Section 242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ลักษณะ ๑ อุทธรณ์
(๑) ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่า อุทธรณ์นั้นต้องห้ามตามกฎหมาย ก็ให้ยกอุทธรณ์นั้นเสียโดยไม่ต้องวินิจฉัยในประเด็นแห่งอุทธรณ์
(๒) ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นถูกต้อง ไม่ว่าโดยเหตุเดียวกันหรือเหตุอื่น ก็ให้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นนั้น
(๓) ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำชี้ขาดของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้อง ให้กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเสีย และพิพากษาในปัญหาเหล่านั้นใหม่
(๔) ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นถูกแต่บางส่วน และผิดบางส่วน ก็ให้แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นไปตามนั้น โดยพิพากษายืนบางส่วน กลับบางส่วน และมีคำพิพากษาใหม่แทนส่วนที่กลับนั้น
This section cites
Related Supreme Court judgments
203 cases
จำเลยที่ 2 จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ส่วนจำเลยที่ 1 มิได้จงใจขาดนัด กรณีเช่นนี้จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59 (1) มาปรับเพื่อให้จำเลยที่ 2 ได้รับประโยชน์ด้วยกับจำเลยที่ 1 หาได้ไม่ คดีต้องพิจารณาใหม่โดยให้จำเลยที่ 1 มีโอกาสให้การ แต่จำเลยที่ 2 คงถือว่าขาดนัดยื่นคำให้การเช่นเดิม ต่อจากนั้นไปจำเลยที่ 2 จะได้รับประโยชน์ในชั้นพิจารณาอย่างใดหรือไม่ ก็ต้องแล้วแต่รูปคดีเป็นอีกตอนหนึ่ง คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้พิจารณาใหม่ภายหลัง…
Read full text
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยแต่ละคนต่างละเมิดสิทธิของโจทก์โดยลำพังตนต่างหากจากกัน โดยจำเลยมิต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อโจทก์เช่นนี้โจทก์จะรวมฟ้องจำเลยทุกคนในคดีเดียวกันหาได้ไม่ โจทก์จะต้องแยกฟ้องจำเลยแต่ละคนเป็นรายสำนวนไป โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท แม้โจทก์จะรับว่าเมื่อจำเลยฟ้องระหว่างกันเกี่ยวกับที่รายพิพาทนี้ในคดีอื่นจำเลยจะได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์กันก็ดี แต่ในชั้นที่โจทก์ฟ้องในคดีนี้ จำเลยอาจไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์กับโจทก์ก็ได้ คดีเช่นนี้ยังไม่ควรให้โจท…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 59
ป.วิ.พ. มาตรา 150
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา 132
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 242
+1
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยแต่ละคนต่างละเมิดสิทธิของโจทก์โดยลำพังตนต่างหากจากกัน โดยจำเลยมิต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อโจทก์เช่นนี้โจทก์จะรวมฟ้องจำเลยทุกคนในคดีเดียวกันหาได้ไม่ โจทก์จะต้องแยกฟ้องจำเลยแต่ละคนเป็นรายสำนวนไป โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท แม้โจทก์จะรับว่าเมื่อจำเลยฟ้องระหว่างกันเกี่ยวกับที่รายพิพาทนี้ในคดีอื่นจำเลยจะได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์กันก็ดี แต่ในชั้นที่โจทก์ฟ้องในคดีนี้ จำเลยอาจไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์กับโจทก์ก็ได้ คดีเช่นนี้ยังไม่ควรให้โจท…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 59
ป.วิ.พ. มาตรา 150
ป.วิ.พ. มาตรา 172
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา 132
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 242
+1
คดีเดิมต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง แม้จะเกิดกรณีพิพาทในชั้นบังคับคดี แม้จะเกิดกรณีพิพาทในชั้นบังคับคดี โดยมีทุนทรัพย์เกิดขึ้นใหม่ เกิน 2,000 บาท ซึ่งถ้าเป็นคดีพิพาทกันในเบื้องต้นจะอุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้ก็ตาม การดำเนินคดีในชั้นบังคับคดีเดิม จะอุทธรณ์ในข้อ เท็จจริงไม่ได้ (คำสั่งคำร้องที่ 68/2499)
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 224
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 288
ป.วิ.พ. มาตรา 248
คดีเดิมต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง แม้จะเกิดกรณีพิพาทในชั้นบังคับคดี แม้จะเกิดกรณีพิพาทในชั้นบังคับคดี โดยมีทุนทรัพย์เกิดขึ้นใหม่ เกิน 2,000 บาท ซึ่งถ้าเป็นคดีพิพาทกันในเบื้องต้นจะอุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้ก็ตาม การดำเนินคดีในชั้นบังคับคดีเดิม จะอุทธรณ์ในข้อ เท็จจริงไม่ได้ (คำสั่งคำร้องที่ 68/2499)
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 224
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 288
ป.วิ.พ. มาตรา 248
คำฟ้องเดิมของโจทก์เรียกร้องค่าเลี้ยงดูเฉพาะตัวโจทก์เองเท่านั้น การที่โจทก์ร้องขอให้เพิ่มค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกจึงต้องเป็นเรื่องสืบเนื่องโดยตรงจากคำฟ้องเดิมของโจทก์นั้นเอง จะยกเอาประเด็นใหม่ขึ้นมาประกอบ อาทิเรื่องความจำเป็นเกี่ยวแก่การศึกษาของบุตรอีกด้วย เช่นนี้ ไม่ได้ เพราะค่าอุปการะเลี้ยงดูสำหรับตัวโจทก์เองโดยเฉพาะในฐานะที่เคยเป็นภรรยา กับค่าอุปการะเลี้ยงดูสำหรับบุตรเป็นคนละเรื่องคนละประเด็น และอาศัยหลักกฎหมายต่างกัน แม้ในคำร้องของโจทก์ ที่ขอค่าอ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 850
ป.พ.พ. มาตรา 1506
ป.พ.พ. มาตรา 1594
ป.พ.พ. มาตรา 1596
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 182
คำฟ้องเดิมของโจทก์เรียกร้องค่าเลี้ยงดูเฉพาะตัวโจทก์เองเท่านั้น การที่โจทก์ร้องขอให้เพิ่มค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกจึงต้องเป็นเรื่องสืบเนื่องโดยตรงจากคำฟ้องเดิมของโจทก์นั้นเอง จะยกเอาประเด็นใหม่ขึ้นมาประกอบ อาทิเรื่องความจำเป็นเกี่ยวแก่การศึกษาของบุตรอีกด้วย เช่นนี้ ไม่ได้ เพราะค่าอุปการะเลี้ยงดูสำหรับตัวโจทก์เองโดยเฉพาะในฐานะที่เคยเป็นภรรยา กับค่าอุปการะเลี้ยงดูสำหรับบุตรเป็นคนละเรื่องคนละประเด็น และอาศัยหลักกฎหมายต่างกัน แม้ในคำร้องของโจทก์ ที่ขอค่าอ…
Read full text
Sections also considered:
ป.พ.พ. มาตรา 850
ป.พ.พ. มาตรา 1506
ป.พ.พ. มาตรา 1594
ป.พ.พ. มาตรา 1596
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 182
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายด้วย สำหรับข้อเท็จจริงเป็นอันเสร็จเด็ดขาดแล้ว ฎีกาของโจทก์ในข้อกฎหมายที่ว่า ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วนั้น แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยไปก็ไม่มีประโยชน์ หากจะฟังว่าฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับประโยชน์ เพราะจะเอาความผิดแก่จำเลยมิได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ เพราะไม่เป็นสารแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 217
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายด้วย สำหรับข้อเท็จจริงเป็นอันเสร็จเด็ดขาดแล้ว ฎีกาของโจทก์ในข้อกฎหมายที่ว่า ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วนั้น แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยไปก็ไม่มีประโยชน์ หากจะฟังว่าฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับประโยชน์ เพราะจะเอาความผิดแก่จำเลยมิได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ เพราะไม่เป็นสารแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 217
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ป.วิ.อ. มาตรา 222
ป.วิ.อ. มาตรา 158
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ผู้ว่าคดีได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลแขวง โดยตั้งข้อหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ชั้นไต่สวนมูลฟ้องจำเลยรับในข้อหารับของโจร ศาลแขวงสั่งคดีมีมูล ประทับฟ้องฐานรับของโจร ส่วนข้อหาฐานลักทรัพย์ไม่ประทับฟ้อง โจทก์ก็ไม่ได้โต้แย้งหรือคัดค้านประการใด เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจร โจทก์ก็แถลงไม่สืบพยาน ดังนี้คดีไม่มีทางลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้อีก โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีการับฟ้องฐานลักทรัพย์อีกด้วย ข้อฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นสาระแก่คดีตามประมวลกฎ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 170
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 16
ป.วิ.อ. มาตรา 214
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ผู้ว่าคดีได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลแขวง โดยตั้งข้อหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ชั้นไต่สวนมูลฟ้องจำเลยรับในข้อหารับของโจร ศาลแขวงสั่งคดีมีมูล ประทับฟ้องฐานรับของโจร ส่วนข้อหาฐานลักทรัพย์ไม่ประทับฟ้อง โจทก์ก็ไม่ได้โต้แย้งหรือคัดค้านประการใด เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจร โจทก์ก็แถลงไม่สืบพยาน ดังนี้คดีไม่มีทางลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้อีก โจทก์ฎีกาขอให้ศาลฎีการับฟ้องฐานลักทรัพย์อีกด้วย ข้อฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นสาระแก่คดีตามประมวลกฎ…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 170
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 16
ป.วิ.อ. มาตรา 214
ป.วิ.อ. มาตรา 15
ป.วิ.พ. มาตรา 242
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาเช่า ศาลชั้นต้นพิจารณาและฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติไปแล้วว่า จำเลยมิได้ประพฤติผิดสัญญาเช่า เพียงเท่านี้โจทก์ก็ต้องแพ้คดีเสียแล้ว ฎีกาของโจทก์เรื่องอำนาจฟ้องจึงไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไปได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 24
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.พ.พ. มาตรา 554
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาเช่า ศาลชั้นต้นพิจารณาและฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติไปแล้วว่า จำเลยมิได้ประพฤติผิดสัญญาเช่า เพียงเท่านี้โจทก์ก็ต้องแพ้คดีเสียแล้ว ฎีกาของโจทก์เรื่องอำนาจฟ้องจึงไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไปได้
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 24
ป.วิ.พ. มาตรา 55
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.พ.พ. มาตรา 554
โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะที่โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามพินัยกรรม โจทก์มิได้ฟ้องเรียกเอาทรัพย์เป็นของตนทั้งหมดคำขอของโจทก์ตามฟ้องนั้น เพื่อจะได้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของผู้ตาย เมื่อฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ตายในที่ดินและตึกพิพาท ศาลก็ต้องยกฟ้อง คดีชนิดนี้ศาลไม่สมควรที่จะชี้ขาดว่าฝ่ายใดควรได้ส่วนแบ่งเท่าใด
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.พ.พ. มาตรา 1719
ป.พ.พ. มาตรา 1632
โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะที่โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามพินัยกรรม โจทก์มิได้ฟ้องเรียกเอาทรัพย์เป็นของตนทั้งหมดคำขอของโจทก์ตามฟ้องนั้น เพื่อจะได้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของผู้ตาย เมื่อฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ตายในที่ดินและตึกพิพาท ศาลก็ต้องยกฟ้อง คดีชนิดนี้ศาลไม่สมควรที่จะชี้ขาดว่าฝ่ายใดควรได้ส่วนแบ่งเท่าใด
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.วิ.พ. มาตรา 242
ป.วิ.พ. มาตรา 247
ป.พ.พ. มาตรา 1719
ป.พ.พ. มาตรา 1632
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา