู้ขอประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาพร้อมกับคำร้องแล้วหมายเหตุ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 20,62 ทวิ,69พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 มาตรา 10 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 6 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 3 เดือนจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวคำสั่งพิเคราะห์แล้ว คด…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 106
ป.วิ.อ. มาตรา 107
ป.วิ.อ. มาตรา 108
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยขอให้ศาลปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ขอประกันขอวางเงินสดจำนวน 50,000 บาท เป็นหลักประกันหมายเหตุ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,265,268,91 ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,268 ให้จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 106
ป.วิ.อ. มาตรา 107
ป.วิ.อ. มาตรา 108
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามระมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่และจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งห้าได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 131…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 218
ป.วิ.อ. มาตรา 224
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา